“ส่งออก” เดินหน้าปั้น Thailand E-Marketplace : thaitrade.com

กรุงเทพฯ 11 เม.ย. กรมส่งเสริมการส่งออก

flickr:5633892811


กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ เตรียมปั้นโครงการตลาดกลางซื้อขายทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเว็บไซต์ www.thaitrade.com ตั้งเป้าเปิดตัวเป็นทางการ กค.นี้. ผู้ประกอบการไทยท่านใดสนใจรีบสมัครด่วน ภายในงาน BIG+BIH Fair 2011 และ BIFF & BIL 2011, ASEAN Integration-Textiles-Apparel-Leather พร้อมจัดทีมให้คำปรึกษาที่มีประสบการณ์ด้าน on-line ตั้งแต่การคัดเลือกสินค้า การใส่ข้อความเป็นภาษาต่างประเทศ วิธีการถ่ายภาพ เพื่อขายสินค้าใน E-Marketplace จนกระทั่งสามารถซื้อ—ขาย ได้ในอนาคตโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ เล็งเห็นว่าแนวโน้มการตลาดปัจจุบันเน้นการทำธุรกรรมทางอินเตอร์เน็ต หรือธุรกิจออนไลน์อย่างกว้างขวางทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้กับประเทศไทย รวมทั้งพัฒนาศักยภาพผู้ส่งออกไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล จึงได้จัดทำโครงการตลาดกลางซื้อขายทางอิเล็กทรอนิคส์ภายใต้เว็บไซต์ www.thaitrade.com โดยตั้งเป้าหมายให้เป็น E-Marketplace ระดับ WorldClass ในอนาคตอันใกล้ ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้โลกออนไลน์ คือ www.thaitrade.comเป็นเครือข่ายสำหรับขายสินค้าไปทั่วโลก เป็นการส่งเสริมช่องทางการตลาดใหม่ๆ ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจรุดหน้าสู่ระดับสากลได้ง่ายๆ เพียงแค่ “คลิก” โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบตลาดและซื้อขายทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมรับสมัครผู้ประกอบการไทย ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าและบริการต่าง ๆ เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ thaitrade.com เพื่อเพิ่มช่องทางการขายสินค้าของตนเองสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฟสแรกภายในเดือนกรกฎาคม นี้ กรมฯ ได้ตั้งเป้าหมายจำนวนผู้ประกอบการเข้าร่วมเป็นสมาชิกไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย ทั้งนี้ผู้ประกอบการไทยที่ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกสามารถขายสินค้าและบริการผ่านเว็บไซด์ของกรมฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ขณะเดียวกันกรมฯ พร้อมทำการตลาดออนไลน์เชิงรุกและสร้างพันธมิตรกับE-Marketplace ในระดับ World Class เพื่อเป็นเส้นทางลัดให้กับผู้ประกอบการไทยก้าวกระโดดไปในตลาดโลกได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทีมงานสนับสนุนที่เรียกว่า Professional Call Center ให้บริการถามตอบเบื้องต้นให้กับผู้ซื้อ ตลอด 24 ช.ม. เปรียบเสมือนมีเลขาส่วนตัวให้บริการกับผู้ประกอบการไทย เพื่อคอยให้บริการโดยเฉพาะภาษาต่างประเทศ

สำหรับผู้ประกอบการ ผู้ผลิต-จำหน่าย สินค้าและบริการของไทย ที่สนใจสามารถสมัครเป็นสมาชิก กับเรา ได้ที่คูหา thaitrade.com ภายในงานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้าน (BIG+BIH 2011) ระหว่างวันที่ 19-24 เมษายน 2554 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการไบเทค บางนาคูหาอยู่ด้านหน้า Hall 101 หรืองานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง (BIFF&BIL 2011, ASEAN Integration-Textiles-Apparel-Leather) ระหว่าง วันที่ 20 - 24 เมษายน 2554 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี คูหาเลขที่ N 096 N098 M095 M097 ใกล้เวทีแฟชั่นโชว์

เชิญรีบสมัครเป็นสมาชิกกับ thaitrade.com ก่อนใคร เพื่อสร้างโอกาสให้กับสินค้าและบริการของคุณ ด้วยต้นทุนที่ต่ำ แต่เล็งเห็นถึงศักยภาพสูงสุดกับคู่ค้าทั่วโลก โดยผู้ซื้อเหล่านี้จะพบคุณบนเว็บไซต์thaitrade.com ใช้ E-Marketplace : thaitrade.com เป็นอีกเครือข่ายสำหรับขยายสินค้าไทยไปตลาดโลก ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

flickr:5633893637

E-Marketplace คืออะไร?

