Sample

ตัวอย่างอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ในปี 2011

1. หนุ่มถูก"สาวออนไลน์" ตุ๋นสองแสนดอลล์

arrested-development-lucille-bluth-drivers-license.jpg

โดย เอ.อาร์.ไอ.พี เมื่อ 28 ก.พ.2554

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Sun-Times ในชิคาโก รายงานว่า

หนุ่มมะกันจาก Naperville รัฐ Illinois

ถูกตุ๋นเงินไป 200,000 เหรียญฯ (ประมาณ 6.2 ล้านบาท) จาก

"เพื่อนสาว"บนออนไลน์ที่รู้จักกันมานานกว่า 2 ปีครึี่งแล้ว!!!

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หนุ่มใหญ่มะกันวัย 48 ปีได้โทรไปแจ้งสถานีตำรวจ Naperville เนื่องจากเขาเชื่อว่า แฟนสาวของเขาถูกลักพาตัวไปอยู่ที่ไหนสักแห่งในกรุงลอนดอน

โดยเขาเล่าว่า ตัวเขาเองได้รู้จักกับสาวนออนไลน์คนหนึ่งเป็นเวลากว่า 2 ปีครึี่งแล้ว ซึ่งจากความสัมพันธ์ดังกล่าว ทำให้เขาเชื่อสนิทใจสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับแฟนสาวในโลกเสมือน ถึงขั้นยอม

โอนเงินกว่า 200,000 เหรียญฯ (ประมาณ 6.2 ล้านบาท)

เข้าไปในบัญขีของเธอ โดยบัญชีธนาคารของเธอผู้นี้มีให้เลือกทั้งอังกฤษ สหรัฐฯ มาเลยเซีย และ…ไนจีเรีย(อีกแล้ว หรือนี่?)

เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจขอภาพถ่ายของแฟนสาว หรือ ID เพื่อช่วยหนุ่มใหญ่รายนี้ในการตามหาแฟนสาว

ทางเจ้าหน้าที่ก็พบว่า

สำเนาใบขับขี่รถยนต์ของสาวเจ้าความจริงเป็นแค่ตัวอย่าง ID ตัวอย่างจากฟลอริด้า

ซึ่งนั่นหมายความว่า แฟนสาวที่เขารู้จักมากว่า 2 ปีครึ่งไม่ได้มีตัวตนอยู่จริง เมื่อเจ้าหน้าที่แจ้งให้หนุ่มมะกันรายนี้ทราบว่า เขาโดนตุ๋นจากแฟนสาวที่ไม่มีตัวจริงในโลกนี้

หนุ่มมะกันรายนี้ถึงกับเอ๋อ…ก่อนที่จะเอ่ยออกมาว่า "ไม่น่าเชื่อ" งานนี้โดนสองเด้งเลย

2. ปลอม FBคณบดีจุฬาฯ หลอกให้โอนเงินเข้าบช.ช่วยผู้ป่วยลูคีเมีย

%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A21.jpg

โดยเนชั่น เมื่อ 16 กพ. 2554 20:38 น.

หนุ่มลึกลับใช้เฟสบุ๊คเป็นช่องทางหากิน เปิดโปรไฟล์อ้างชื่อ-รูปภาพ"คณบดีเภสัช จุฬาฯ"ขอรับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ป่วยลูคีเมีย นิสิตหลงเชื่อโอนเงินช่วยเหลือหลายราย ความแตกตอนประชุมบุคคลากรมีการสอบถามเรื่องเงินบริจาค"คณบดีตัวจริง"บอกไม่เคยสมัครเฟสบุ๊ค เชื่อมีคนแอบอ้าง มอบหมายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ดำเนินการลากคอคนร้าย

ทีมข่าว ระวังภัย เนชั่น ชาแนล ได้รับร้องเรียนจาก

นายเอนก สุกานดา รุ่นพี่คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ว่ามีคนแอบอ้างชื่อ

รศ.ภญ.ดร.พิณทิพย์ พงษ์เพ็ชร คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย

นำไปสมัครเฟสบุ๊คขอบริจาคเงินจากนิสิตจุฬาฯเพื่อนำเงินไปช่วยค่ารักษาพยาบาล

น้องวัลลภ รักชาติ ผู้ป่วยโรคลูคีเมีย
เฟซบุ๊ของคณบดีตัวปลอมนี้เปิดเมื่อประมาณกลางปีที่แล้ว และ เข้าเชิญ(แอด)นักศึกษาทั้งศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบันมาเป็นเพื่อน แต่ที่ผ่านมาคณบดีตัวปลอมจะไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบใดๆกับนักศึกษาที่เข้ามาโพสในเฟซบุ๊คของตัวเอง

