เทคนิคการใช้ QR Code กับธุรกิจ

1) QR Code คืออะไร?

QR Code หรือ Quick Response ถูกคิดค้นขึ้นในปี 1994 โดยบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น ที่ชื่อ Denso-Wave และได้จดทะเบียนลิขสิทธิ์ชื่อ QR Code ไปแล้วทั้งในญี่ปุ่น และทั่วโลก
QR Code คล้ายกับ Bar Code โดย Barcode มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้บ่ง ว่าสินค้านั้นคืออะไร ราคาเท่าไหร่ เพื่อประมวลผลในระบบคอมพิวเตอร์ในการจัดเก็บข้อมูลสินค้าเพื่อใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง แต่ข้อเสียของ Bar Code คือต้องใช้กับเครื่องอ่าน Bar Code เท่านั้น QR Code คือรหัสชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลในรูปแบบ 2D bar code (two-dimensional bar code) ซึ่งรวดเร็วและใช้งานง่ายกว่า และมีลูกเล่นเยอะกว่า จึงทำให้ QR Code เป็นที่นิยมในญี่ปุ่นและทั่วโลก
ดังตัวอย่างรูปประกอบป้ายโฆษณาด้านล่าง

313_puma.jpg
313_889.jpg
313_mob299_1212527818.jpg
313_nova_schin_qr_code.jpg

2) จะสร้าง QR Code ได้อย่างไร?

วิธีการสร้าง QR Code จากเว็บ The Keywa Reader ซึ่งมีโปรแกรม

QR Code Generator หรือลงโปรแกรม TBarCode/X- Barcode Generator for Mac OS X V8.0.4 บนระบบ Mac OS X

3)จะอ่าน QR Code ได้อย่างไร?

565
เนื่องจาก QR Code ต้องอาศัยการอ่านค่า ดังนั้น โทรศัพท์มือถือต้องมีระบบปฏิบัติการที่รองรับกับตัวโปรแกรม และมีกล้องถ่ายภาพในตัว
ทั้งนี้ program สำหรับโทรศัพท์มือถือทั่วไป เช่น QR Code Reader,Quickmark,I-nigma Reader, jaxo systems 's Snap'A'Bar ,Active Print เป็นต้น หรือสำหรับโทรศัพท์มือถือ iPhone เช่น2D Sense Google Zxing Barcode เป็นต้น

4) ใช ้งาน QR Code อย่างไร ?

หลังจากติดตั้งซอฟต์แวร์สำหรับอ่าน QR Code หรือ 2D Bar Code นี้ไว้ในโทรศัพท์มือถือเรียบร้อยแล้ว เมื่อพบ QR Code ในแมกกาซีน หรือป้ายโฆษณา Bill Board สามารถนำมือถือไปสแกน แล้วรอซักพักโปรแกรมก็จะแสดงข้อมูลเป็นตัวอักษรขึ้นมา เข่น URL เว็บไซต์ หรือข้อมูลอื่นๆ ซึ่งสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น

5)เทคนิคการใช้ QR Code กับธุรกิจ

จริงแล้ว QR Code ได้ใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น หรืออเมริกามามากกว่า 10 ปี ครั้งแรกนั้น คนคิดมีคอนเซปต์ให้คนสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ผ่านมือถือได้โดยไม่ต้องมาพิมพ์ยูอาร์แอลให้เสียเวลา
แต่ในไทย QR code เพิ่งได้รับความนิยมและนำมาใช้มากขึ้นปีสองปีนี้ อาจจะเป็นเพราะแบล็คเบอร์รี โทรศัพท์ยอดฮิตของคนไทยสามารถสแกน QR code ได้โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม หลายๆ คนมองว่า การนำ QRcode มาใช้ เป็นเรื่องง่าย เพราะแค่หาเว็บไซต์ที่ใช้สร้าง ใส่ยูอาร์แอลเว็บไซต์เราลงไป แล้วก็แปะ QR code ไปตามที่ต่างๆ ก็จบ แต่จริงๆ แล้ว การนำ QR code เข้ามาใช้ในด้านการตลาดมีเรื่องที่ต้องสนใจและให้ความสำคัญ อยู่หลายเรื่องเหมือนกัน ตามมาดูกันครับ
ที่มา : http://tungblog.atikomtrirat.com/2010/02/qr-code-what-is-qr-code.html

