วิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อยระบบปฏิบัติการ Smart Phone

วิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อยระบบปฏิบัติการ Smart Phone

6pic1.jpg

ในการเลือกใช้ Smartphone เพื่อให้ตรงกับลักษณะการใช้งานของแต่ละคนระบบปฏิบัติการหรือ Operating System(OS) ที่ฝังมากับโทรศัพท์แต่ละเครื่องก็เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ยุคก่อนหน้านี้ระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยทั่วไปไม่มีมาตรฐานสากลตายตัว เป็นสิทธิ์ของผู้ผลิตที่จะเขียนซอฟต์แวร์ตามความถนัดของตนเองยิ่งบรรดาแอพพลิเคชั่นต่างๆ ด้วยแล้ว ก็ยิ่งไม่มีมาตรฐานร่วมใดๆ ทั้งสิ้น
ผู้ที่ซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปใช้ไม่มีสิทธิ์เพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงแอปพลิเคชั่นของตนเอง ต่อมาเมื่อมีความพยายามผลักดันมาตรฐานระบบปฏิบัติการสากล เพื่อให้นำมาใช้งานกับทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่ระดับไฮเอนด์และบรรดา Smartphone เราก็เริ่มรู้จักกับชื่อของ Symbian และ Windows Mobile ที่ปรากฏขึ้นพร้อมกับโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นใหม่
มาจนถึงทุกวันนี้ยุคที่เทคโนโลยีสนับสนุนต่างๆมีการพัฒนาก้าวหน้าไปมากระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ Smartphone ก็ได้รับการคิดค้นขึ้นมาจนมีความหลากหลายในแง่ของจำนวนค่าย การเลือกระบบปฏิบัติการที่เอื้อประโยชน์และส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของ Smartphone มีผลต่อความสะดวกสบายในการใช้งานอย่างยิ่งอย่างไรก็ตามเมื่อมาถึงจุดที่ต้องชั่งน้ำหนักโดยมองถึงชนิดของระบบปฏิบัติการเพื่อเป็นตัวเลือกในการซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบ Smartphone หลายท่านก็พบว่าระบบปฏิบัติการแต่ละชนิดก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป เช่น ระบบปฏิบัติการ iPhone OS มีข้อดีในเรื่องของการใช้งานที่ง่าย ทั้งต่อการใช้แอพพลิเคชั่นและสื่อมัลติมีเดียต่างๆ ในขณะที่ระบบปฏิบัติการ Android มีจุดเด่นในเรื่องช่องทางในการเชื่อมต่ออันหลากหลายกับแอปพลิเคชั่นของ Google ทำให้มีการเปิดกว้างในเรื่องของการออกแบบ และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งาน Android สามารถพัฒนาและปรับเปลี่ยนหน้าจอและการใช้งานโทรศัพท์ของตนได้อย่างแทบไม่มีข้อจำกัด
ยิ่งไปกว่านั้น แม้จะปักใจเลือกระบบปฏิบัติการในใจไว้แล้ว เมื่อมาถึงขั้นพิจารณาเลือกรุ่นและยี่ห้อของ Smartphone เรามักจะพบว่า Smartphone ต่างรุ่นต่างค่าย แม้จะใช้ระบบปฏิบัติการเดียวกัน แต่ก็มีลูกเล่นและจุดเด่นจุดด้อยที่แตกต่างกันในรายละเอียดอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการออกแบบระบบติดต่อกับผู้ใช้งาน (User Interface) แต่หากจะให้จัดกลุ่มง่ายๆ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการเลือกระบบปฏิบัติการ ก็ต้องกล่าวว่า ในกลุ่มของระบบปฏิบัติการตระกูล BlackBerry และ Windows Mobile ได้รับการออกแบบมาโดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้ใช้งานทางธุรกิจเป็นหลัก ในขณะที่กลุ่ม Android, iPhone และ webOS พุ่งเป้าหมายไปที่กลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป
เพื่อเป็นการให้แนวทางสำหรับพิจารณาเลือกซื้อ Smartphone ที่เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้งานของท่าน บทความเรื่องนี้เป็นการวิเคราะห์จุดเด่นและจุดด้อยและของระบบระบบปฏิบัติการทั้ง 5 ประเภทที่มีใน Smartphone ในท้องตลาดปัจจุบัน

