Part 3 Case Study Accenture
flickr:5656371505

Accenture

เป็นบริษัทที่ปรึกษาทางด้านไอทีและสารสนเทศรายใหญ่ของโลก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ชิคาโก สหรัฐอเมริกา

ประวัติ

Arthur Andersen ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1913 เพื่อที่จะตอบโจทย์ความต้องการของข้อบังคับกฏหมายภาษีใหม่ๆ ที่ออกมา Andersen ขยายกิจการออกไปทั่วโลก บริษัทตัดสินใจที่จะสร้างความแตกต่างกับคู่แข่งโดยการให้บริการปรึกษาด้านการตรวจสอบบัญชีในปี 1954
ปี 1989 Arthur Andersen ตัดสินใจที่จะแยกธุรกิจออกเป็นสองส่วน Andersen Consulting ทำหน้าที่บริการด้านที่ปรึกษาในกิจการทุกๆ อย่างของบริษัท และ Arthur Andersen ยังคงให้บริการตรวจสอบธุรกรรมการเงินต่อไป
ปี 2001 บริษัท Andersen Consulting ได้แยกตัวออกมาจากบริษัทแม่ และใช้ชื่อใหม่ว่า Accenture ที่มาของชื่อบริษัทใหม่ของกิจการมาจากคำว่า accent บวกกับ future ที่มีความหมายว่า เป็นการมุ่งสู่อนาคต ธุรกิจหลักของการเป็นบริษัทที่ปรึกษาแห่งนี้อยู่ที่ การเป็นที่ปรึกษาด้านการจัดการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
ความเป็นมา
ตั้งแต่การก่อตั้งในปี 2001 Accenture เป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีรายได้ต่อปี $11,000 ล้าน มีพนักงาน 75,000 คน และมีสำนักงานมากกว่า 50 แห่งทั่วโลก
Accenture ยังคงสามารถใช้ระบบโครงสร้างเทคโนโลยีของ Andersen ได้ต่อไปภายในหนึ่งปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สั้นมากสำหรับ Accenture ในการสร้างระบบของตัวเอง เพราะในความจริงแล้ว ระบบของ Andersen เป็นระบบที่ยุ่งยากซ้ำซ้อน ไม่ว่าจะเป็นระบบ legacy และซอฟท์แวร์ที่ล้าสมัย ซึ่งไม่พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลผ่านทางอินเตอร์เน็ต และจะต้องลงทุนอย่างสูงในการใช้เครือข่ายส่วนตัว อีกทั้ง Andersen ยังแยกใช้ซอฟท์แวร์ของบัญชีและฝ่ายบุคคลแยกต่างหากอีก ทำให้ยุ่งยากให้การเรียกดูข้อมูลอัพเดทรวมของทุกสาขาทั้วโลกในเวลานั้นๆ
ทั้งนี้ เนื่องจาก Accenture มีความภาคภูมิใจที่เป็นที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีล้ำสมัยให้กับลูกค้า ดังนั้น เป็นการท้าทายที่ Accenture ต้องแก้ใขปัญหาภายในเหล่านี้ให้ได้โดยเร็ว Accenture พยายามสร้างกลยุทธ์ความสามารถด้านเทคโนโลยีที่จะให้คำปรึกษาและเข้าถึงข้อมูลความรู้แบบ “ทุกที่ทุกเวลา” โดยที่ 75% ของพนักงาน Accenture ใช้เวลาในการทำงานนอกสำนักงาน ไม่ว่าจะเป็นที่บริษัทลูกค้าหรือในระหว่างการเดินทาง ซึ่งเป็นเรื่องปกติในสังคมยุคออนไลน์ไร้สายในปัจจุบัน แต่เป็นความท้าทายที่ยากยิ่งเมื่อสมัยปี 2001 Accenture มีนโยบายในการลดค่าใช้จ่ายด้าน IT โดยการ outsourcing โดยที่เริ่มจากการที่เคยส่งบริการเจ้าหน้าที่ IT จากทวีปอเมริกา, ยุโรป มาเป็นทวีปที่ค่าใช้จ่ายน้อยลง เช่น อินเดีย, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (จีน, ฟิลิปปินส์) และลาติน อเมริกา
Accenture พยายามที่จะคัดเลือกบริษัทคู่ค้าที่น่าเชื่อถือ เช่น Microsoft Accenture เลือก Microsoft เนื่องจากเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้าน Software และมีการเงินที่มันคง และมีสินค้าให้เลือกหลากหลานรูปแบบ เช่น Window NT, SQL Database ทั้งนี้ Accenture ยังใช้ Microsoft Outlook มานำเสนอรูปแบบ email ให้กับลูกค้ารวมถึง Microsoft Office นอกจากนั้น Accenture ยังเลือก SAP ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ทั่วโลกมาใช้นำเสนอวิธีแก้ปัญหา ซึ่งไม่เหมือนกันสมัย Arthure Andersen เนื่องจากไม่มีสินค้าที่เป็น common และง่ายต่อการใช้งาน นอกจากนั้น ยังร่วมมือกับ Hewlett Packard ผู้นำด้านเครื่องคอมพิวเตอร์ ในบางครั้ง Accenture ก็ตัดสินใจที่จะใช้ outsource จากองค์กรอื่นที่มีความชำนาญมากกว่า เหล่านี้เป็นปัจจัยที่ทำให้ Accenture สามารถดำเนินธุรกิจระดับโลก Accenture พยายามที่จะรักษาแนวทางที่มุ่งเน้นความต้องการของผู้บริโภคและเดินไปตามเป้าที่ได้วางไว้ ทางด้าน IT แต่เดิม Andersen มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในการจัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น ทาง Accenture จึงเข้ามาจัดการและเสนอทางเลือกสามรูปแบบ คือขนาดการจัดเก็บ 50 MB, 150 MB and 500 MB ในการเก็บข้อมูลต่อลูกค้าหนึ่งราย ซึ่งบริษัทจะสามารถตัดสินใจได้ว่าจะต้องใช้ขนาดไหนและต้องใช้เท่าไหร่ อีกทั้ง Application ที่สามารถเข้าถึงได้โดย internet โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อที่จะแก้ปัญหาและตอบคำถามต่างๆ หรืออีกทางเลือกหนึ่ง จะแก้ไขปัญหา IT โดยวิธีการโทรศัพท์คุยกับผู้เชียวชาญ เพราะว่า Accenture มีผู้เชียวชาญในด้านต่างๆ ที่สามารถเข้าถึง Application ได้ทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน การบริการเหล่านี้คิดค่าใช้จ่าย 20 เหรียญ ($) ต่อหนึ่งครั้ง โดยคิดค่าใช้จ่ายไปทีประเทศที่เราใช้บริการ แต่ถ้าต้องการการบริการส่วนตัว สามารถใช้ได้โดยผ่านทางพนักงานท้องถิ่นโดยมีค่าใช้จ่าย 100 เหรียญ ($) ต่อหนึ่งรายการ