"ตอนแรกที่อาจารย์(ตัวปลอม)มาขอแอด ก็ยังไม่ได้รับแอด เพราะรู้สึกว่าเฟซบุ๊คเอาไว้คุยเล่นๆกับเพื่อนมากกว่า ถ้ารับอาจารย์เข้ามาก็กลัวเราจะเกร็ง แต่สุดท้ายก็ไปรับ เพราะเกรงใจว่าอาจารย์อุตส่าห์มาขอเป็นเพื่อน" ชลลดา กอบหิรัญ อดีตนักศึกษาคณะเภสัช ที่จบไปแล้ว 2 ปีกล่าว

"จนล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์(13 ก.พ.) ได้รับข้อความจาก FB ของอาจารย์ประมาณว่า "วัลลภ รักชาติ เป็นลูคีเมีย แล้วก็ชวนให้บริจาคช่วยเหลือโดยโอนเงินเข้าบัญชีนี้"ตอนแรกเขาไม่ได้ใส่ชื่อธนาคารมาด้วยซ้ำ ก็เลยถามกลับไปว่าธนาคารอะไรคะ เขาก็ตอบมาห้วนๆ ว่า"SCB" เท่านั้น ไม่ได้พูด
อะไรอย่างอื่น" ชลลดา เล่า

ชลลดา บอกว่าจริงๆเธอตั้งใจจะไปโอนเงินบริจาคประมาณ 500-1,000 บาทในวันจันทร์ และตั้งใจว่าจะชวนพ่อแม่ร่วมบริจาคด้วย แต่พอดีงานยุ่งมากจึงไม่ได้ไปโอน จนกระทั่งมาทราบเมื่อคืนว่า FB นี้ไม่ใช่ของอาจารย์ เพราะมีการโพสเตือนกันมาใน FB สำหรับบัญชีที่ให้โอนเข้าไปคือ SCB 0052499221 ชื่อ "วัลลภ รักชาติ"
จาการตรวจสอบพบว่า

"นายวัลลภ รักชาติ" อยู่ย่านลาดระบัง

แต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า"วัลลภ รักชาติ"เป็นคนบุคคลที่กระทำการทั้งหมดนี้หรือว่า"วัลลภ รักชาติ"อาจถูกบุคคลอื่นแอบด้าย อย่างไรก็ตามมีหลายคนโอนเงินเข้าไปแล้ว เพราะหลังจากเรื่องแดงขึ้นมา มีการโพสเตือนกัน ปรากฎว่ามีคนเข้ามาโพสว่า "ไม่ทันแล้ว โอนไปแล้ว"

แหล่งข่าวที่ไม่ประสงค์ให้ลงชื่อ เล่าว่า สาเหตุที่ทำให้อ.พิณทิพย์ รู้เรื่องนี้ เนื่องจากเมื่อค่ำวานนี้ อาจารย์ได้มาประชุมกับนักศึกษาตามปกติ แล้วมีนักศึกษาคนหนึ่งถามอาจารย์ขึ้นมาว่า "คุณวัลลภ รักชาติ เป็นอย่างไรบ้าง เผื่อจะได้ไปบอกคนให้โอนเงินช่วยเหลืออีก" อ.พิณทิพย์ จึงถามว่า วัลลภ คือใคร จึงรู้ว่ามีเรื่องนี้เกิดขึ้น"ตอนที่อ.พิณทิพย์รู้ก็ประมาณ 2 ทุ่ม จากนั้นประมาณ 4 ทุ่ม FB นี้ก็ปิดไปเลย" แหล่งข่าวบอก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบบัญชีดังกล่าว พบว่าเพิ่งเปิดบัญชีเมื่อ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา และเมื่อมีการโอนเงินเข้ามา เจ้าของบัญชีก็จะไปถอนออกโดยใช้ ATM โดยส่วนใหญ่จะถอนในวันเดียวกันเลย
จนกระทั่งเมื่อวานนี้(16 ก.พ.) มีเงินโอนเข้ามา 2 ครั้ง