1. ระบบปฏิบัติการ Android

20080614tech02_1.jpg

ถือเป็นระบบปฏิบัติการที่ได้รับการตอบรับ และมีการพัฒนา Smartphone จำนวนมากให้รองรับการใช้งานอย่างแข็งขัน โดยเฉพาะจากผู้ผลิตยักษ์ใหญ่อย่าง HTC, LG, Motorola, Samsung และ Sony Ericsson รวมถึงบริษัทผู้ผลิตอื่นๆ อีกจำนวนมาก ภายใต้การผลักดันของยักษ์ใหญ่อย่าง Google จนมีการคาดการณ์กันว่าภายใน พ.ศ. 2555 ระบบปฏิบัติการชนิด Open Source อย่าง Android จะครองตลาดเครื่อง Smartphone ทั่วโลกในสัดส่วนที่เหนือกว่า BlackBerry และ iPhone อย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งนี้ก็ด้วยจุดเด่นในเรื่องของการเปิดกว้างในการพัฒนาแอปพลิเคชั่น ตัวอย่างง่ายๆ เช่น Smartphone รุ่น Motoblur จากค่าย Motorola มีการพัฒนา Widget บนหน้าจอหลักให้สามารถรับข้อมูลอัพเดทใหม่ๆ จากแอปพลิเคชั่น social network ต่างๆ Android ยังมีลูกเล่นหลากสีสันบนบรรดาโทรศัพท์ Smartphone ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งการจากเสียง (Voice Control) การจัดการอัลบั้มรูปภาพในลักษณะเลื่อนซ้อน การเข้าถึงบัญชีรายชื่อโทรศัพท์อย่างรวดเร็วและหลากรูปแบบ ไม่ว่าจะต้องการติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ ทาง SMS ทาง e-mail หรือผ่านทาง Facebook รวมถึงการนำทางโดยใช้โปรแกรม Google Maps ร่วมกับระบบชี้พิกัด GPS ที่ฝังอยู่ในตัวเครื่อง ทั้งนี้ไม่นับถึงแอปพลิเคชั่นใหม่ๆ ที่มีผู้คนทั่วโลกร่วมกันคิดค้นอีกมากมาย ซึ่งจะปรากฏขึ้นอีกในอนาคต

จุดเด่น
• มีการเชื่อมต่อกับบริการต่างๆ ของ Google ซึ่งครอบคลุมถึง Gmail, Google Talk, Google Maps และ Google Search Engine
• เป็นมาตรฐานเปิด (Open Platform) ซึ่งเปิดโอกาสให้นักพัฒนาทั่วโลก รวมทั้งผู้ผลิต Smartphone ทุกรายสามารถปรับแต่ง เพิ่มเติม และพัฒนาการทำงาน รวมถึงคิดค้นแอปพลิเคชั่นใหม่ๆ อย่างอิสระ ผลที่ได้ก็คือการขยายตัวของระบบปฏิบัติการ และก่อให้เกิดความหลากหลายในการใช้งานในอนาคต
• ปัจจุบัน (มิถุนายน 2553) มีจำนวนแอปพลิเคชั่นให้ใช้งานมากถึง 20,000 รายการในตลาด Android Market
• มีการออกแบบระบบแจ้งเตือนที่ฉับไว ทุกครั้งที่มีข้อความหรือข่าวสารส่งมาถึง ไม่ว่าจะส่งมายังโทรศัพท์ Smartphone โดยตรง หรือส่งไปยังแอปพลิเคชั่นต่างๆ
• Google มีการพัฒนาและอัพเดทขีดความสามารถใหม่ๆ ให้กับระบบปฏิบัติการอยู่ตลอดเวลา ตัวอย่างล่าสุดเช่นความสามารถในการบอกเส้นทางแบบจุดต่อจุดสำหรับระบบนำทางแบบ GPS

จุดด้อย
• ระบบเชื่อมต่อของ Android ยังไม่ได้รับการพัฒนาให้มีความคล่องตัวเทียบเท่ากับ iPhone ในปัจจุบัน
• ตลาดออนไลน์ Android Market ยังไม่สามารถสนับสนุนการเชื่อมต่อกับกลไกการเก็บเงินของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้โดยตรง อีกทั้งยังมีแอปพลิเคชั่นด้วยเกมน้อยเมื่อเทียบกับ iPhone
• ขีดความสามารถด้าน Multitouch บนหน้าจอของ Smartphone ในตระกูล Android มีใช้งานได้ในเครื่องเฉพาะรุ่น
• จากความหลากหลายของการออกแบบ Smartphone โดยผู้ผลิตแต่ละราย แอปพลิเคชั่นบางประเภทยังไม่สามารถใช้งานข้ามรุ่นโทรศัพท์ได้ดีนัก