+ Business Model:

Value Proposition : High Performance Business
- สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
- ลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจขององค์กร
- นำเทคโนโลยีทั้ง Soft ware และ Hardware เข้ามาช่วยในการดำเนินธุรกิจ
- เพิ่มคุณภาพของบริการที่จะนำเสนอให้กับลูกค้า

Revenue Model

เป็น Service Revenue Model เป็นรายได้ในรูปแบบของการว่าจ้างจากบริการที่มี 4 รูปแบบ คือ
1. Managing Consulting
2. Technologies
3. Outsourcing
4. Industries

1. Management Consulting - การบริการให้คำปรึกษา
Accenture ให้คำปรึกษาและบริหารจัดการให้แก่ลูกค้าธุรกิจ เพื่อช่วยในการแก้ไขปัญหาทางธุรกิจของบริษัท ให้ผลลัพธ์ที่จะได้รับมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด โดยทาง Accenture จะวิเคราะห์ข้อมูลบริษัทแต่ละแห่ง และนำเสนอแผนงานให้กับทางบริษัทเพื่อตัดสินใจดำเนินการตามความต้องการของลูกค้า ปัจจุบัน Accenture เป็นที่ปรึกษา 13,000 บริษัทชั้นนำ
2. Technology – บูรณาการระบบและบริการเทคโนโลยี
Accenture จะเป็นที่ปรึกษาและบูรณาการระบบเทคโนโลยีให้กับลูกค้า โดยการนำเอานวัตกรรมต่างๆ เข้าไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่ง Accenture จะมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้มาบริการให้
3. Outsourcing Service
ปัจจุบันการบริหารของผู้ประกอบการหลายแห่ง ไม่ประสบความสำเร็จหรือประสบปัญหาต่างๆ มากมาย เนื่องจากขาดประสบการณ์ในการบริหารงานหลายๆ ด้าน ที่ต้องนำมาประยุกต์ใช้ ซึ่ง Accenture มีการออกแบบและให้บริการแบบ outsource เพื่อช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ในเวลาที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ปัจจุบัน Accenture มีการปรับปรุงระบบ ROI เข้ามาใช้บริหารองค์กรของตนเองและพัฒนามาใช้กับการให้บริการของลูกค้า
4. Industries - การดำเนินงานในอุตสาหกรรม