ครั้งแรก 3 หมื่นบาท
ครั้งสอง 4 พันบาท

ในช่วงเช้าเจ้าของก็ได้ไปกดเงินยอด 3 หมื่นออกไปทันที โดยกดครั้งละ 2 หมื่นและ 1 หมื่นบาท และมีเงินเหลือในบัญชีประมาณ 1,985 บาทในช่วงสายได้มีการทวิตแจ้งเรื่องนี้เข้าไป และได้มีการแพร่กระจายออกไปใน social media อย่างรวดเร็ว รวมทั้งได้มีการสอบถามไปยัง

ทวิตเตอร์ของธนาคารไทยพาณิชย์ คือ

@scb_thailand ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีด้วย

จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. @scb_thailand ได้ทวิตแจ้งมาว่า "ล่าสุดได้ระงับการถอนเงินจากบัญชีนี้แล้วค่ะ ทีมตรวจสอบทุจริตประสานตร.เพื่อจับกุมแล้ว"
ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อขอสัมภาษณ์ ดร.พิณทิพย์ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากติดประชุมทั้งวัน อย่างไรก็ตามคนใกล้ชิด ดร.พิณทิพย์ บอกว่า "อาจารย์ยังไม่อยากให้สัมภาษณ์ อยากให้ตำรวจจับตัวคนทำเรื่องนี้ให้ได้ก่อน"

3. ใช้เฟซบุ๊คแบล็คเมลสาว 14 ส่งคลิปโป๊

Noname.jpg

โดยกรุงเทพธุรกิจ เมื่อ 4 ก.พ.2554

อุทาหรณ์โซเชียลมีเดีย หนุ่มแคลิฟอร์เนียใช้เฟซบุ๊คแบล็คเมลสาว 14 ส่งคลิปโป๊

ชายสหรัฐวัย 27 ปีทำงานอยู่กับบริษัทรับส่งพัสดุชื่อดังถูกแจ้งจับข้อหาบังคับขู่เข็ญ

เด็กสาววัย14 ปี

ส่งคลิปโป๊ของเธอมาให้ หลังชายคนดังกล่าวไปพบรูปเด็กสาวมีเซ็กซ์ซ่อนอยู่บนเน็ต

เจมส์ ดาล บราวน์ ชาวแคลิฟอร์เนีย

ใช้เฟซบุ๊คติดต่อกับเด็กสาวซึ่งอยู่ต่างรัฐมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2551 ข่มขู่ให้เธอส่งคลิปซ็กซ์มาให้ ขู่หากไม่ยินยอมจะส่งรูปเด็กสาวที่กำลังมีเพศสัมพันธ์ไปแฉให้เพื่อนวัยเดียวกับเธอได้เห็นกันถ้วนหน้า โดยสัญญาว่าถ้าเธอส่งคลิปมาให้จะลบรูปทิ้งจากอินเทอร์เน็ต

ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ผู้ต้องหาได้รูปเด็กสาวมีเพศสัมพันธ์มาอย่างไร จนเมื่อันที่ 18 เมษายน 2552 นายเจมส์ บราวน์ ซึ่งใช้ชื่อบนเฟซบุ๊คว่า Bob Lewis ได้เผยแพร่ภาพลิงค์รูปของเด็กสาวไปยังเพื่อนของเธอคนหนึ่ง อีก 5 วันต่อมา เจ้าหน้าที่เอฟบีไอได้บุกไปยังที่พักของบราวน์ และเพิ่งจับตัวบราวน์ได้เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ปีที่แล้ว

ก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งเดือน

6078_1.jpg

จอร์จ บรองก์ ชาวแคลิฟอร์เนีย

เช่นกันยอมรับว่าได้เข้าไป

แฮกอีเมล 3,200 แอคเคานต์

เพื่อหารูปผู้หญิงมีเพศสัมพันธ์ ต่อมาเขาใช้เฟซบุ๊คเพื่อดูว่าคนส่วนใหญ่เวลาตั้งคำตอบสำหรับคำถามที่กำหนดเผื่อไว้เวลาลืมรหัสผ่านเข้าเมลว่าอะไรบ้าง เพื่อเอาไว้ตั้งรหัสผ่านใหม่เข้าจีเมล์ และยาฮูของเหยื่อ ในที่สุด บรองค์ได้บังคับให้ผู้หญิงรายหนึ่งส่งรูปมีเพศสัมพันธ์ให้เขา และถูกจับตัวในเวลาต่อมา

อะแมนดา เลนฮาร์ท นักวิจัยจาก Pew Internet & American Life Project

บอกว่า คดีดังกล่าวไม่ใช่เรื่องแปลกใจเลย เนื่องจากมีรูปภาพส่วนตัวของผู้หญิงมากมายถูกส่งออกจากอีเมล์ และมือถือของผู้หญิง จากการสำรวจของเธอพบว่า