2. ระบบปฏิบัติการ Black Berry

trillianforblackberry1.jpg

เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้งานที่ให้ความสำคัญกับการรับอีเมล์แบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องคอยกดปุ่มตรวจสอบ BlackBerry ใช้กลไกการตรวจสอบอีเมล์แบบ Push Notification นอกจากนั้นยังมีการออกแบบคีย์บอร์ดที่ดี Research In Motion (RIM) ผู้ผลิต BlackBerry มิได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงระบบปฏิบัติการของ BlackBerry มาหลายปีแล้ว แต่ก็ต้องถือว่าระบบปฏิบัติการดังกล่าวยังมีศักยภาพในการทำงานที่ดีมาก โดยเฉพาะการรองรับการดำเนินการหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน (Multitasking) ข้อดีอีกประการหนึ่งของกลไกการทำงานสำหรับระบบปฏิบัติการ BlackBerry ก็คือการรักษาอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ในตัวเครื่อง ที่สามารถใช้งานหลังการประจุไฟได้นานกว่าระบบปฏิบัติการคู่แข่งรายอื่นๆ
การเน้นเปิดตัวและออกแบบ Smartphone รุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง มีความหลากหลาย และมีรุ่นที่เหมาะกับตลาดทุกระดับโดยเฉพาะในแง่ของการกำหนดระดับราคา เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ BlackBerry ครองใจผู้ใช้งานได้อย่างยาวนาน ปัจจุบัน BlackBerry มีส่วนแบ่งทางการตลาดในสหรัฐอเมริกาถึงร้อยละ 40 อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าผลิตภัณฑ์จากค่าย RIM จะครองใจผู้คนได้โดยไม่ต้องมีการพัฒนา RIM ยังมีสิ่งที่ต้องพัฒนาให้กับ BlackBerry อีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเสียงวิจารณ์ในเรื่องของความเร็วในการแสดงผลของโปรแกรมเบราส์เซอร์ รวมถึงจำนวนแอปพลิเคชั่นที่มีน้อยเมื่อเทียบกับระบบปฏิบัติการคู่แข่งอีก 2ราย อย่าง iPhone และ Android

จุดเด่น
• เป็นที่หนึ่งในด้านการบริหารจัดการระบบอีเมล์ ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงกล่องข้อความ (Inbox) ได้โดยตรงผ่านทางหน้าจอหลัก และตัวโปรแกรมจัดการอีเมล์ยังสนับสนุนการเปิดอ่านเอกสารแนบได้หลากหลายรูปแบบ
• มีระบบจัดการพลังงานในตัวเครื่องที่ดีเยี่ยม Smartphone ในตระกูล BlackBerry เกือบทุกรุ่นสามารถเปิดเครื่องใช้งานได้ถึง 2 วัน ในขณะที่เครื่อง Smartphone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการอื่นๆ มีอายุการใช้งานพลังงานโดยเฉลี่ยเพียง 1 วัน
• การออกแบบแป้นคีย์บอร์ดเป็นแบบกายภาพ ช่วยให้การพิมพ์ข้อความเป็นไปได้ไม่เกิดข้อผิดพลาด ไม่ว่าจะเป็นการส่งอีเมล์ พิมพ์ URL เพื่อเข้าท่องเว็บไซด์ หรือแม้จะเป็นการ Chat ผ่านบริการ BlackBerry Messenger
• เป็นระบบปฏิบัติการที่มีการรักษาความปลอดภัยสูงมาก จึงได้รับความนิยมให้ใช้งานในเชิงธุรกิจเป็นหลัก