Accenture ให้บริการและแก้ไขปัญหาให้แก่ 19 กลุ่มอุตสาหกรรม มุ่งเน้นในอุตสาหกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะเข้าไปนำเสนอแนวทางที่เหมาะสมกับธุรกิจของลูกค้าแต่ละรายและวางระบบการดำเนินงาน

จุดเด่นของการบริการ
มีความหลากหลายของบริการในการนำเสนอให้ลูกค้าเพื่อเลือกและตัดสินใจทั้งนี้ Accenture เน้นการหาบริการรูปแบบใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าด้วยนวัตกรรมที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้บริการต่างๆ จะเน้นบริการที่ง่ายต่อการใช้งานแต่มีการแอบแฝงด้วยเทคโนโยลีที่ล้ำสมัย โดย Accenture เลือกที่จะมองหาความหลากหลายของบริการ โดยพัฒนา Innovation ใหม่ๆ ตลอดเวลา เหมือนคำกล่าวที่ว่า “ทุก 4 ชั่วโมง ระบบของ Accenture จะเกิดขึ้นในโลก” นอกจากนี้ Accenture ไม่ได้เป็นผู้ผลิตซอฟต์แวร์ แต่แนวคิดของ Accenture จะต้อง "คิด" ล่วงหน้าให้ได้ก่อนลูกค้าไป 1 step สิ่งนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับบริษัทที่ปรึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งบนสังเวียนของ e-business ที่ไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว ด้วยเหตุนี้เองทำให้ Accenture ต้องบริหารจัดการบริษัทในรูปแบบของ venture capital หรือศัพท์ที่พวกเขาใช้เรียกตัวเองว่า เป็น "เทคโนโลยีเวนเจอร์" นั่นคือการให้เงินสนับสนุนบรรดาบริษัทดอทคอมที่เพิ่งเริ่มต้นกิจการ สิ่งที่ Accenture ต้องการจากบรรดาบริษัทดอทคอมเหล่านี้ ไม่ใช่เว็บไซต์ที่มี page view ดีๆ แต่ต้องเป็น application ที่ใช้ประโยชน์ได้จริงในโลกของธุรกิจตามแนวทาง e-business นั่นเอง ซึ่งเวลานี้ Accenture ได้ให้เงินสนับสนุนบริษัทดอทคอม มีประมาณ 200 บริษัท หนึ่งในนั้นก็คือ บริษัท chem connect ซึ่งทำธุรกิจตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ market place ในโลกอินเทอร์เน็ต

กลุ่มลูกค้า
• กลุ่มลูกค้าของ Accenture จะเป็นกลุ่มบริษัท / กลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ต้องการแก้ไขและจัดวางระบบของตนเอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินงาน

สินค้าบริษัทที่ได้รับความนิยม
• SAP ระบบ Billing system ที่บริษัทผู้ประกอบธุรกิจสื่อสารมากกว่าครึ่งหนึ่งใน 20 บริษัทรายใหญ่ที่ใช้ระบบบิลลิ่ง ซิสเต็มที่ Accenture คิดค้นขึ้นมาเป็นเรื่องจำเป็นที่บริษัทที่ปรึกษาแห่งนี้ จะต้องมีระบบจัดการสำนักงานที่ถูกออกแบบมาเพื่อความคล่องตัวในการทำงาน สามารถประยุกต์เข้ากับการนำไอทีเป็นเครื่องมือได้อย่างลงตัว เพราะนี่จะเป็นแบบจำลองในอีกแง่มุมที่จะสะท้อนความเป็นที่ปรึกษาในโลกของ e-business ได้เป็นอย่างดี

Market Opportunity

Competitive Environment
คู่แข่งขันทางตรงของ Accenture ได้แก่
• Deloitte Consulting LLP
คู่แข่งขันทางอ้อมของ Accenture ได้แก่
• International Business Machines Corp. IBM HP Enterprise Service, LLC.

