Smart Grid 15

SMART GRID สมาร์ทกริดช่วยผู้บริโภคประหยัดไฟฟ้า อีก 15 ปีครอบคลุมทั้งประเทศ

นายพงษ์ศักดิ์ หาญบุญญานนท์ ผู้เชี่ยวชาญระดับ 12 ด้านวิจัยและพัฒนาระบบไฟฟ้า ประจำสำนักงานรองผู้ว่าการวางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้า กล่าวถึงการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือสมาร์ทกริด ว่า โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะจะช่วยลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน และราคาเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น โดยจะนำเอาเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร และสารสนเทศที่มีความก้าวหน้ามาผลิตร่วมกับเทคโนโลยีกำลังไฟฟ้า เพื่อทำให้โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะสามารถจ่ายไฟฟ้าได้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมโยงโรงไฟฟ้าขนาดเล็กไปยังโรงไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ช่วยให้ประชาชนประหยัดการใช้ไฟฟ้าในระยะยาว และมีความมั่นคงสูงสุดตามมาตรฐานที่กำหนด
สำหรับการพัฒนาโครงข่ายดังกล่าว จะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ 15 ปี เริ่มจากจังหวัดภูเก็ต เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี จากนั้นจะขยายไปสู่เมืองใหญ่ทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้ค่าไฟฟ้าสะท้อนกับความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น และจะช่วยแก้ปัญหาไฟฟ้าดับในเมืองใหญ่ ที่สำคัญโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะจะมีการติดสมาร์ทมิเตอร์ ซึ่งสามารถอ่านหน่วยการใช้ไฟฟ้าของแต่ละบ้านได้ ทำให้การไฟฟ้าฯ สามารถลดต้นทุนการจ้างพนักงานตรวจหน่วยไฟฟ้าตามบ้านได้จำนวนมาก

ที่มา : http://www.manager.co.th
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 พฤษภาคม 2554

flickr:5732795012

สรุป บทวิเคราะห์

สมาร์ทกริด” (Smart Grid) คือระบบโครงข่ายสำหรับส่งไฟฟ้าอัจฉริยะแบบครบวงจรโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล สมาร์ทกริดทำหน้าที่ส่งไฟฟ้าจากผู้ให้บริการไปยังผู้ใช้บริการด้วยระบบการสื่อสารสองทางเพื่อควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้า ณ บ้านของผู้ใช้ ซึ่งจะช่วยให้สามารถบริหารจัดการการใช้พลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบบส่งจ่ายไฟฟ้าสมาร์ทกริดได้พัฒนาโปรแกรมพร้อมกับติดตั้งอุปกรณ์ที่สามารถตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าได้ตามเวลาจริง (Real Time) ไว้ที่แต่ละครัวเรือนว่ามีการใช้ไฟฟ้าเท่าไหร่ จุดไหนใช้มากน้อยอย่างไร เพื่อช่วยคำนวณการแจกจ่ายกระแสไฟของเมือง ช่วยให้การจ่ายกระแสไฟฟ้ามีความเสถียร ลดปัญหาไฟดับในช่วงที่มีการใช้ไฟสูง ทั้งยังทำให้ผู้ใช้สามารถเห็นพฤติกรรมและปรับลดการใช้พลังงานของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระบบสมาร์ทกริดเกิดขึ้น เป็นเพราะแนวโน้มในธุรกิจไฟฟ้าของโลกเบนเข็มมาที่การใช้พลังงานสะอาดจากพลังงานลม แสงอาทิตย์ หรือพลังงานชีวภาพอื่นๆ และผู้ใช้ก็เป็นฝ่ายผลิตไฟฟ้าได้เองจากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลหรือกังหันลม ซึ่งเมื่อผลิตไฟฟ้าได้เกินจากการใช้งานก็ย่อมสามารถส่งกลับไปขายให้รัฐหรือบริษัทผู้ให้บริการไฟฟ้าได้ แต่ทั้งหมดนี้ยังขาดการบริหารการผลิตหรือรองรับการจัดเก็บในระบบอุตสาหกรรม จึงไม่สามารถจัดสรรพลังงานทดแทนเข้ามาใช้ในระบบในช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ระบบกริดอัจฉริยะนี้จึงเข้ามาช่วยจัดการการผลิต จัดเก็บ และจัดสรรพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉะนั้นไม่เพียงประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ระบบนี้ยังมุ่งเน้นไปในด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการพลังงานทดแทนด้วย

