Telecomunications

Learning Objectives

• Wireless WAN, LAN, MAN, and PAN
• M-Commerce
• L-Commerce
• RFID
• Pervasive Computing
• Trends

Category of Mobile Computing เครือข่ายไร้สาย สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทหลัก ๆ
• Wireless WAN Wild Area Network คือ ระบบเครือข่ายไร้สายขนาดใหญ่ รวมไปถึงเครือข่ายของระบบโทรศัพท์ เคลื่อนที่ (Cellular Network) ระบบเครือข่ายดาวเทียม
• Wireless MAN Metropolitans Area Network คือ ระบบเครือข่ายที่ครอบคลุมในพื้นที่ระดับเมือง หรือที่หลาย ๆ คนรู้จักกันคือ WiMax
• Wireless LAN Local Area Network (Wi-Fi)
• Wireless PAN Personal Area Network คือ ระบบเครือข่ายไร้สายขนาดจิ๋ว เช่น Bluetooth, QR code, Barcode, RFID

Mobile Computing
รูปแบบของการใช้คอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบัน และแนวโน้มของการใช้คอมพิวเตอร์ ในอนาคตนั้น จะเปลี่ยนจากเดิมที่อยู่ในรูปแบบขงการใช้อยู่กับที่ มาเป็นรูปแบบของการใช้คอมพิวเตอร์ในระหว่างที่มีการเคลื่อนที่ ซึ่งเรียกว่า Mobile Computing ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือ ในปัจจุบันได้มีการใช้คอมพิวเตอร์ผ่านทางอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ Tablet
Mobile Computing ได้เกิดขึ้นมานานมากแล้ว ตั้งแต่ประมาณ 40-50 ปีก่อน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน เช่น การที่ apple ได้เคยผลิต PDA ออกมาใช้เครื่องแรกเมื่อประมาณ 20 กว่าปีก่อน แต่ก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก เนื่องจาก มีผู้ให้ความสนใจน้อยมาก และอีกส่วนหนึ่งที่ประกอบกันคือ วิธีการใช้นั้นค่อนข้างยาก และซับซ้อน
ตลาด ICT ในประเทศไทย

flickr:5732456931

ตลาด ICT ในประเทศไทย แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทหลัก ๆ คือ
1. Computer Hardware
2. Computer Software
3. Services
4. Communications
ส่วนที่มีการเติบโตสูงที่สุด ของตลาด ICT ในประเทศไทย นั้นคือ Communication และถ้าพิจารณาให้ลึกลงไปอีกจะทราบว่า Wireless Communication จะเป็นส่วนที่มีมูลค่า และการเติบโตมากที่สุดของกลุ่ม Communication

flickr:5732493767

รูปแบบของการใช้โทรศัพท์มือถือ
• จ่ายรายเดือน Post-Paid
• แบบเติมเงิน Pre-Paid
• ใช้ทั้ง 2 อย่าง
• อื่น ๆ / ไม่ทราบ

flickr:5732493771

ในประเทศไทยนั้น ผู้ใช้บริการนิยมใช้ในรูปแบบการเติมเงิน (Pre-Paid) ซึ่งมีอยู่ประมาณ 90 % ของจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์ทั้งหมด
การใช้บริการจากโทรศัพท์มือถือนั้น มีแนวโน้มว่าจะมีการเสียค่าบริการที่ถูกลง เพราะในปัจจุบันมีช่องทางการสื่อสารด้วยช่องทางอื่น ๆ ที่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้โดยไม่ต้องเสียค่าโทรศัพท์ โดยผ่านอินเตอร์เน็ตบนมือถือ เช่น Skype, Face time, Wilber บริการต่าง ๆ เหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเข้ามาแทนที่ การใช้โทรศัพท์มือถือ โดยผ่านระบบ Cellular Network
รูปแบบของการให้บริการโทรศัพท์มือถือ
• Voice คือ การโทรเข้า โทรออก ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่
• Non-Voice คือ การรับส่งสาร โดยไม่ใช้เสียง เช่น การรับส่งข้อความ SMS MMS การดาวน์โหลด มัลติมีเดียต่าง ๆ รูปภาพ ริงโทน และการใช้อินเตอร์เน็ตผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่
จากเดิมรูปแบบการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ จะถูกใช้ในรูปแบบของ Voice เป็นส่วนใหญ่ แต่ต่อมาในมี ค.ศ. 2007 ได้มีการกำเนิดของ I-Phone ขึ้น และหลังจากนั้นก็ได้มี Smart Phone รุ่นต่าง ๆ ออกวางจำหน่ายตามมา ทำให้เกิดความนิยมมากขึ้นในการใช้โทรศัพท์มือถือด้วยการให้บริการรูปแบบ Non-Voice

ส่วนแบ่งการตาดของผู้ให้บริการระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทย

flickr:5732493773

อันดับที่ 1 คือ AIS บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด มหาชน
อันดับที่ 2 คือ Dtac บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น จำกัด มหาชน
อันดับที่ 3 คือ True บริษัท ทรูมูฟ จำกัด

