Sandy Bridge และปัญหาที่ Intel ต้องเผชิญในการเปิดตัวครั้งแรก / นิโลบล พงศ์มังกร 5320221038

Sandy Bridge และปัญหาที่ Intel ต้องเผชิญในการเปิดตัวครั้งแรก

flickr:5631603293

เมื่อบริษัท IT ยักษ์ใหญ่อย่าง Intel เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท ซึ่งก็คือ Intel Sandy Bridge โปรเซสเซอร์ตัวใหม่ในตระกูล Intel Core โดยเชื่อกันว่าจะมีความเร็วในการประมวลผลสูงที่สุดในโลกเป็นครั้งแรก

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จัก Sandy Bridge กันก่อนดีกว่า

Sandy Bridge คือ การรวมเอาหน่วยประมวลผลทางด้านกราฟฟิก (GPU) เข้ามาอยู่ใน Die เดียวกับ CPU ถือว่าเป็นสถาปัตยกรรมย่อย (Microarchitecture) รุ่นต่อไปถัดจาก Nehalem / Westmere หรือเรียกได้อีกนัยหนึ่งคือเจเนอเรชั่นที่ 2 ของ CPU ในตระกูล Intel Core i-Series

ถ้าเปรียบเทียบกับ CPU รุ่นก่อนหน้า หน่วยประมวลผลทางด้านกราฟฟิก (GPU) จะอยู่คนละ Die กับ CPU ถึงแม้ว่าทั้งสองหน่วยนี้จะอยู่บนแพคเกจเดียวกันก็ตาม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ทำให้ Sandy Bridge โดดเด่นในเรื่องของการทำงานแบบประสานกัน ทั้ง CPU และ GPU ซึ่งจะให้ประสิทธิภาพในการทำงานไม่ต่างจากการใช้การ์ดจอแยก และยังมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพลังงานที่ยอดเยี่ยม เนื่องจาก Sandy Bridge จะทำการผลิตด้วยกระบวนการ 32 นาโนเมตรทั้งหมด ในขณะที่ CPU รุ่นก่อนหน้า จะต้องทำงานบน Die 2 ตัว คือ ขนาด 32 นาโนเมตร และ 45 นาโนเมตร

flickr:5631603391
flickr:5631603557

แผนภาพ Die ของ Sandy Bridge ที่แสดงให้เห็นถึงการรวมเอาหน่วยประมวลผลทางด้านกราฟฟิก (GPU) เข้ามาอยู่ใน Die เดียวกับ CPU

จุดเด่นที่สำคัญของ Intel Sandy Bridge

  • สถาปัตยกรรมการผลิตที่ 32 นาโนเมตร เช่นเดียวกับ Westmere Clarkdale และ Arrandale
  • ปรับเปลี่ยนโครงสร้างแกนซีพียูและแกนกราฟิก ถูกรวมบรรจุอยู่บน Die เพียงตัวเดียวบนเทคโนโลยีการผลิตที่ 32 นาโนเมตร ต่างกับรหัส Westmere ที่มี Die 2 ตัว บนซีพียู 32 นาโนเมตรและบนกราฟิกชิป 45 นาโนเมตร
  • ปรับเปลี่ยน Socket ที่ใส่ซีพียูเป็น LGA-1155 บน PC และบนเซิร์ฟเวอร์จะเป็น LGA-2011 ในระดับ High-End และ LGA-1155 ในระดับ Mainstream และ Entry
  • ออกแบบโครงสร้างและตำแหน่งของชุดคำสั่งใหม่หมด พร้อมจัดสัดส่วนของ L3 Cache ให้มีขนาดเท่าเทียมแกนทำงานของซีพียู ช่วยลดช่องว่างในการรับส่งข้อมูล ทำให้ค่าดีเลย์และการสะสมความร้อนลดต่ำลง
  • เพิ่มเติมส่วนของ Intel Advance Vector Extensions (AVX) จาก 128-bit เป็น 256-bit เพื่อช่วยให้การทำงานของแอปพลิเคชั่นทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ระบบ Intel Turbo Boost ที่ปรับปรุงใหม่เป็นเวอร์ชั่น 2.0 พร้อมการคำนวณค่า TDP และความร้อนได้แม่นยำและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (เหมือนกับการ overclock ทำให้ซีพียูทำงานได้เร็วขึ้น)
  • iGFX รุ่นล่าสุดที่ถูกบรรจุมาพร้อมกับ Sandy Bridge มี 2 รุ่นคือ Intel HD Graphic 2000 และ 3000 เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงผลมัลติมีเดีย สามารถทำได้ดีกว่า Hardware Acceleration บนกราฟิกการ์ดอยู่พอสมควร
  • Intel Quick Sync Video เพื่อเร่งประสิทธิภาพในการถอดรหัสวีดีโอรวมถึงแอปพลิเคชั่น ให้สามารถทำงานได้รวดเร็วกว่าใช้ประสิทธิภาพจากซีพียูโดยตรง พร้อมความแรงที่เพิ่มขึ้นถึง 17 เท่าจากรุ่นก่อนหน้านี้
  • Intel In Tru 3D/Clear Video HD ช่วยทำให้การแสดงผลภาพจากฟอร์แมต Blu-Ray, H.264, AVCHD และ 3D Blu-Ray ผ่าน HDMI 1.4 ทำได้ดียิ่งขึ้น
  • WiDi 2.0 (Wireless Display 2.0) พัฒนาประสิทธิภาพความเร็วในการส่งข้อมูลด้านภาพและเสียงแบบใหม่ (น่าจะใช้ Wireless Lan draf-N เป็นมาตรฐาน) ทำให้สามารถส่งสัญญาณภาพและเสียงแบบ 1080p ผ่านระบบ WiFi ไปยังเครื่องรับโทรทัศน์ได้ทันที