สำหรับในปี 2010 ทาง Accenture มีส่วนครองตลาดอยู่ในอันดับที่ 3 จากตลาดไอทีทั้งหมด คือ 2.90% แต่ Accenture กลับมีส่วนครองตลาดอยู่ในอันดับที่ 1 ของตลาดที่ปรึกษา ปัจจุบันทางบริษัทคู่แข่งขันมีการผลิต Hardware และ Software ของตัวเอง ทำให้ไม่ต้องหา Vendor อื่น นำเสนอ / แนะนำลูกค้าโดยใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ของบริษัทตนเองเท่านั้น แต่การที่ Accenture ไม่ได้ทำการผลิตเอง จึงทำให้บริษัทไม่สามารถควบคุมสถานการณ์หรือคิดค้นผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองตามความต้องการของลูกค้า สิ่งนี้ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับ Accenture ซักทีเดียว เพราะกลุ่มผู้บริหารของบริษัทมีความสัมพันธ์กับผู้ขายต่างๆ ทำให้สามารถแนะนำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าของพวกเขา โดยไม่อคติกับผลิตภัณฑ์และบริษัทแม่ใดๆ สรุปแล้ว จุดแข็งที่สำคัญของบริษัท คือ ทาง Accenture มีกลุ่มผู้บริหารที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับบริษัทชั้นนำของโลก และรัฐบาล

Five Forces Model:

สภาพการณ์ของการแข่งขัน ในปัจจุบันธุรกิจสื่อสารและคมนาคม ต้องพึ่งพาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้งานในองค์กร เพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันกับธุรกิจอื่น จึงทำให้ธุรกิจด้าน IT Consult เติบโตขึ้น
จากการวิเคราะห์พบว่าคู่แข่งที่มีธุรกิจเดียวกับ Accenture มี 2 กลุ่ม คือ คู่แข่งทางตรงและทางอ้อม ดังนี้ CVG: Convergys Corporation, FCN: FTI Consulting, HURN: Huron Consulting, WIT: Wipro Limited, XPRT: LECG, IBM และ HP

อำนาจในการต่อรองของลูกค้า
เนื่องจากตลาดด้าน IT service และ consulting มีผู้ให้บริการในตลาดมีจำนวนมากขึ้น จึงทำให้ลูกค้ามีอำนาจในการต่อรองสูง บริษัทจึงต้องพยายามหาช่องทางให้การเข้าถึงลูกค้า และค่าใช้จ่ายในการให้บริการไม่สูงกว่าคู่แข่ง เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคไปเลือกใช้บริการรายอื่น
อำนาจในการต่อรองของผู้จัดหาวัตถุดิบ อำนาจในการต่อรองของ Supplier มีค่อนข้างต่ำ เนื่องจาก Accenture ถือเป็น 1 ในผู้ให้บริการทางด้าน IT Service รายใหญ่และให้บริการในระดับ worldwide ทั่วโลก ทำให้ Supplier แต่ละเจ้าอยากร่วมทำธุรกิจกับ Accenture สินค้าทดแทนและบริการอื่นทดแทน ได้แก่โปรแกรม Software สำเร็จรูป แต่ไม่ได้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครบ จึงเป็นผลกระทบส่วนน้อย
การเข้ามาแข่งขันของคู่แข่งรายใหม่
ผู้ประกอบการรายใหม่สามารถเข้ามาทำได้ แต่การอยู่รอดและเป็นที่ยอมรับของลูกค้านั้นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะ สิ่งที่ทำให้ Accenture อยู่รอดและเติบโตได้เป็นเพราะการให้บริการที่ครบวงจร

What is the Role of IT?