Generation of Mobile Phone

flickr:5732493775

1G คือระบบของการติดต่อสื่อสารที่เกิดขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1980-1990 ถูกพัฒนาในกลุ่มประเทศแสกนดิเนเวีย และได้พัฒนามาจากการวิทยุสื่อสารสองทิศทาง (Walkie Talkie)
โทรศัพท์เคลื่อนที่ในยุค 1G จะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ราคาแพง มีค่าใช้บริการสูง ใช้สื่อสารด้วยสัญญาณ Analog Based และเป็นการติดต่อสื่อสารด้วยเสียงอย่างเดียว ไม่สามารถส่งเป็นข้อความหรือภาพต่าง ๆ ได้

flickr:5732493777
flickr:5732493781

2G คือระบบของการติดต่อสื่อสารที่เกิดขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1990 เป็นโทรศัพท์ที่ใช้สัญญาณ Digital มีการพัฒนาจาก 1Gในเรื่องของการรับส่งข้อมูลในรูปแบบ ของ Data ได้ ดังนั้นจุดเด่นที่สำคัญของ โทรศัพท์ในยุด 2G นั้นจะเน้นจุดขายไปที่ การรับส่ง SMS และด้วยเหตุนี้เองทำให้วิทยุติดตามตัวหรือที่เรียกว่า เพจเจอร์ ถูกแทนที่จนหมดไป
โทรศัพท์มือถือที่เกิดขึ้นในยุค 2G นั้น จะได้รับการพัฒนาปรับปรุงทั้งในด้านของคุณภาพของข้อมูล คุณภาพของเสียง และขนาดของโทรศัพท์ด้วย อีกทั้งยังได้มีการกำหนดมาตรฐานของระบบ Cellular Network เป็น 2 มาตรฐานหลัก ๆ คือ
• Global System for Mobile Communication (GSM) เป็นมาตรฐานใช้เป็นส่วนใหญ่ ในกลุ่มประเทศแถบยุโรป และ ประเทศในแถบเอเชีย ข้อดีของมาตรฐาน ระบบ GSM คือสามารถทำโรมมิ่งได้
• Code Division Multiple Access (CDMA) เป็นมาตรฐานใช้เป็นส่วนใหญ่ ในประเทศอเมริกา และที่จริงแล้ว ระบบ CDMA นั้นเป็นระบบที่มีคุณภาพที่ดีกว่า มาตรฐานระบบ GSM ทั้งในด้านของภาพและเสียง อีกทั้งยังได้มีการนำระบบมาตรฐาน CDMA ไปพัฒนาต่อไปเป็น 3G แต่มาตรฐานระบบ CDMA นั้นยังต้อเจอกับปัญหา ในด้าน Network Effect คือ มีผู้นิยมใช้น้อกว่า

2.5G มีข้อแตกต่างที่พัฒนาจากยุค 2G คือการเพิ่มความสามารในการเข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ต ผ่านระบบ GPRS (General Package Radio System) and EDGE แต่ EDGE ก็มีข้อเสียคือไม่สามารถทำให้เราเข้าถึงข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การดูวิดีโอ วิดีโอเรียลทาม หรือ มัลติมีเดียต่าง ๆ

flickr:5732493781

3G เป็นยุคที่โทรศัพท์มีการใช้ระบบเครือข่ายเดียวกับอินเตอร์เน็ต เรียกว่า ระบบ Support Packet Switching Network คือจะมีความสารถในการรับส่งข้อมูลได้ในปริมาณที่มาก 3G ในช่วงแรก ๆ มีการ support ความเร็วอยู่ที่ 2 Mb./วินาที
ข้อดี คือ 3G มีการสนับสนุนการใช้ multimedia application คือ สามารถให้บริการได้ในรูปแบบของสื่อผสม และสามารถให้บริการได้ในลักษณะที่เป็น real time เช่น face time , life TV, VDO
ในต่างประเทศมีการนำ 3G เข้ามาใช้ในวงการแพทย์ เรียกว่า Telemedicine คือ คนไข้สามารถคุยกับหมอ และหมอตรวจได้โดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล
3G มีมาตรฐานของระบบ Cellular Network เป็น 2 มาตรฐานหลัก ๆ คือ
• WCDMA (Wild fare Code Division Multiple Access)
• CDMS2000

flickr:5732495527

4G เป็นรูปแบบของเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในยุคที่ 4 เป็น IT Base คือ โทรศัพท์ จะมี IP Address มีการตั้งมาตรฐานไว้ว่า ความเร็วของ 4G นั้นจะมีความเร็วมากกว่า ระบบ LAND