1.ขนาด

ขนาดของ QR Code ที่แปะลงไป ไม่ว่าจะเป็นหนังสือหรือโปสเตอร์ก็สำคัญมาก เนื่องจากถ้ามีขนาดเล็กไปมือถือบางรุ่นจะไม่สามารถสแกนได้ แต่เราก็ต้องดูถึงความละเอียดของข้อมูลที่อยู่ใน QR Code (สังเกตจากขนาด และจำนวนจุดบน QR Code) ถ้าหากความละเอียดมีมากก็จำเป็นต้องทำให้โค้ดมีขนาดใหญ่นิดหน่อย ผมมีขนาดแนะนำสองขนาด คือ ครึ่งนิ้ว สำหรับข้อมูลที่ไม่ละเอียดมาก และ 1 นิ้ว สำหรับข้อมูลที่ละเอียดน้อยๆ ขนาดประมาณนี้จะกำลังดีครับ แต่เพื่อให้มั่นใจแล้ว ลองเอามือถือหลายๆ เครื่องสแกนก่อน ถ้าใช้งานได้ก็ถือว่าผ่าน
ที่มา : http://www.japanmarketingnews.com/2008/09/puma-japan-usin.html

2.สี

จากเรื่องขนาดก็จะมีคำถามมาว่า "ขนาดใหญ่ไปก็ทำให้ ds ออกมาไม่สวยสิ" เพราะคนอาจจะมองว่า มันต้องเป็นสี่เหลี่ยมสีขาวดำเท่านั้น จริงๆ แล้ว QRcode ไม่จำเป็นที่จะต้องมีพื้นขาว และตัว QRcode เป็นสีดำอย่างเดียวก็ได้ คุณสามารถใช้สีอะไรก็ได้ แต่ขอให้สีพื้นและสีของตัว QRcode ตัดกันก็พอแล้ว และถ้าสังเกตงานของเมืองนอกบางงาน จะเห็นได้ว่าเราสามารถที่จะใส่รูปกราฟฟิกลงใน QRcode ได้ด้วย สองวิธีนี้ก็น่าจะช่วยให้ QRcode ไปรบกวน Ads ของคุณได้น้อยลงนะครับ
ที่มา : http://mobile.kaywa.com/

3. ตำแหน่งที่แปะ

การเลือกสถานที่ หรือแปะ QRcode จำเป็นจะต้องดูฮวงจุ้ยกันก่อน เพราะไม่งั้นแปะไปอาจจะไม่มีคนสแกนก็ได้
ฮวงจุ้ยที่ดี
- หยิบขึ้นมาสแกนได้ - (หนังสือ นิตยสาร แผ่นพับ)
- วางไว้ใกล้ตัวลูกค้า - (กระดาษ รองถาดของ Mc)
- เดินเข้าไปสแกนได้ง่ายๆ - (โปสเตอร์ที่อยู่ในที่ที่คนเดินผ่าน หรือที่ที่คนต้องคอยหรืออยู่ในจุดนั้นๆ ประจำ)
- ตัวสินค้า - (ถ้าคุณมีตัวสินค้าแล้วละก็อย่ารอช้าที่จะเอาไปแปะครับ เพราะลูกค้าจะสามารถเข้าใจถึง QRcode ของคุณได้มากที่สุด)
ฮวงจุ้ยที่ไม่ดี
- ที่กลางแจ้ง - (สำหรับคนไทย มันคงดูแปลกๆ ถ้ามีใครไปยืนเอามือถือส่องๆ อยู่กลางถนนในสยาม) ป.ล.แต่ก็ไม่แน่ในอนาคตอาจจะมีใครใจกล้าเอามันไปแปะไว้บนตึกอย่างเมืองนอกก็ได้
- ตำแหน่งที่ไม่ได้อยู่ระดับสายตา (สำหรับสื่อที่ fix ตำแหน่ง เราจำเป็นที่จะต้องวางมันไว้ในระดับสายตาเพื่อที่ลูกค้าไม่ต้องมา ก้มๆ เงยๆ เพื่อสแกน ผมเคยเจออันหนึ่งต้องก้มลงไปสแกน ซึ่งดูแปลกมากที่จะต้องไปโก่งก้นสแกน QR Code กลางลานพารากอน)