Accenture เน้นให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีของบริษัท กลุ่มทีมบริหารของ Accenture จะเป็นผู้บริหารจัดการและการใช้งบประมาณด้านไอที รวมถึงต้นทุนการบริหารจัดการต่างๆ และช่วยในการตัดสินใจงานด้านไอทีอื่นๆ ฝ่ายบริหารด้านไอทีของ Accenture มีวิสัยทัศน์ที่แตกต่างจากการดำเนินงานในอดีต
-สินค้าและบริการด้านไอที ถูกกำหนดความต้องการของลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมากกว่าการถูกผลักดันหรือจากการตีความในสิ่งที่วิศวกรด้านไอทีประเมินผู้ใช้ว่าต้องการอะไรในอนาคต
-ให้ระดับการบริการที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ สำหรับสินค้าและการบริการด้านไอทีที่มอบให้ ระดับการบริการที่เหมาะสมจะถูกกำหนดโดยสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการ
-เรื่องการใช้จ่ายด้านไอทีจะถูกกำหนดโดยคณะผู้บริหารระดับ C จากฝ่ายต่างๆ ได้แก่ฝ่ายกลยุทธ์, ฝ่ายการเงิน, และฝ่ายเทคนิค ลำดับความสำคัญจะตอบสนองต่อคุณค่าทางเศรษฐกิจโดยตรงหรือความสำคัญเชิงกลยุทธ์ที่โครงการด้านไอทีแต่ละโครงการนำไปสู่องค์กรและนำการเมืองออกจากการตัดสินใจทางเทคโนโลยีซึ่งควรกระตุ้น ความสามารถในการแข่งขันขององค์กร
-เมื่อถึงเวลาเหมาะสม จะเสนอบริการในระดับและรูปแบบต่างๆ โดยจะมีการกำหนดราคาให้แก่การบริการในแต่ละระดับโดยลูกค้า จะเลือกสิ่งที่ตอบสนองให้ลูกค้าได้ดีที่สุด เพื่อให้เกิดการซื้อขาย

Who are the stakeholders?:

กลุ่มของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัท แบ่งเป็น 4 กลุ่มดังนี้
• ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น และพนักงานบริษัทซึ่งจะได้รับผลประโยชน์จากกำไรจากการดำเนินงานของบริษัท

• ผู้ผลิตสินค้า คือผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์จากยอดขาย ประกอบด้วย
• Microsoft เลือก Application เช่น Window NT, Microsoft outlook,
• SAP เลือก Application ในด้านการเงินและทรัพยากรณ์มนุษย์
• HP เลือก Hardware คอมพิวเตอร์และเชิร์เวอร์
• Cisco สำหรับอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายทั้งหมด

• ลูกค้าผู้ใช้งาน
• Business Intelligence เช่น Dongbu Steel: Competing Globally Essent: , Hansol Paper ,HVB Group
• Customer Relationship Management เช่น Akzo Nobel Polymer Chemicals , Siam Cement Group, Heineken España S.A, LEGO Co
• Finance and Performance Management เช่น KBC Bank & Insurance Group, Komatsu, Siemens, U.S. Army
• HR Transformation and Talent Management เช่น Britannia Building Society, Volkswagen Scottish Queensland Government and Newcastle plc • Outsourcing เช่น P North America, BP North America, CABB Fujitsu Siemens Computers
• Supply Chain เช่น Braskem, Daiichi Sankyo, Defense Logistics Agency, Roche, Hyundai Heavy Industries
• Technologies and Integration เช่น Bayerischer Rundfunk, BG Group, Cegelec, Korean National Oil Co

คู่แข่งขัน
• Deloitte Consulting LLP
• CVG: Convergys Corporation
• FCN: FTI Consulting
• HURN: Huron Consulting
• WIT: Wipro Limited
• XPRT: LECG
• HP Enterprise Services, LLC
• International Business Machines Corp. IBM

What seem to be issues?:

Accenture เริ่มเกิดปัญหาเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายจากการบริหารจัดการงานภายในบริษัทที่เกินงบประมาณ ควบคุมไม่ได้ จึงคิดว่า IT น่าจะเป็นหน่วยงานที่บทบาทในการช่วยลดต้นทุนของบริษัทได้
Accenture เริ่มการการเปลี่ยนแปลงระบบไอทีหลังจากมีการแยกตัวกิจการมาจาก Andersen ในปี 2001 โดย Accenture จะต้องมีการวางโครงสร้างพื้นฐานทางด้านไอทีใหม่ ซึ่งระยะเวลาในการเปลี่ยนแปลงระบบ IT ขององค์กรจะอยู่ในช่วงปี 2001 -2002 What are the problem & alternative & tradeoff & solution?