การเปิดตัวทั้ง CPU และ Chip Set ใหม่ครั้งนี้ มีอันต้องสะดุดลง เมื่อ Intel ออกมาเปิดเผยถึงการพบปัญหาการทำงานในส่วนของ Port SATA ที่คอยควบคุมการรับส่งข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น Hard Disk Drive หรือ Optical Drive ใน Chip Set Series 6 ที่มีรหัสพัฒนาว่า Cougar Point ที่มี Stepping version B2 ไม่ว่าจะเป็น Chip Set ในรุ่น P67, H67 สำหรับ Desktop และ HM65 สำหรับ Laptop ปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จะทำให้เกิดผลกระทบในส่วนของประสิทธิภาพในการถ่ายโอนข้อมูลที่ลดลงเป็นอย่างมาก แต่ปัญหาดังกล่าวจะเป็นเฉพาะล็อตที่ส่งให้ผู้ผลิตพีซี ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2554 ที่ผ่านมาโดย Intel เองได้ออกมายอมรับผิด และยืนยันออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่าปัญหานี้เกิดขึ้นจากความผิดพลาดในการออกแบบการทำงานของ Chip Set

Intel ได้จัดส่ง Chip Set จำนวนมากให้กับบรรดาผู้ผลิตพีซี และผู้ผลิตพีซีทั้งหลายก็ได้นำทั้ง CPU และ Chip Set นั้นไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ของตนเองเรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะเปิดตัวออกสู่ตลาด ปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จึงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับ Intel ที่ต้องรีบแก้ไข

เบื้องต้น Intel ได้เรียกคืน Chip Set จากผู้ผลิตพีซี เพื่อเปลี่ยน Chip Set เวอร์ชั่นใหม่ให้ ทำให้ไตรมาสแรกของปี 2011 นี้ Intel ต้องสูญเสียรายได้ประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ Intel ยังต้องเร่งผลิต Chip Set เวอร์ชั่นใหม่ออกมาช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซี่งเร็วกว่ากำหนดการที่วางไว้เดิม โดยต้นทุนการซ่อมแซมและการเปลี่ยนระบบจะอยู่ที่ประมาณ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว ทำให้กำไรลดลง

เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่ Intel ที่จะได้รับผลกระทบ ผู้ผลิตพีซีเองก็ได้รับผลกระทบไม่น้อยไปกว่ากัน เช่น Dell ได้หยุดจำหน่าย Alienware M17xR3 โน๊ตบุ๊คสำหรับเล่นเกมส์เรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะซื้อคืน หรือเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ ส่วน HP เองก็เลื่อนการเปิดตัว Laptop สำหรับการทำการตลาดภาคธุรกิจออกไป ขณะที่ Samsung ก็ได้รับขายคืนโน๊ตบุ๊คที่ใช้งานจาก Chip Set HM65 จากลูกค้า แต่จะครอบคลุมเฉพาะเครื่องรุ่นแรกที่เปิดตัวใจสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

flickr:5632188282

Comment

Sandy Bridge ถือได้ว่าเป็นตัวสะท้อนการพัฒนาเทคโนโลยีไปข้างหน้าของ Intel ได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าจะประสบปัญหาหลังจากที่เปิดตัวแล้วก็ตาม แต่แนวความคิดในการออก Sandy Bridge นี้ มีก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นมากมายไม่ว่าจะเป็น สถาปัตยกรรมการผลิตที่ 32 นาโนเมตร, ปรับเปลี่ยนโครงสร้างแกน CPU และแกนกราฟิก, ปรับเปลี่ยน Socket ที่ใส่ CPU, ช่วยลดช่องว่างในการรับส่งข้อมูล ทำให้ค่าดีเลย์และการสะสมความร้อนลดต่ำลง, เพิ่มเติมส่วนของ Intel Advance Vector Extensions (AVX) จาก 128-bit เป็น 256-bit เพื่อช่วยให้การทำงานของแอปพลิเคชั่นทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ฯลฯ นอกจากนี้ การรวมเอาหน่วยประมวลผลทางด้านกราฟฟิก (GPU) เข้ามาอยู่ใน Die เดียวกับ CPU เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงผลมัลติมีเดีย สามารถทำได้ดีกว่า Hardware Acceleration บนกราฟิกการ์ด ในภาพรวมจะสามารถประมวลผลได้เร็วขึ้นถึง 42% และเล่นเกมส์ได้เร็วขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆ

สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น ก็เป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับบริษัท IT ระดับยักษ์ใหญ่อย่าง Intel แม้ว่าทางบริษัทจะรีบแก้ไขแล้วก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับว่าปัญหานี้ได้ส่งผลกระทบไปยังลูกค้าของ Intel และ End-user แล้วมากมาย ซึ่งนอกจากจะเสียหายเป็นตัวเงินแล้ว ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้าดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้นเป็นความท้าทายของ Intel ที่นอกจากจะต้องแข่งขันกับคู่แข่งในตลาด, แข่งขันกับเวลา, แข่งขันกับความต้องการของผู้บริโภคแล้ว ยังต้องแข่งขันกับตัวเองในการที่จะส่งมอบสินค้านวัตกรรมไฮเทคให้กับลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบและไม่เกิดข้อผิดพลาดขึ้นภายหลัง เรียกลูกค้าให้กลับมาเชื่อมั่นในตัวสินค้าของบริษัทดังเดิม

References:
PC World Magazine, Vol 8 March 2011
http://realyknow.blogspot.com/2011/03/intel-sandy-bridge.html
http://www.7boot.com/intel-2-nd-sandy-bridge/
http://www.blognone.com/news/20854