E-Marketplace คือตลาดกลางรวบรวมสินค้าและร้านค้าหรือบริษัท จำนวนมาก เพื่อเป็นสื่อกลางในการซื้อ-ขายสินค้าระหว่างกัน โดยรูปแบบของ E-Marketplace จะเป็นการบริการในรูปแบบของเว็บไซต์ ที่เปิดให้บริการโดย คุณสามารถ "นำข้อมูลธุรกิจและข้อมูลสินค้าคุณ ไปใส่ไว้ใน E-Marketplace เหล่านั้น ได้ในรูปแบบของ การสร้างเว็บไซต์ แค็ตตาล๊อกสินค้า และส่วนใหญ่ใน เว็บไซต์ เหล่านี้จะเป็นแหล่งที่มีคนเข้ามา หาข้อมูลสินค้า อยู่เป็นประจำมากมายในแต่ละวัน เหมือนกับตลาดนัด แต่เป็น ตลาดนัดออนไลน์ขนาดใหญ่ ที่สำหรับ การค้าขายระหว่าง ธุรกิจ กับ ธุรกิจกันเป็นหลัก (B2B - Business to Business) หรือ การค้าขายแบบ ร้านค้าขายไปยังผู้บริโภค (B2C- Business to Consumer) ซึ่งผู้ที่มา นำข้อมูลมาลงไว้ที่เว็บไซต์เหล่านี้ จะเพิ่มโอกาส การเจอลูกค้าจากทั่วโลก การได้ออเดอร์สินค้าจากต่างประเทศได้โดยไม่ยาก จากเว็บ E-Marketplace ต่างๆ เหล่านี้ ซึ่งนี้คือเหตุผลว่าทำไม เราถึงต้องนำ ธุรกิจ หรือสินค้าของเรา ไปใส่ไว้ใน E-Marketplace ต่างๆ เหล่านี้

โดยส่วนใหญ่แล้วรูปแบบของ E-Marketplace สามารถแบ่งได้หลายรูปแบบ ได้แก่

flickr:5633893909

ภาพเว็บไซต์ Alibaba.com

1. ลักษณะของอุตสาหกรรม (Market Industry)
E-Marketplace บางแห่งมีการแบ่งตามลักษณะของอุตสาหกรรม ไว้โดยเฉพาะเพื่อ เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลของธุรกิจในด้านนั้นๆ อย่างละเอียด ทำให้ E-Marketplace ลักษณะนี้มีลักษณะเฉพาะและมีกลุ่มผู้เข้าใช้บริการเฉพาะในอุตสาหกรรมนั้นๆ เช่น www.farms.com เว็บไซต์ E-Marketplace เฉพาะทางด้านอุตสาหกรรมการเกษตรโดยเฉพาะ หรือ www.foodmarketexchange.com เว็บไซต์ E-Marketplace ทางด้านอุตสาหกรรมอาหารโดยเฉพาะ ที่ๆ มีสินค้าประเภทอาหารต่างๆ มากมาย ซื้อ-ขายกันทีละมาก ๆ เช่น ข้าว, กุ้ง, อาหารประเภทต่าง ๆ เป็นต้น

2. พื้นที่ที่ให้บริการ (Market Location)
รูปแบบการให้บริการของ E-Marketplace จะแบ่งแยกตามพื้นที่หรือประเทศ ในการให้บริการ โดยส่วนใหญ่จะเป็นตลาดกลางในการการซื้อ-ขายของประเทศหรือในพื้นที่นั้นๆ เช่น www.BestSme.com เป็น E-Marketplace ของประเทศเกาหลี ที่รวบรวมธุรกิจต่างๆ มากมายของประเทศเกาหลีเอาไว้ , www.bizviet.net เป็น E-Marketplace ของประเทศเวียดนาม, สำหรับตอนนี้ของไทย ก็มี www.TARADb2b.com ที่เปิดเป็นตลาดกลางเปิดโอกาสให้คนไทยสามารถค้าขาย กันได้ในรูปแบบ ค้าส่ง หรือค้าจำนวนมาก และยังเปิดโอกาส สามารถสร้างเว็บไซต์ แค็ตตาล๊อกสินค้าออนไลน์ได้ ฟรี โดยสามารถทำได้ถึง 5 ภาษา ได้แก่ ไทย-จีน-อังกฤษ-ญี่ปุ่น-เวียดนาม ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเข้าไป ขยายธุรกิจไปได้ทั่วโลกได้ทันที