เพื่อให้เข้าใจถึงการทำงานของสมาร์ทกริด ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการคำนวณแบบกริด (Grid Computing) เสียก่อน กริดคอมพิวติ้ง คือ การคำนวณซึ่งเกิดจากการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถในการประมวลผลสูงหลายเครื่องมาทำงานเชื่อมต่อกัน เพื่อให้ได้การประมวลผลที่มีประสิทธิภาพในการคำนวณที่ละเอียดซับซ้อน สมาร์ทกริดจึงทำงานคล้ายกับอินเทอร์เน็ต ที่มีเราเตอร์ (Router) ในการเชื่อมต่อข้อมูล สมาร์ทกริดก็มีมิเตอร์อัจฉริยะ (Smart Meter) ที่ปรับปรุงการอ่านค่าการใช้ไฟให้ละเอียดยิ่งขึ้น ทำงานร่วมกับ "อุปกรณ์ควบคุมพลังงานภายในบ้าน" ที่ส่งสัญญาณคล้ายเรื่องรับส่งสัญญาณโทรทัศน์หรืออินเทอร์เน็ตไร้สาย เพื่อเชื่อมต่อกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และส่งสัญญาณโต้ตอบระหว่างผู้ให้บริการกับผู้ใช้ว่าการใช้พลังงานเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ และผู้ใช้ยังสามารถตรวจสอบการใช้งานได้จากเว็บของผู้ให้บริการผ่านคอมพิวเตอร์ ไปจนถึงเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย การวางแผนเพื่อมุ่งหน้าไปสู่เมืองอัจฉริยะด้วยสมาร์ทกริด ต้องวางโครงสร้างให้ครบวงจรทั้งระบบตั้งแต่การผลิต การจัดเก็บ และการส่งจ่ายไฟฟ้า ซึ่งละเอียดไปจนถึงการใช้งานในแต่ละเต้าเสียบของบ้านเลยทีเดียว และต้องมีการสื่อสารสองทางในทุกขั้นตอน ซึ่งมาจากการวางโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าอัจฉริยะหรือสมาร์ทกริดที่ผสานรวมโครงสร้างพื้นฐานของระบบส่งไฟฟ้าที่มีอยู่เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานทางการสื่อสารอย่างกลมกลืน

แม้ว่าชื่อ Smart Grid จะไม่คุ้นหูคนทั่วไป แต่แนวคิดกริดอัจฉริยะนี้ก็มีขึ้นมาตั้งแต่ยุคอนาล็อกแล้ว และเมื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีต่างๆ เอื้อให้แนวคิดสุดล้ำจากอดีตเป็นจริงขึ้นมา บริษัทและองค์กรด้านพลังงานไฟฟ้าจึงทุ่มทุนวิจัยและพัฒนาสมาร์ทกริดเพื่อนำมาใช้อย่างจริงจัง โครงการนำร่องในการทดสอบการใช้งานสมาร์ทกริดจึงกำลังเบ่งบานขึ้นในหลายประเทศของยุโรป หลายเมืองในอเมริกา และประเทศในเอเชียที่สนใจการลงทุนพัฒนาเพื่ออนาคต เช่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี เป็นต้น

flickr:5732794858

สำหรับในประเทศไทยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้ดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาระบบไฟฟ้าให้เป็น "โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ" หรือ "สมาร์ทกริด (Smart Grid)" ทั่วทั้งระบบภายใน 15 ปีข้างหน้า เริ่มจากจังหวัดภูเก็ต เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี จากนั้นจะขยายไปสู่เมืองใหญ่ทั่วประเทศต่อไป