จุดด้อย
• โปรแกรมเบราส์เซอร์ของ BlackBerry ทำงานตอบสนองช้ากว่าเบราส์เซอร์ที่พัฒนามาจาก WebKit ซึ่งครอบคลุมทั้งระบบปฏิบัติการ iPhone, Android และ webOS
• ปุ่มกดบนแป้นคีย์บอร์ดของ BlackBerry มีขนาดเล็ก เนื่องจากต้องรักษาพื้นที่ให้กับขนาดหน้าจอแสดงผล แม้จะพิมพ์ข้อความแล้วไม่เกิดความผิดพลาดเหมือนการพิมพ์ผ่านคีย์บอร์ดเสมือนบนหน้าจอ Smartphone บางรุ่น แต่การกดปุ่มที่มีขนาดเล็กผิดสุขลักษณะก็ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกถึงความไม่สะดวก
• สำหรับบริการเข้าถึงแอปพลิเคชั่นผ่าน BlackBerry App World พบว่ายังมีจำนวนแอปพลิเคชั่นให้เลือกน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความหลากหลายของเกมมีน้อยมาก ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับแอปพลิเคชั่นเฉพาะกิจที่ผู้ใช้งานต้องจ่ายเงินเพื่อดาวน์โหลดมาใช้งาน ก็มีการคิดราคาที่ค่อนข้างสูง
• ยังไม่มีการเปิดให้บริการดาวน์โหลดหรือรับฟังเพลงออนไลน์ เหมือนอย่างที่ค่าย iPhone มีการให้บริการผ่าน iTune หรือค่าย Android และ webOS ให้บริการผ่าน Amazon MP3

3. ระบบปฏิบัติการ iPhone

iphone4_color.jpg

Apple เป็นผู้จุดประกายพร้อมกับสร้างกระแสบริโภคให้กับตลาด SmartPhone ด้วยการเปิดตัว iPhone ที่เป็นนวัตกรรมต่อยอดมาจาก iPod เครื่องฟังเพลง MP3 ที่เป็นสีสันของผู้คนทั่วโลก จุดเด่นสำคัญของ iPhone ก็คือการสนับสนุนด้านแอพพลิเคชั่นที่มีตัวเลือกมโหฬารผ่านบริการ App Store จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้ใช้งาน SmartPhone ทั่วโลกกว่าร้อยละ 30 ตัดสินใจเลือกใช iPhone ในแง่ของการออกแบบหน้าจอ iPhone เลือกใช้การติดต่อกับผู้ใช้งานผ่านระบบไอคอน (icon) ที่ง่ายและไม่มีผู้ผลิตรายใดทำได้เหมือน นอกจากนั้นโปรแกรมเบราส์เซอร์ของ iPhone ก็มีการทำงานที่เร็วมากเทียบกับเบราส์เซอร์ของระบบปฏิบัติการอื่นๆ สาวกของ iPhone ยังมีตัวเลือกเพิ่มเติมกับสินค้าที่เป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งที่ผลิตโดย Apple เองหรือจากผู้ผลิตพันธมิตรรายอื่นๆ ต้องยอมรับว่า iPhone คือจุดลงตัวของทั้งยุทธศาสตร์และปรัชญาการออกแบบด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ทีเดียว

จุดเด่น
• มีแอปพลิเคชั่นที่หลากหลายมากกว่า 140,000 รายการ ตั้งแต่เกมไปจนถึงข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยว และเอกสารในรูปแบบ eBook ให้เลือกดาวน์โหลดผ่านบริการ App Store โดยมีระบบการซื้อที่ง่ายภายใต้การสนับสนุนของบริการ iTunes
• ผู้ใช้งานสามารถใช้เครื่อง iPhone ได้โดยแทบไม่ต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มเติม ด้วยการออกแบบเมนูการใช้งานที่เห็นแล้วเข้าใจง่าย มีระบบตอบสนองการสัมผัสหน้าจอที่รวดเร็วทันใจ หากต้องการใช้งาน cut-and-paste ก็ทำได้ง่าย
• มีการออกแบบโปรแกรมเว็บเบราส์เซอร์ที่ทำงานตอบสนองได้รวดเร็วที่สุด
• มีความหลากหลายในด้านของอุปกรณ์เสริมและอุปกรณ์ต่อพ่วงมากที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่นๆไม่ว่าจะเป็นลำโพง แบตเตอรี่เสริม ตัวเคสโลหะ และหลากหลายของเล่นสำหรับสาวก iPhone ได้เลือกใช้
• การออกแบบให้มีฟังก์ชั่นการทำงานของ iPod อยู่ภายในตัว ทำให้ iPhone ยังคงความเป็นเครื่องมือเพื่อความบันเทิงเต็มรูปแบบ ทั้งการรับฟังดนตรีและชมภาพยนตร์