flickr:5634475282

ภาพเว็บไซต์ TARADb2b.com

3. ประเภทของการทำธุรกิจ (Business Type)
การแบ่งตามลักษณะของธุรกิจ ว่ามีการค้าในรูปแบบและลักษณะการค้ากับกลุ่มใด เช่น
- B2C E-Marketplace คือ ตลาดกลางสินค้าระหว่าง ธุรกิจร้านค้า (Business) ตรงไปยังคนทั่วไป (Consumer) โดยรูปแบบของตลาดกลางลักษณะนี้มีลักษณะเหมือนกับเป็น ช๊อปปิ้งมอลล์ (Shopping Mall) ขนาดใหญ่ที่สามารถเข้าไปเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าต่างๆ ภายในมอลล์แห่งนั้นได้ โดยลักษณะการซื้อสินค้าส่วนใหญ่จะเป็นการซื้อปลีก หรือซื้อทีละจำนวนไม่มาก ผ่านระบบตะกร้าสินค้า (Shopping Cart)
- B2B E-Marketplace ตลาดกลางสินค้า ระหว่าง ผู้ที่ทำธุรกิจ (Buiness) ด้วยกันเอง
โดยลักษณะการค้าขาย จะเป็นการค้าระหว่าง ธุรกิจกับธุรกิจโดยตรง เช่น การซื้อสินค้า หรือ วัสดุการผลิตจากผู้ผลิต เพื่อนำไปแปรรูป หรือนำไปขายยังผู้บริโภคอีกที โดยลักษณะการซื้อสินค้าส่วนใหญ่จะเป็นการซื้อ ทีละมากๆ หรือ ต้องมีการสอบถามราคา (Inquiry) เพื่อนำเสนอราคาในการซื้อ-ขายแต่ละครั้ง โดยจะมีระบบการส่งแบบสอบถามราคา (Inquiry Form) รองรับในการซื้อขายในตลาดลักษณะนี้

บริการต่างๆ ใน E-Marketplace

บริการใน E-Marketplace ส่วนใหญ่จะเป็นบริการที่จะช่วยทำให้การค้าขาย ระหว่างกัน โดยรูปแบบของบริการที่ E-Marketplace ส่วนใหญ่มีให้บริการในแต่ละเว็บไซต์ของตน เช่น
1. สารบัญธุรกิจ (Business Directory)
สารบัญข้อมูล รายชื่อของธุรกิจ แบ่งออกเป็นหมวดหมู่และประเภทต่างๆ เพื่อให้คุณสามารถค้นหา หรือเลือกดูสินค้าหรือบริษัท ที่คุณต้องการได้อย่างง่ายและสะดวก
2. ประกาศความต้องการทางธุรกิจ (Trade Leads)
คุณสามารถประกาศต้องการซื้อ สินค้า วัตถุดิบหรือต้องการขายสินค้าของคุณ ลงในส่วนนี้ได้ โดยสามารถกรอกรายละเอียดและใส่รูปภาพสินค้าของคุณ ทำให้ผู้ค้า-ขายกับคุณทั่วโลกสามารถเห็นความต้องการของคุณ และทำติดต่อและทำการค้ากับคุณได้โดยตรง
3. บริการจัดทำเว็บไซต์สำเร็จรูป หรือ แค็ตตาล๊อกสินค้าออนไลน์
คุณสามารถจัดทำเว็บไซต์ ที่มีข้อมูลสินค้า บริการและรายละเอียดของบริษัทของคุณ ได้ด้วยตัวเอง ผ่านบริการจัดทำเว็บไซต์สำเร็จรูป หลังจากคุณได้สร้างเว็บไซต์แล้ว รายชื่อบริษัทและเว็บไซต์ของคุณก็จะถูกนำไปรวบรวมและแยกเป็นหมวดหมู่ไว้ใน สารบัญธุรกิจในเว็บไซต์นั้นๆ โดยภายในเว็บไซต์นี้ จะมีบริการช่วยเหลืออื่น ๆเช่น บริการส่งใบเสนอราคาออนไลน์ (Online Inquiry) เป็นต้น โดยบริการลักษณะนี้ บางแห่งอาจจะเป็นบริการฟรี หรือ เสียเงินตามแต่ละรูปแบบของเว็บไซต์ที่ให้บริการ