ผู้ใหญ่จำนวน 6 % ยอมส่งรูปเปลือย หรือกึ่งเปลือยผ่านอีเมล์ให้คนอื่น
จำนวนดังกล่าวพบว่ามี
วัยระหว่าง 18 – 29 ปี สูงถึง 13% และ
กลุ่มวัยรุ่น 15% ยอมรับว่าส่งภาพวิดีโอ หรือมีเพศสัมพันธ์ของคนที่พวกเขารู้จักผ่านมือถือของตัวเอง
กรณีความผิดของบราวน์อาจต้องโทษจำคุก 30 ปี จากข้อหาบังคับขู่เข็ญผู้อื่น และข้อหามีภาพอนาจารเด็กไว้ครอบครอง

4. จับสาวโพสต์หน้า"นางแบบ ดาวมหาลัย"ลงเฟซบุ๊ก หลอกขายมือถือหนุ่ม

554000001669201.JPEG

โดยผู้จัดการ เมื่อ 5 ก.พ.2554

จับ 18 มงกุฎสาวโพสต์รูป"นางแบบ-ดาวมหา'ลัย"ลงเฟซบุ๊กตีสนิทหนุ่ม ก่อนเสนอขายมือถือในราคาถูกอ้างนำเงินไปรักษาตัว เมื่อเหยื่อโอนเงินให้กลับชิ่งหนี เผยเคยถูกจับในคดีลักษณะดังกล่าวมาแล้ว

วานนี้ (4 ก.พ.) เมื่อเวลา 19.00 น.
พ.ต.ท.หัสดินทร์ นพวงศ์ ณ อยุธยา สว.สส.สน.หัวหมาก นำกำลังจับกุม

น.ส.สุกัญญา หรือฝ้าย ไทรชมภู อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 158 หมู่ 5 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือเลขที่ 1874/2553 ลงวันที่ 22 พ.ย.53 ใน
ข้อหาฉ้อโกงทรัพย์โดยแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น

โดยจับกุมได้ที่บริเวณปากซอยรามคำแหง 39 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม.

พ.ต.ท.หัสดินทร์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก น.ส.สุกัญญา ได้เอารูปและข้อมูลของ

ดาวมหาวิทยาลัยต่างๆ หรือ นางแบบสาว

มาใช้ในหน้าเฟซบุ๊ก และโปรแกรมแชทเอ็มเอสเอ็น

เมื่อมีเหยื่อเป็นผู้ชายหลงเชื่อเข้ามาขอเป็นเพื่อนหรือคุยด้วย น.ส.สุกัญญา ก็ตีสนิทกับเหยื่อ ก่อนจะหลอกขายโทรศัพท์มือถือแบล็กเบอร์รี่และไอโฟนให้ในราคาถูก

โดยอ้างว่าตัวเองกำลังป่วยจำเป็นต้องใช้เงินไปรักษาตัว เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้กับผู้ต้องหาเป็นค่าโทรศัพท์ แต่เมื่อนัดไปรับของก็ไม่พบไม่สามารถติดต่อกับผู้ต้องหาได้อีก

พ.ต.ท.หัสดินทร์ กล่าวต่อว่า จากนั้นผู้เสียหายได้มาแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาล

กระทั่งติดตามจับกุมตัวได้ จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้หลอกลวงผู้เสียหายตามที่ถูกหล่าวหาจริง เจ้าหน้าที่จึงส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ น.ส.สุกัญญา หรือฝ้าย ไทรชมพู นั้นเคยถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก จับกุมในข้อหาเดียวกันนี้มาแล้วเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา

โดยครั้งนั้นผู้ต้องหาได้เอารูปและข้อมูลของ

น.ส.ภัทริน หรือเบล ลาภกิตติกุล อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นดรัมเมเยอร์ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง

มาทำเป็นหน้าเฟซบุ๊กของตัวเอง ก่อนจะหลอกขายโทรศัพท์มือถือแบล็กเบอร์รี่ให้เหยื่อที่เข้ามาคุยด้วย โดยอ้างว่ามีปัญหาทางบ้าน พ่อแม่ไม่สบาย บางครั้งก็หลอกว่าตัวเองป่วยต้องการหาเงินมารักษาตัวเพื่อให้เหยื่อสงสาร จนมีเหยื่อหลายรายหลงเชื่อยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือด้วยการขอซื้อโทรศัพท์จากผู้ต้องหา