4.ข้อมูล

หลายๆ คนคงจะเข้าใจว่า QR Code เมื่อสแกนออกมาแล้วจะได้เพียงเว็บไซต์ เบอร์โทรศัพท์ หรือ pin BBM แต่จริงๆ แล้ว QR Code สามารถบรรจุข้อมูลได้หลายรูปแบบมาก ซึ่งหลักที่เราจะเห็นกันบ่อยๆ ก็จะเป็น ข้อความ เว็บไซต์ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล หรือส่งเอสเอ็มเอส วันนี้ผมจะมาแนะนำรูปแบบที่แตกต่างออกไปแล้วซึ่งน่าสนใจอยู่พอสมควร

1. กำหนดการกิจกรรม (Calendar Event) - เมื่อลูกค้าเราสแกน QR Code แล้ว กำหนดการของอีเวนท์หรืองานต่างๆ ที่คุณใส่ไว้ก็จะได้รับการบันทึกลงในมือถือของลูกค้า และคอยเตือนเมื่อถึงเวลาทันที

2. ข้อมูลการติดต่อ (Contact Information) - ข้อมูลการติดต่อ จะประกอบด้วยชื่อ เบอร์โทรศัพท์ เว็บไซต์ อีเมล หรือข้อมูลประกอบเล็กๆ น้อยๆ เมื่อลูกค้าของเราสแกน QR Code เขาจะสามารถบันทึกข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ลงไปใน Contact ของเครื่องได้ทันที สะดวกกว่าการให้เบอร์โทรศัพท์เพียงอย่างเดียวมากเลย

3. Geolocation - กระแส Location Base Service มาแรงขนาดนี้ QR Code ของเราก็มีเหมือนกัน จริงๆ แล้วคุณสามารถที่จะนำเอาตำแหน่งจีพีเอสของคุณไปสร้างเป็น QRcode ได้ ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าของคุณหาร้านหรือบริษัทของคุณได้ง่ายขึ้น

4. Wifi network - QRcode ที่บรรจุข้อมูล wifi accesspoint เอาไว้ จะทำให้คนที่มาสแกนสามารถ เชื่อมต่อกับไวไฟโดยไม่ต้องมาสแกนหา หรือต้องมาลำบากใส่ password ยืดยาวที่คุณตั้งเอาไว้ qrcode แบบนี้สามารถนำมาประยุกต์กับงานอีเวนท์ต่างๆ ได้มากมาย

นอกจากการเลือกสถานที่ที่จะนำไปแปะแล้ว การเลือกข้อมูลที่จะให้ลูกค้าก็สำคัญเช่นกัน เพราะฉะนั้นอย่าลืมคิดดีๆ ก่อนว่าจะเอาอะไรไปให้ลูกค้าสแกน

5.เว็บไซต์ปลายทางของ QRcode

ผมจะมาพูดถึงข้อมูลที่คนไทยนำมาใช้ทำ QR Code มากที่สุดนั่นคือ website ซึ่งผมค่อนข้างมั่นใจว่าเกินครึ่งใช้ผิดวิธี

อันนี้สำคัญมากนะครับ ทำไมเหรอครับ QRcode ออกแบบมาสำหรับให้ใช้งานกับมือถือ หรืออุปกรณ์ที่สามารถยกขึ้นมาสแกนได้เป็นหลัก แต่เว็บไซต์เกินครึ่งที่ถูกนำมาสร้างเป็น QRcode กลับเป็นเว็บไซต์ที่ออกแบบมาเพื่อการดูในคอมพิวเตอร์ การนำเว็บไซต์ที่ดูในคอมพิวเตอร์มาสร้างเป็น QR Code มีข้อเสียอยู่มากมายครับ

ขนาดเว็บไซต์ที่ใหญ่กว่าจอมือถือ - จะดูครั้งนึงต้องคอยซูมๆๆ มันคงไม่ค่อยจะดีเท่าไร

รูปภาพ หรือ text ฟุ่มเฟือย - อย่าลืมนะครับว่าการเข้าอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือส่วนใหญ่ เกิดจากเอดจ์ที่แสนจะรวดเร็ว (ประชด) เพราะฉะนั้นแล้วใช้รูปภาพหรือข้อมูลที่ไม่ฟุ่มเฟือยเกินไปก็ทำให้ลูกค้าสามารถสแกน และเข้าถึงได้เร็วขึ้น