ส่วนการวิเคราะห์

การที่กรมส่งเสริมการส่งออกต้องการทำ E-Marketplace โดยการสร้าง Web site: www.thaitrade.com ถือเป็นเรื่องที่น่าสนับสนุนเป็นอันมาก เนื่องจาก ปัจจุบันการทำธุรกรรมผ่าน Internet มีการเติบโตอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขาย การทำธุรกรรมทางธนาคาร และอื่นๆอีกมากมาย
E-Marketplace เป็นตลาดกลางรวบรวมสินค้าและร้านค้าหรือบริษัท จำนวนมาก เพื่อเป็นสื่อกลางในการซื้อ-ขายสินค้าระหว่างกัน โดยรูปแบบของ E-Marketplace ที่กรมส่งเสริมการส่งออกต้องการทำนั้น เป็น Web site ที่น่าจะเปิดให้บริการโดยให้ผู้ประกอบสามารถนำข้อมูลธุรกิจและข้อมูลสินค้าไปใส่ไว้ใน Web site ซึ่งผู้ที่นำข้อมูลมาลงไว้ที่เว็บไซต์เหล่านั้น จะเพิ่มโอกาส การเจอลูกค้าจากทั่วโลก การได้ Order สินค้าจากต่างประเทศได้โดยไม่ยาก ซึ่งแน่นอนว่าหาก Web site: www.thaitrade.com ที่กรมส่งเสริมการส่งออกกำลังทำอยู่นั้น ได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการ พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐบาล การทำ E-Marketplace ในครั้งนี้สามารถช่วยให้ภาคการส่งออกเติบโตได้อีกไม่มากก็น้อย
อย่างไรก็ตาม การทำ E-Marketplace ก็มีข้อควรระวังเช่นเดียวกัน เนื่องจาก ประเทศไทยยังมีการซื้อขายทาง Internet น้อย จึงทำให้มีความรู้ทางด้านนี้ค่อนข้างน้อย ดังนั้นกรมส่งเสริมการส่งออกจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการถึงผลดี ผลเสีย และข้อควรระวัง ของการทำธุรกิจในรูปแบบนี้ เนื่องจากการทำธุรกิจผ่าน Internet นี้ มีผู้ไม่ประสงค์ดีอยู่มากมาย และยากต่อการควบคุม ดังนั้นจึงอาจเกิดการล่อลวง และส่งผลกระทบต่อธุรกิจได้ง่าย
นอกจากนั้น เนื่องจากในการทำ E-Marketplace นี้นั้น ประเทศไทยไม่ได้เป็นประเทศแรกที่เข้ามาในธุรกิจรูปแบบนี้ มีการพัฒนาธุรกิจเช่นเดียวกันนี้อยู่มากมายบนโลก Internet กรมส่งเสริมการส่งออกจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความรู้ถึงกลเม็ด เทคนิคต่างๆให้แก่ผู้ประกอบการในการทำตลาดรูปแบบนี้ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน การหาจุดขายรวมถึงการโปรโมท Web site ไปยังคู่ค้าต่างๆทั่วโลก
ข้อสำคัญอีกประการหนึ่งดังที่ได้กล่าวในตอนต้น แรงสนับสนุนภาคภาครัฐบาล อย่างจริงจัง และต้องมีความต่อเนื่องจะเป็นกุญแจที่สำคัญต่อการพัฒนาโครงการนี้ให้สำเร็จได้ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีให้แก่ผู้ประกอบการที่เข้ามาเป็นสมาชิกของ Web site การจัดสรรงบประมาณเพื่อการให้ความรู้แก้ผู้ประกอบการ การสนับสนุนการเป็นผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และเล็ก มิฉะนั้นแล้ว โครงการนี้อาจจะเป็นแค่เพียงกระแส และจะหายไปในที่สุด

Reference

http://www.ryt9.com/si/prg/1127103
http://www.thaitrade.com/
http://www.pawoot.com/node/111