จุดด้อย
• ไม่สามารถทำงานแบบ Multitasking บางประเภทได้ ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็คือ เราไม่สามารถใช้ iPhone รับฟังรายการวิทยุผ่านอินเทอร์เน็ต (Internet Radio) ได้พร้อมๆ กับการเปิดเว็บเบราส์เซอร์เพื่อท่องอินเทอร์เน็ต
• ผู้ใช้งานไม่สามารถออกแบบปรับเปลี่ยนหน้าจอได้ตามความต้องการ ต่างจากในกรณีของระบบปฏิบัติการอื่นๆ

4. ระบบปฏิบัติการ webOS

wwwengadgetmobilecom__palmprewebos20090114600.jpg

webOS เป็นนวัตกรรมที่เกิดจากการคิดค้นระบบปฏิบัติการใหม่สำหรับใช้ในเครื่อง Smartphone ของค่าย Palm ทดแทนระบบปฏิบัติการเดิมที่ล้าสมัย โดย Palm มีการเปิดตัวระบบปฏิบัติการนี้ในเครื่อง Parm Pre และ Parm Pixi และมีการใช้งานแพร่หลายในเครื่องรุ่นใหม่ๆ ปรัชญาการออกแบบระบบปฏิบัติการ web OS ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ต้องการให้สร้างความสะดวกในการใช้งานอย่างสูงสุด ตัวอย่างเช่นการเชื่อมต่อฐานข้อมูลตารางนัดหมายกับสมุดรายชื่อโทรศัพท์ เพื่อให้การค้นหาเริ่มต้นได้จากจุดเดียว ไม่ต้องปิดแอปพลิเคชั่นหนึ่งแล้วไปเปิดอีกแอปพลิเคชั่น สิ่งที่เป็นจุดขายสำคัญของ webOS ก็คือการออกแบบกลไกการทำงานแบบ Multitasking โดยใช้การเชื่อมต่อผ่านหน้าจอแบบ Activity Card-based ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเลือกเปลี่ยนแอปพลิเคชั่นด้วยการลากนิ้วเปลี่ยนโปรแกรม ในลักษณะเดียวกับการลากไพ่ และหากต้องการปิดแอปพลิเคชั่นใดก็เพียงลากออกไปจากขอบจอ
โชคไม่ดีนักที่ค่าย Palm ยังทำคะแนนให้กับระบบปฏิบัติการตัวใหม่ได้ไม่ดีนัก สาเหตุเนื่องมาจากยังมีแอปพลิเคชั่นให้ดาวน์โหลดใช้งานน้อยมาก แม้ในระยะหลังๆ จะมีการเพิ่มเกมที่น่าสนใจเข้ามาจำนวนหนึ่งแล้วก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตาดูพัฒนาการของ webOS ในขั้นต่อไปก็คือการเปิดตัว webOS 1.4 ที่เพิ่มความสามารถใหม่ๆ เช่น การบันทึกภาพวิดีโอ และรองรับโปรแกรม Flash Player 10.1 ซึ่งต้องบอกว่าค่าย webOS คงต้องใช้เวลาอีกพอสมควรในการสั่งสมบารมีก่อนจะไปท้าชิงส่วนแบ่งตลาดกับระบบปฏิบัติการยักษ์ใหญ่รายอื่นๆ

จุดเด่น
• การออกแบบระบบเชื่อมต่อกับผู้ใช้งานผ่านหน้าจอ ด้วยแนวคิดแบบ Card-based พร้อมทั้งระบบบริหารจัดการแอปพลิเคชั่นแบบ Multitasking ที่ดีเยี่ยม ถือว่าคุ้มค่าเงินที่เสียไปสำหรับ Smartphone ในตระกูล webOS
• การออกแบบรวบฐานข้อมูลหลัก ทำให้การบริหารจัดการตารางนัดหมาย สมุดโทรศัพท์ และบันทึกต่างๆ เป็นไปอย่างไม่สับสน
• มีระบบแจ้งเตือนเมื่อมีข่าวสารใหม่เข้ามา ทำให้สามารถติดตามการสื่อสารได้อย่างตรงเวลา
• บริการแบ็คอัพข้อมูลผ่านเครือข่ายสื่อสารไร้สาย ทำให้พร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน และกู้คืนข้อมูลได้ตลอดเวลา

จุดด้อย
• มีแอปพลิเคชั่นใช้งานน้อยมาก
• พบว่าการทำงานของ webOS ช้าลงเมื่อมีการโหลดอีเมล์ ซึ่งถือว่าเป็นจุดด้อยที่มองเห็นชัดเจนเมื่อเทียบกับระบบปฏิบัติการคู่แข่งอื่นๆ