การเข้าถึง web application ผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ มี 2 มาตรฐานหลัก ๆ
• WAP Wireless Application Protocol โทรศัพท์จะข้าถึง Web severได้โดยต้องผ่านตัวกลาง คือ WAP Gate Way
• I-Mode คือการใช้ โทรศัพท์เข้าถึง Web severได้โดยตรง โดยที่ไม่ต้องผ่านตัวกลาง ทั้ง ๆ ที่ I-Mode ดีกว่า WAP มีความเร็วที่สูงกว่า และมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า WAP แต่กลับได้รับความนิยมน้อยกว่า WAP

โครงสร้างตลาดคมนาคมในประเทศไทย
รัฐธรรมนูญ ปี 2540 มีการแก้ไข้ โดยเรียกคลื่นความถี่ที่หน่วยงานรัฐเคยให้สัมปทาน นำกลับมาจัดสรรใหม่ เพื่อให้เข้ากับผลประโยชน์ของประเทศชาติ อันเป็นที่มาของการจัดตั้ง พรบ. องค์กรจัดสรร คลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2543 และนำไปสู่การจัดตั้งองค์กรอิสระ 2 องค์กร คือ กทช และ กสท
• กทช องค์การอิสระที่เข้ามาดูแลเรื่องกิจการโทรคมนาคม
• กสท องค์การอิสระที่เข้ามาดูแลเรื่องกิจการวิทยุและโทรทัศน์
จากนั้น หลังจากมีการปฏิวัติรัฐประหาร ในปี 2549 ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ โดยรวมองค์กรอิสระทั้ง 2 องค์กร เข้าด้วยกัน เป็นองค์การอิสระที่เข้ามาดูแลทั้ง 3 กิจการคือ วิทยุ โทรทัศน์ และ โทรคมนาคม

flickr:5732495531

Wireless LAN Local Area Network (Wi-Fi)
ปัญหาหลักที่พบในระบบ Wi-fi คือการเข้าถึงและเชื่อต่อระบบโรมมิ่ง
Wireless MAN Metropolitans Area Network
ระบบเครือข่ายที่ครอบคลุมในพื้นที่ระดับเมือง หรือที่หลาย ๆ คนรู้จักกันในชื่อ WiMax มีรัศมีการให้บริการอยู่ที่ประมาณ 50 km. มีความเร็วสูงกว่า Wi-Fi
เป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่ผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของต้องทำการของอนุญาตจาก กสทช เสียก่อน
Wireless PAN Personal Area Network
อยู่ในรูปแบบของการใช้ Barcode, RFID

M-Commerce
คือการทำธุรกรรม e-Commerce ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ตัวอย่างของ M- Commerce เช่น
• Mobile Entertainment
• M-Payment
• Location Based Service
• Mobile Banking
• Mobile Broadband Multimedia
• Telehealth
• Application Store
การชำระเงิน ผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่
มีทั้งหมด 3 รูปแบบ
• Micropayment System คือ การเรียกเก็บค่าสินค้า และบริการ ของ M-Commerce รวมกับค่าใช้บริการโทรศัพท์มือถือปลายเดือน (ปัจจุบันยังไม่มีวิค่าวิธีนี้ในเมืองไทย)
• Stored Payment System คือรูปแบบของการชำระค่าสินค้าและบริการที่คล้าย ๆ กับ บัตรเติมเงิน คือ ต้องมีการจ่ายเงินซื้อเครดิต (Point) ล่วงหน้าก่อน แล้วหักค่าสินค้าและบริการในภายหลัง
• Mobile Wallets (m-Wallets) เป็น application ที่ทำการเก็บข้อมูลบัตรเครดิตของผู้ใช้บริการ เวลาที่ต้องการซื้อสินค้าและบริการ ก็ซื้อด้วยบัตรเครดิตใบนั้น ๆ
The technical limitations of m-commerce ปัญหาการใช้ m-commerce
• Limited screen size
• Limited bandwidth
• Limited storage capabilities
• Limitation of battery life

M-Learning
• ระบบการเรียนการสอนผ่านโทรศัพท์มือถือ

L-Commerce
Location Base Commerce คือ รูปแบบการทำธุรกรรมตามตำแหน่งที่อยู่ของลูกค้า เช่น Foursquare Gowalla
Pervasive Computing อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีความสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ เช่น
• Smart Home
• Smart Car
• Smart Appliance
Trends แนวโน้มในอนาคต ของ Mobile Computing
• ในอนาคต ทวีปเอเชียจะเป็นทวีปที่มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะที่ประเทศจีน
• ระบบ 2G จะหมดไป
• มี Fiber Optic เข้ามาแทนที่ระบบเครือข่ายโทรศัพท์แบบมีสาย
• จะมีจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่มากกว่าจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์บ้าน
• ระบบเครือข่ายโทรศัพท์ จะถูกนำไปหลอมรวมกับระบบวิทยุ และโทรทัศน์ เรียกว่า Convergent
• อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ จะมีราคาที่ถูกลง
• จำนวนของโทรศัพท์เคลื่อนที่ทิศทางการเติบโตที่สูงขึ้น
• จำนวนของโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่สามารถรองรับระบบ 3G ได้ จะมีแนวโน้มการผลิตที่สูงขึ้น