จากการที่ Accenture แยกตัวออกมาจาก Andersen Consulting เกิดปัญหาว่า Accenture นั้นจะใช้ระบบบริหารแพลตฟอร์มเทคโนโลยีเดิมต่อไปหรือไม่ มี 2 ทางเลือกที่เกิดขึ้นกับ Accenture คือ
1. Best of breed เป็นวิธีที่จะต้องซื้อ application ที่ดีที่สุดในแต่ละด้านของการบริหาร และก็ต้องการผู้เชี่ยวชาญที่หลากหลาย
2. One platform เป็นวิธีที่มีการใช้ application จากผู้จำหน่ายน้อยราย โดยจะใช้ applicationเป็นแบบเดียวกันในระบบการทำงานของ Accenture ทั่วโลก
บริษัท Accenture ได้เลือกวิธีการ one platform มาใช้เป็นระบบพื้นฐานทางด้าน IT ของบริษัท ซึ่งทำให้บริษัทสามารถบริหารงานได้อย่างราบรื่น Tradeoffs
• ข้อดี สามารถประหยัดต้นทุนจากการลดค่าฝึกพนักงานสำหรับฝ่ายเชี่ยวชาญ IT และได้รับประโยชน์เป็นส่วนลดในค่าธรรมเนียม บำรุงรักษา ยังสามารถปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ เร็วกว่าและถูกกว่าวิธี Best of breed
• ข้อเสีย อาจมีปัญหาเรื่องต้นทุนที่สูงเพิ่มมากขึ้นถ้ามีการเปลี่ยนแปลงไปใช้ platform อื่น หรือถ้าผู้ใช้บริการ application นั้นประสบปัญหาทางด้านการเงินก็จะทำให้ Accenture ต้องเผชิญกับความเสี่ยงตามไปด้วย

Accenture ประสบปัญหาจากภาวะเศรษฐกิจที่รุนแรง จึงต้องมีการหาวิธีในการดำเนินงานเพื่อจะทำการลดต้นทุนด้านIT Alternative & Solution Accenture ได้ทำการลดต้นทุนทางด้าน IT ด้วยการ Outsource ให้กับบุคคลภายนอก
• ข้อดี สามารถลดต้นทุนในการบริหารพนักงานของฝ่าย IT ได้อย่างดี ไม่จำเป็นต้องฝึกฝนพนักงานฝ่าย IT เป็นจำนวนมาก
• ข้อเสีย เป็นการยากที่จะควบคุมพนักงานด้าน IT ที่ไม่ใช่พนักงานโดยตรง

What are the lesson learned from the case?:

• เมื่อบริษัทต้องตัดสินใจลงทุนเรื่องระบบโรงสร้างพื้นฐานทางด้าน IT ต้องมีการคำนึงถึงข้อดีและข้อเสียทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ว่าตัวเลือกใดเหมาะสม
• การนำระบบ IT มาใช้ในการติดต่อกับลูกค้าต้องมีความเข้าใจและสามารถขับเคลื่อนตวามต้องการของลูกค้าและผู้ถือหุ้นด้วย
• การลงทุนด้าน IT โดยการจ้างพนักงานจากภายนอกสามารถลดต้นทุนของบริษัทได้เป็นอย่างมาก
• การตัดสินใจอนุมัติโครงการใดๆ ควรคำนึงถึงผลประโยชน์ที่ได้รับมากกว่าประโยชน์ส่วนตน
Conclusion:
IT ช่วยในการเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้มีส่วนสำคัญในแต่ละองค์กร อีกทั้งการลงทุนวางระบบ Software มีค่าใช้จ่ายสูงและต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง จึงเกิดแนวคิดการให้บริการ software ข้อได้เปรียบและจุดเด่นของ Accenture คือ การเป็นผู้ให้บริการด้านการบริหารอันดับ 1 ของโลกผ่านสำนักงานที่อยู่ใน 53 ประเทศ มีบริการที่หลากหลายของ Application รวมไปถึงออกแบบและดำเนินการให้บริการแก่ลูกค้าทั่วไป

http://www.accenture.com http://gkengitm.blogspot.com/2009/09/saas-software-as-servic.html http://www.vcharkarn.com/varticle/40146 www.wikinvest.com http://www.wikinvest.com/stock/Accenture_(ACN)/Data/Key_Metrics http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=1749