5. ระบบปฏิบัติการ Windows Mobile

windows_mobile_6_images.jpg

ค่าย Microsoft ประกาศตัวเปิดแนวรบระบบปฏิบัติการบนตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่มาหลายปีแล้ว ด้วยการประเดิมระบบปฏิบัติการ Windows Mobile ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Windows Phone Starter Edition (ตรงกับ Windows Mobile 6.5) ระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับลูกเล่นใหม่ๆ เช่น เว็บเบราเซอร์ที่ได้รับการพัฒนาคุณภาพมากขึ้น รวมถึงบริการสนับสนุนพิเศษอื่นๆ เข่น My Phone ซึ่งใช้ทำการแบ็คอัพข้อมูลประเภทสมุดบัญชีโทรศัพท์รวมถึงข้อมูลสำคัญอื่นๆ ไปเก็บไว้ในเครือข่าย Cloud Computing แต่สิ่งที่ทำให้ระบบปฏิบัติการจากค่ายยักษ์ใหญ่รายนี้เป็นที่น่าจับตามองกลับมิใช่ขีดความสามารถของตัวระบบปฏิบัติการเอง หากแต่เป็นการพัฒนาต่อยอดของบรรดาผู้ผลิต Smartphone เช่น ในกรณีของเครื่อง HTC TouchFLO 3D มีการออกแบบให้ผู้ใช้งานสามารถเลื่อนหน้าจออีเมล์ รูปภาพ รายงานพยากรณ์อากาศ และแอปพลิเคชั่นอื่นๆ ได้อย่างอิสระ และด้วยปรัชญาการออกแบบระบบปฏิบัติการที่ Microsoft ต้องการให้มีการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่นหลักอย่าง Microsoft Exchange, Office และ Outlook จึงทำให้ระบบปฏิบัติการ Windows Phone Starter Edition เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานในแวดวงธุรกิจ

จุดเด่น
• ระบบปฏิบัติการ Windows Mobile 6.5 มีการออกแบบระบบสัมผัสหน้าจอที่ใช้งานง่าย* มีการพัฒนาระบบเชื่อมต่อผ่านหน้าจอรุ่นพิเศษให้กับ HTC และ Samsung* ทำงานร่วมกันได้ดีกับแอพพลิเคชั่น Microsoft Exchange, Office และ Outlook* บริการแบ็คอัพข้อมูล My Phone ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ ช่วยให้ผู้ใช้งานอุ่นใจว่าสามารถกู้คืนข้อมูลกลับมาได้ทุกเมื่อ แม้ในกรณีที่โทรศัพท์เสียหรือหายสูญหาย

จุดด้อย
• มีแอพพลิเคชั่นให้เลือกน้อย แม้จะมีการจัดตั้งบริการ Windows Marketplace for Mobile ขึ้นก็ตาม ปัจจุบันมีแอปพลิเคชั่นให้เลือกเพียง 800 รายการเท่านั้น
• โปรแกรมเว็บเบราส์เซอร์แม้จะได้รับการปรับปรุงมาใหม่แล้วแต่ก็ยังตอบสนองการทำงานได้ไม่รวดเร็วเท่ากับระบบปฏิบัติการ iPhone
• กลไกการเชื่อมต่อเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเครือข่าย Cloud ยังทำงานช้ากว่าเมื่อเทียบกับกลไกแบบเดียวกันของระบบปฏิบัติการ Android และ web OS จากค่าย Palm
• ยังไม่มีการออกแบบเพื่อเชื่อมต่อกับบริการ Zune Music
การตัดสินใจเลือก Smartphone โดยพิจารณาจากขีดความสามารถของระบบปฏิบัติการเป็นสิ่งสำคัญ หวังว่าบทความเรื่องนี้น่าจะให้แนวคิดเพิ่มเติมก่อนที่ท่านจะเป็นผู้เลือก Smartphone ที่ถูกใจของท่าน ระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ๆ ที่จะมีการเปิดตัวในอนาคตโดยแต่ละค่าย ย่อมมีการพัฒนาในจุดด้อย และเพิ่มในจุดเด่น ขอให้ใช้เวลาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ

Ms. Narumol Nantiyakul
ID No. 5320221042 Y-MBA 31