Flash - อันนี้เจอมากับตัวครับ อย่าลืมนะครับว่ามือถือ ที่มีอยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่ไม่รองรับแฟลชเพราะฉะนั้น อย่าเผลอเอา เว็บแฟลชไปทำเป็น QR Code ซะหละ ไม่งั้นได้มี FAIL กันแน่นอน

วิธีการแก้ปัญหา : ง่ายๆ คือสร้างเว็บไซต์ที่เป็นโมบาย ไซต์แล้วให้หน้าเว็บหลักคอยเช็คว่าเข้ามาจากมือถือหรือไม่ ถ้าใช่ก็ให้วิ่งเข้าไปที่โมบาย ไซต์ ซึ่งทางเทคนิคทำได้ไม่ยาก หรืออาจจะใช้วิธีให้ QRcode วิ่งไปที่โมบาย เว็บไซต์เลยก็ได้

6.การจับวัด

นอกจากเรื่องสถานที่ สื่อ หรือข้อมูลแล้ว สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือการจับวัดการเข้าใช้ ถ้าหากให้ดีแล้วเราควรจับวัดให้ชัดเจนว่า มีคนมาสแกน QR code ของเรากี่ครั้ง สแกนจากช่องทางไหนบ้าง จะได้วัดผลได้อย่างชัดเจนว่าสื่อชนิดไหน หรือสถานที่ไหนมีประสิทธิภาพมากที่สุดเพื่อที่จะได้นำข้อมูลเหล่านี้มาพัฒนา การใช้งานได้เพิ่มขึ้นในอนาคต

วิธีการในทางเทคนิค: อาจจะใช้ยูอาร์แอลที่แตกต่างกันออกไป หรือส่งค่าอะไรบางอย่างเข้ามาในเว็บไซต์เพื่อให้รู้ว่าสแกนมาจากที่ไหนวิธีนี้อาจจะยุ่งนิดหน่อยแต่ก็มีประโยชน์นะครับ

7.โปรโมชั่น

จริงอยู่ครับที่การเข้าเว็บไซต์จาก การสแกน QR code น่าจะสะดวกกว่าการพิมพ์ (อันนี้ไม่แน่ใจ) แต่อย่างไรแล้วคนไทยก็ยังติดการพิมพ์ชื่อเว็บไซต์อยู่ดี เพราะฉะนั้น การสร้าง promotion ขึ้นมาเล่นกับ QRcode ก็จะเป็นวิธีที่ทำให้คนหันมาสแกนมากขึ้น อาจจะใช้วิธีการแจกของฟรีหรือสร้างกิจกรรมเพื่อเล่นเฉพาะคนที่สแกน Qrcode ก็ได้

สุดท้าย การทำ QR Code marketing ที่ดี อย่าทำเพียงแค่ให้รู้สึกเท่ หรือทำไปเล่นๆ เพราะถ้าคุณปรับแต่งมันให้ออกมาดีแล้วละก็ Qrcode พวกนี้จะช่วยให้คนเข้าถึงคุณได้มากขึ้นอีกมาก

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/home/details/business/ceo-blogs/pawoot/20110330/384371/
วันที่ 31 มีนาคม 2554
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/global/20110406/385564/
วันที่ 6 เมษายน 2554