หลังถูกจับกุมในครั้งที่แล้วนั้น น.ส.สุกัญญา อ้างว่า ไม่ได้เรียกร้องว่าจะเอาเงินจำนวนเท่าไหร่ บางคนให้เงินมาเปล่าๆเลยก็มี ซึ่งที่ผ่านมามีเหยื่อเสนอเงินให้ตั้งแต่ 30,000-130,000 บาท นอกจากนี้ผู้ต้องหายยังอ้างว่า

“กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่” นักร้องชื่อดังแห่งวงสิงห์เหนือเสือใต้ ของค่ายก้านคอคลับ

ก็เคยถูกหลอกให้โอนเงินมาให้จำนวน 30,000 บาทอีกด้วย และหลังจากถูกเจ้าหน้าที่นำตัวไปดำเนินคดี น.ส.สุกัญญา ก็ได้หลบหนีการประกันตัวในชั้นศาล แต่ยังไม่เข็ดกลับมาก่อเหตุในลักษณะเดียวกันอีก จนมีผู้เสียหายนับสิบราย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้วหลายท้องที่ มีมูลค่าความเสียหายนับล้านบาท

5. จับเซลส์แมนแฮกข้อมูลบัตรเครดิตขายผ่านเน็ต

554000003194102.JPEG

โดยผู้จัดการ เมื่อ 8 มี.ค.2554

รวบเซลส์ขายสินค้าลอบนำข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าประกาศขายผ่านเว็บไซต์ ในราคาข้อมูลละ 1-8 บาท สารภาพได้ข้อมูลจากคนในแบงก์ และวิธีแฮกข้อมูล ทำมาแล้ว 4 เดือน มีรายได้ 6 หมื่นบาท ขณะที่ตำรวจ ชี้ หากข้อมูลตกในมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะเสียหายอย่างมาก เพราะคนร้ายจะปลอมทำธุรกรรมกับแบงก์ เพื่อนำไปรูดซื้อสินค้าโดยที่เจ้าของบัตรไม่รู้เรื่อง เผยมีข้อมูลหลุดออกมากว่า 1 แสนราย

วันนี้ (8 มี.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น.

พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผบก.ปอศ.
พล.ต.ต.สุพล หอมชื่นชม ผบก.ปอท. พร้อมด้วย
พ.ต.อ.กิตติ สะเภาทอง รองผบก.ปอศ.

แถลงการจับกุมตัว

นายกฤษฎา หนู่เหล่า อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 หมู่ 5 ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ

พร้อมด้วยของกลาง

-โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง
-โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง
-บัตรเอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย จำนวน 3 ใบ
-สมุดบัญชีธนาคารกสิกรไทย 2 เล่ม และ
-แผ่นซีดีที่ผู้ต้องหาบันทึกข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าอีก 1 แผ่น
พล.ต.ต.โกวิทย์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ บก.ปอศ.ได้รับการประสานงานจากชมรมธุรกิจบัตรเครดิต สมาคมธนาคารไทย ว่า มีกลุ่มมิจฉาชีพลักลอบนำข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าไปจำหน่ายผ่านทางอินเทอร์เน็ตจำนวนมาก สร้างความเสียหายให้กับลูกค้าและทางธนาคาร โดยชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนพบว่ามีการประกาศขายข้อมูลผู้ถือบัตรเครดิตทางเว็บไซต์ต่างๆ จำนวนมาก

โดยเสนอขายในราคาข้อมูลละ 1 บาท ไปจนถึงข้อมูลละ 8 บาท

ต่อมาพบว่า นายกฤษฎา ได้ลงรายละเอียดประกาศขายข้อมูลผู้ถือบัตรเครดิตทางเว็บไซต์แห่งหนึ่ง จึงได้วางแผนติดต่อล่อซื้อ กระทั่ง นายกฤษฎา มาตามที่นัดหมาย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที หลังได้ข้อมูลบัตรเครดิตมาจากผู้ต้องหาแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบไปยังธนาคารพบว่ามีหลายข้อมูลที่ตรงกับของลูกค้าทางธนาคาร แต่บางข้อมูลก็พบว่าไม่ถูกต้อง