ข้อดี
- Smart Grid หรือ ระบบส่งจ่ายกำลังไฟฟ้าอัจฉริยะ จะเป็น Technology ใหม่ที่จะมาเปลี่ยนรูปแบบการส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้มีความทันสมัยมากขึ้น ลดความยุ่งยากในการปฏิบัติงานของพนักงานช่างของการไฟฟ้าฯ ในการแก้กระแสไฟฟ้าขัดข้องเนื่องจากไม่รู้ตำแหน่งที่เกิด fault ในระบบ
- ลดขั้นตอนการจดหน่วยมิเตอร์ไฟฟ้าที่ยังต้องส่งพนักงานออกไป เพราะระบบส่งจ่ายไฟฟ้าสมาร์ทกริดได้พัฒนาโปรแกรมพร้อมกับติดตั้งอุปกรณ์ที่สามารถตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าได้ตามเวลาจริง (Real Time) ไว้ที่แต่ละครัวเรือนว่ามีการใช้ไฟฟ้าเท่าไหร่ จุดไหนใช้มากน้อยอย่างไร
- ช่วยคำนวณการแจกจ่ายกระแสไฟของเมือง ช่วยให้การจ่ายกระแสไฟฟ้ามีความเสถียร ลดปัญหาไฟดับในช่วงที่มีการใช้ไฟสูง
- ระบบ Smart Grid ทำให้ผู้ใช้สามารถเห็นพฤติกรรมและปรับลดการใช้พลังงานของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้บริโภคประหยัดไฟฟ้าได้ ทั้งนี้ผู้ใช้ยังสามารถรู้ค่าไฟฟ้าสะสมที่เกิดขึ้นจากตัวมิเตอร์โดยการตรวจสอบทางอินเตอร์เน็ต
ข้อเสีย
- การลงทุนสูง เนื่องจากการดำเนินงานทำระบบSmart Grid ซึ่งเป็นการนำเอาเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร และสารสนเทศที่มีความก้าวหน้ามาผลิตร่วมกับเทคโนโลยีกำลังไฟฟ้า จะต้องมีค่าใช้จ่ายในการวิจัย และพัฒนารวมถึงการดำเนินการติดตั้งระบบต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องการกับใช้งาน นอกจากนี้ จากการที่ระบบมีการเชื่อมโยงกับระบบอินเตอร์เน็ท ทำให้มีความเสี่ยง หรือ แฮกเกอร์ เพื่อแอบลักลอบเข้าสู่ระบบ เพื่อล้วงความลับ หรือแอบดูข้อมูล และอาจนำไปสู่การทำลายข้อมูลและทำความเสียหายให้กับระบบได้
- ความไม่ทั่วถึงในการให้บริการระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ เนื่องจากส่วนใหญ่มักจะกระจุกตัวอยู่ในเขตตัวเมือง หรือเมืองใหญ่ๆ เป็นสาเหตุให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท ขาดโอกาสในการใช้เทคโนโลยีนี้

บทสรุป
สรุปได้ว่า Smart Grid จะเป็น โครงข่ายไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสารมาบริหารจัดการควบคุม การผลิต ส่ง และจ่ายพลังงานไฟฟ้า สามารถรองรับการเชื่อมต่อระบบผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทางเลือกที่สะอาด ที่กระจายอยู่ทั่วไป และระบบบริหารการใช้สินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งให้บริการกับผู้เชื่อมต่อกับโครงข่ายผ่านมิเตอร์อัจฉริยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความมั่นคง ปลอดภัย เชื่อถือได้ และมีคุณภาพไฟฟ้าได้มาตรฐานสากล ตามความต้องการของผู้ใช้ โดยการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในโครงการ PEA Smart Grid สามารถให้บริการผู้ใช้ไฟฟ้าได้อย่างทั่วถึง รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถติดต่อกับการไฟฟ้าได้ทุกที่ ทุกเวลา และเพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าในภาคการคมนาคมขนส่ง เช่น รถยนต์ และรถไฟ ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในอนาคตต่อไป
Reference : http://www.manager.co.th
http://thailandsmartgrid.blogspot.com
http://www.accenture-blogpodium.nl/tag/social-media/