วิเคราะห์

1) The3 “D” Effects

• Disintermediation /Reintermediation
QR Code ทำให้ลดต้นทุนและระยะเวลาจากเดิมผู้ผลิตต้องกระจายสินค้าผ่านพ่อค้าคนกลางเปลี่ยนเป็นกระจายสินค้าโดยผู้ผลิตเอง อีกทั้งสร้างระบบการใช้ Digital “QR Code” เป็นตัวกลางใหม่ในการขยายช่องทางการกระจายสินค้าแทน เช่น กรณีธุรกิจบริการ โรงแรม ร้านอาหาร โดยสร้าง Geo-location ในแผนที่ online เช่น Google Map กำหนดพิกัดจุดและปักหมุด เพื่อนำไปสร้าง QR Code เมื่อลูกค้า Scan QR Code สามารถเข้าไปดูรายละเอียดใน Website และจอง on line ได้ทันที เป็นต้น
• Disaggregration
QR Code เป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าโดยไม่มีเงื่อนไขเรื่องของเวลาหลังจาก ลูกค้า Scan QR Code และสนใจที่จะซื้อสินค้าหรือบริการ สามารถส่งคำสั่งซื้อ on line ถึงแม้จะอยู่ในระหว่างเวลาปิดทำการของบริษัท คำสั่งซื้อดังกล่าวถูกตอบสนอง โดยลูกค้าไม่ต้องรอการสั่งซื้อจนถึงวันทำการถัดไป และเพิ่มความรวดเร็วในการสั่งสินค้าและบริการ ลูกค้าพึงพอใจมากขึ้น และบริษัทได้รายได้เพิ่มขึ้น
• Digital convergence
QR Code เป็นการหลอมรวมเทคโนโลยีดิจิตอลโดยผสมผสาน on line และ off line แบบ Life style convergence เพื่อให้สอดรับกับการใช้ชีวิตประจำวันของสังคมดิจิตอล โดยลูกค้าไม่จำเป็นที่จะต้องเข้ามาเลือกสินค้าในร้าน หรือจดจำรายละเอียดร้าน เพียงแต่ Scan QR Code ก็สามารถชี้นำให้ลูกค้ามาอ่านรายละเอียดและสรรพคุณสินค้าของคุณเพิ่มเติมได้ ยกตัวอย่าง ไวน์บางยี่ห้อก็ได้นำข้อมูลแสดงรายละเอียดประเภทและปีที่ผลิตทำเป็น QR Code แปะลงบนขวด หรือภาคการเกษตรกรของไทยก็นำ QR Code มาใช้กับธุรกิจจำหน่ายส้มสายน้ำผึ้งแล้วเช่นกัน ซึ่งความคิดนี้ถือเป็นจุดดีในการกระตุ้นความสนใจของลูกค้าที่ต้องการทราบรายละเอียดของสินค้าเพราะสื่อสิ่งพิมพ์อาจให้ข้อมูลไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจ
หรือ การสร้าง Campaign โฆษณา, การร่วมสนุก แต่ไม่สามารถลงรายละเอียดทั้งหมดได้ในเนื้อที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดในสื่อสิ่งพิมพ์ ก็สามารถใช้ QR Code นี้ชี้นำมาอ่านต่อในเว็บไซต์ได้ เป็นต้น
หริอ การสร้างแรงจูงใจในการขาย เนื่องจาก QR Code เสมือนรหัสลับ ทำให้ลูกค้าเกิดความสนใจและอยากร่วมสนุกกับ Promotion ดังกล่าว เช่น ดาวน์โหลด QR Code จากเว็บไซต์ลงใน โทรศัพท์มือถือแล้วนำมาเป็นส่วนลด ณ จุดขาย ก็ถือเป็นการนำมาสร้างกิจกรรมส่งเสริมการขายได้เช่นกัน
หรือ การประชาสัมพันธ์รายละเอียดบริษัท ซึ่งมีเนื้อหายาว โดยเลือกให้ QR Code ไปหน้าสรุป และทำให้ลูกค้าเข้าใจเนื้อหาได้กระชับมากกว่า

2)The 5 forces model

• Threat of New entrants
- ความแตกต่างของสินค้า : หากลูกค้าไม่ใช้ QR Code ยังสามารถใช้ 2D Code อื่นๆ แต่ QR Code มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูล,มีขนาดเล็ก และประมวลผลเร็วกว่า 2D Code อื่นๆ
- ต้นทุนของผู้มาใหม่ : ต้นทุนของผู้มาใหม่ไม่ได้มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับผู้ผลิตเดิม
- ความสามารถในการเข้าถึงช่องทางการจำหน่าย : โปรแกรม QR Code เมื่อเทียบกับ 2D Code อื่นๆ สามารถนำมาใช้กับโทรศัพท์มือถือ ทำให้ช่องทางการจำหน่ายไม่มีความแตกต่าง
- นโยบายของรัฐ: รัฐบาลไทยไม่ได้มีการกีดกัน หรือบังคับการใช้งาน QR Code เพียงอย่างเดียว แต่เปิดเสรีการเข้ามาของผู้มาใหม่
ดังนั้น ภัยคุกคามของผู้มาใหม่เกิดขึ้นได้ง่าย
• Bargaining Power of Buyers
เนื่องจาก QR Code ไม่ได้มีความแตกต่างจาก 2D Code ตัวอื่นๆ มากนัก และถูกซื้อไปเป็นส่วนประกอบในโทรศัพท์มือถือ โดยมีโปรแกรมพร้อมใช้ในโทรศัพท์บางรุ่น เช่น Blackberry หรือ ดาวน์โหลดโปรแกรมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เนื่องจากเป็นการสร้าง Life style convergence ของผู้ขายโทรศัพท์มือถือเพื่อให้สินค้าน่าดึงดูดต่อผู้บริโภคมากกว่า
ดังนั้น อำนาจการต่อรองของผู้บริโภคสูง
• Bargaining Power of Suppliers
QR Code เดิมที ใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ อิเล็คทรอนิคส์ หรือ ระบบจัดการขนส่ง โดยมีการพัฒนานำมาใช้เพื่อการสื่อสารการตลาด
ดังนั้น จำนวน Supplier มีมากราย ทำให้การที่ผู้ผลิตเปลี่ยนแปลงไปซื้อกับผู้ผลิตอีกรายมี Switching cost ต่ำ แสดงว่า อำนาจการต่อรองผู้ผลิตต่ำด้วย
• Threat of substitutes
-หากมองในมุมธุรกิจอุตสาหกรรมรถยนต์ อิเล็คทรอนิคส์ การขนส่ง การนำ QR Code มาใช้สามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่า 2D Code อื่นๆ และลดข้อผิดพลาดจากการทำงานของคนได้มากกว่า
- หากมองในแง่สื่อการตลาด พบว่า Life Style Convergence ใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย โดยเจ้าของธุรกิจต้องเลือกสรรนำมาใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะของธุรกิจตัวเอง
เช่น QR Code Vs Four Square

SWOTQRVs4square.jpg

จาก SWOT Analysis เปรียบเทียบ QR Code และ Four Square ซึ่งเป็น online Marketing เหมือนกัน แต่วัตถุประสงค์ในการนำไปใช้กับลักษณะธุรกิจที่ต่างกัน
• Industry Competitors
- หากมองในมุมธุรกิจอุตสาหกรรมรถยนต์ อิเล็คทรอนิคส์ การขนส่ง QR Code สามารถเก็บข้อมูล และลดข้อผิดพลาดได้มากกว่า จึงยังเป็นที่นิยม และการแข่งขันไม่สูงมาก
- หากมองในแง่สื่อการตลาด ผู้ผลิตมือถือ พยายามสร้างความหลากหลาย เพื่อเกิดแรงจูงใจในการเลือกซื้อมือถือต่อผู้บริโภค ดังนั้น โปรแกรมในมือถือที่สามารถใช้งาน Multimedia รวมถึงสร้าง online marketing เช่น QR Code Four square ฯลฯ ย่อมสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขาย จึงทำให้ผู้ผลิตคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อมาแข่งขันกันสูงขึ้น

3) The Value chain model

QR Code เป็นกิจกรรมในการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการในกิจกรรมหลักในส่วนของ Marketing & Sales และ Customer service ดังนี้
• Marketing & Sales : QR Code เพิ่มช่องทาง online marketing เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงรายละเอียดสินค้าและบริการ โดยไม่ต้องเข้ามาที่ร้านหรือบริษัท โดยลดเวลาและต้นทุน อีกทั้งเป็นการเพิ่มรายละเอียด Page หรือสินค้าที่ต้องการทำตลาดเฉพาะเจาะจงเพื่อให้ลูกค้าแสกน QR Code เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้
นอกจากนี้ เจ้าของธุรกิจยังสามารถนำข้อมูลจำนวนครั้ง, สถานที่ หรือ สื่อที่แสกน QR Code เพื่อนำไปวิเคราะห์และปรับแผนการตลาด ตลอดจนประชาสัมพันธ์หรือ ออก Promotion ให้กับลูกค้าได้อีกด้วย
• Customer service :อีกทั้ง QR Code ยังสามารถวัดผลจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการเพิ่มบริการนี้ให้กับลูกค้าเพื่อปรับปรุงการบริการ หรือ เทคนิคการนำเสนอ QR Code ต่อไปเพื่อให้เข้าถึงความต้องการของลูกค้าร่วมกับ Social Network อื่นๆ เช่น Facebook Twitter เพื่อศึกษากลุ่มข้อมูลลูกค้าเชิงลึกมากขึ้น

นส ขวัญชนก ด่านเสถียร Y31 ID 5320221045