พล.ต.ต.โกวิทย์ กล่าวอีกว่า หากข้อมูลเหล่านี้ตกไปอยู่ในมือของแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะเกิดความเสียหายอย่างมาก ซึ่งคนร้ายจะนำข้อมูลบัตรเครดิตดังกล่าวไปปลอมแปลงทำธุรกรรมต่างๆ หรือขอทำบัตรใหม่กับทางธนาคาร เพื่อนำเงินไปซื้อสินค้า โดยที่เจ้าของบัตรไม่รู้ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ข้อมูลดังกล่าวหลุดออกมาเผยแพร่ และประกาศขายทางอินเทอร์เน็ตยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าคนในธนาคารมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ อาจจะเป็นการแฮกเกอร์ข้อมูลออกมาก็เป็นได้ หลังจากนี้ จะต้องสอบปากคำผู้ต้องหาอย่างละเอียดอีกครั้งเกี่ยวกับเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการ และตรวจสอบข้อมูลผู้ถือบัตรเครดิตในแผ่นซีดีที่ผู้ต้องหาเก็บเอาไว้ เพื่อเป็นหลักฐานเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้แนวทางการสืบสวนมีความคืบหน้าไปมาก หลังจากที่มีการจับกุมผู้ต้องหาได้ ทางชุดจับกุมได้เร่งขยายผลไปถึงต้นตอแล้ว ซึ่งเร็วๆ นี้ จะมีการออกหมายจับหัวหน้าแก๊งของผู้ต้องหาประมาณ 2-3 คน หากได้ตัวมาจะทำให้ทราบว่ามีการโจรกรรมข้อมูลบัตรเครดิตออกมาได้อย่างไร

จากการสอบสวน นายกฤษฎา ให้การรับสารภาพว่า ตนมีอาชีพเป็นเซลส์อิสระขายสินค้าทั่วไป ส่วนข้อมูลบัตรเครดิตตนรับงานมาจากพี่ที่ทำงานด้วยกันชื่อ

บ๊อบ

ซึ่งนายบ๊อบได้ซื้อข้อมูลส่วนหนึ่งมาจากคนในธนาคาร และอีกส่วนหนึ่งได้มาจากการแฮกข้อมูล จากนั้นตนจะเข้าไปดาวน์โหลดข้อมูลจากเว็บไซต์แห่งหนึ่งที่นายบ๊อบให้มา เพื่อนำข้อมูลของผู้ถือบัตรเครดิตออกมาประกาศขายให้กับลูกค้าทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งเมื่อมีผู้สนใจเข้ามาขอซื้อ ตนก็จะให้ลูกค้าโอนเงินผ่านทางบัญชี และแบ่งรายได้ครึ่งหนึ่งให้กับนายบ๊อบด้วย

แต่ระยะหลังพอเริ่มเป็นงานตนก็ออกมาทำเพียงคนเดียว ไม่ได้รับงานผ่านใคร ส่วนราคาข้อมูลผู้ถือบัตรเครดิตตนจะประกาศขายข้อมูลละ 1 บาท หลังจากที่ทำมาได้ 4 เดือน ก็มีรายได้ประมาณ 6 หมื่นบาท ทั้งนี้ ขั้นตอนและรายละเอียดต่างๆตนไม่ขอเปิดเผย เพราะคนที่จ้างตนทำเขาก็ดูอยู่ด้วย

ด้าน พล.ต.ต.สุรพล กล่าว่า เบื้องต้นน่าจะมีข้อมูลของผู้ถือบัตรเครดิตหลุดออกมาขายผ่านเว็บไซต์กว่า 1 แสนราย ซึ่งขณะนี้ทางธนาคารอยู่ระหว่างการหาแนวทางป้องกัน เพื่อไม่ให้ข้อมูลของลูกค้าหลุดออกมาได้อีก ตนจึงอยากประชาสัมพันธ์ไปถึงประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อบุคคลที่โทรศัพท์ไปอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร หลอกให้ทำธุรกรรมต่างๆ แม้ว่าข้อมูลส่วนตัวที่บอกจะตรงกับความเป็นจริง ให้ประชาชนโทรศัพท์ไปสอบถามกับทางธนาคารโดยตรง หรือไปตรวจสอบด้วยตนเอง

และหากมีการใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต ขอให้ตรวจสอบว่าเป็นเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ และมีระบบการป้องกันสูง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สำหรับผู้ต้องหารายนี้จะแจ้งข้อหา มีไว้เพื่อนำออกใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ซึ่งเป็นการกระทำสำหรับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกให้กับผู้มีสิทธิ์ใช้ เพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า บริการ หรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือเบิกถอนเงินสด ก่อนส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป