Windows 7 Just Overtook XP in USA

Posted in Main on April 8th, 2011 by Pingdom

flickr:5633492477

It’s finally happened. After a long reign at the top, Microsoft’s Windows XP is no longer the most widely used desktop operating system in the United States, instead turning the crown over to Windows 7.

As of April, Windows 7 has 31.71% of the desktop operating system market, compared to 31.56% for Windows XP. Here is the current distribution of desktop operating systems in the United States, based on the first seven days of April:

flickr:5634151312

The data is from StatCounter and consists of aggregated visitor stats from more than three million websites. In other words, this reflects the market share distribution of computers used to access the Web.

The rapid rise of Windows 7 has been a massive success after Microsoft’s relative failure with Windows Vista (which never got the upper hand on XP). Since its launch in October 2009, the rise of Windows 7 has been straight as an arrow.

flickr:5633579643

Windows XP is still a big presence, especially in the corporate space where many have resisted upgrading, but Windows 7 seems to finally have set the upgrade train rolling.


ประวัติความเป็นมาของ Windows 7
ระบบปฏิบัติการ (OS) Windows ซึ่งถูกพัฒนาและออกแบบโดยบริษัท Microsoft ได้เข้ามามีบทบาทต่อผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก ทั้งในส่วนบุคคลหรือองค์กรต่างๆ Windows 7 ในแรกเริ่มเดิมทีมีชื่อหรือรหัสในการพัฒนาว่า แบล็คโคมบ์ (Blackcomb) ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็น เวียนนา (Vienna) โดยเจ้า Windows 7 จะถูกผลิตขึ้นมาเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นกับ Vista ที่ไม่ประสบผลสำเร็จ ซึ่งคำว่า 7 มาจากการเป็นวินโดว์รุ่นที่ 7 โดยเริ่มจากการนับ Windows 1.0-3.0, Windows NT คือ 3.1, Windows 95 คือ 4.0, Windows 98 คือ 4.0.1998, Windows 98 SE คือ 4.10.2222 Windows ME คือ 4.90.3000, Windows 2000 คือ 5.0, Windows XP คือ 5.1, Windows Vista คือ 6.0 และ Windows 7 คือ 7.0

Windows 7 ถูกวางจำหน่ายครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2009 ในส่วนของระบบปฏิบัติการหลักของ Windows 7 คือ ระบบ Kernal โครงสร้างและสถาปัตยกรรมของระบบ หรือส่วนเชื่อมต่อระหว่าง Hardware กับ Applications ยังใช้โครงสร้างและแนวคิดเดียวกับ Vista ไม่ว่าจะเป็นระบบไดรเวอร์, ระบบเอฟเฟคต์หน้าต่าง Aero, วิธีการรักษาความปลอดภัยด้วย User Account Control ฯลฯ แต่ Windows 7 จะมีการสนับสนุนฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม และพัฒนาด้านประสิทธิภาพ ความเร็ว ให้ดีกว่า Window Vista โดย Windows 7 เร็วขึ้นกว่า Windows Vista หรือ Windows XP อยู่ประมาณ 10-20%

จาก System Requirement พบว่าของ Windows 7 มีสเปกเดียวกันกับ Windows Vista ขณะที่เวลาห่างกัน 3 ปีแต่ Windows 7 ยังคงต้องการทรัพยากรฮาร์ดแวร์เท่าเดิม ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนหันมาใช้ Windows 7 มากขึ้น และเมื่อพิจารณาถึงความแตกต่างระหว่าง Windows 7 กับ Windows Vista, Windows XP พบว่าหลักๆ มีดังนี้

1.ระบบการติดตั้งที่ง่ายและเร็วขึ้นมากเมื่อเทียบกับ XP หรือ Vista
2.Taskbar พัฒนาขึ้นมาใหม่ คือเอาตัวหนังสือออกและใส่ระบบ Quick lunch เข้าไป และที่สำคัญมีฟีเจอร์ Aero Peek แสดงลำดับภาพกรณีเปิดหลายโปรแกรม ซึ่งจะเหมือนกับ Dock ของ Mac OS X
3.Feature Action Center เป็นส่วนที่รวบรวมปัญหาด้านความปลอดภัย แจ้งการอัพเดต หรือ error ต่าง
4.โปรแกรม WordPad กับ Paint ถูกเปลี่ยนให้เป็น Ribbon ทั้งสองโปรแกรมมีเครื่องมือที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ WordPad มีความสามารถเหมือนกับ Word2007 ส่วน Paint สามารถแก้ไขตกแต่งภาพถ่ายแบบง่ายๆได้
5.การทำงานโดยทั่วไปเร็วขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับ Vista

flickr:5633597033
flickr:5633602891

ส่วนแบ่งตลาดของ Windows 7 ในปัจจุบัน

flickr:5634189386

จากเนื้อหาข่าวข้างต้น ในเดือนเมษายน 2011 พบว่าส่วนแบ่งตลาดของวินโดวส์ในสหรัฐอเมริกา Windows 7 สามารถแซง Windows XP ได้แล้ว โดย Windows 7 ซึ่งเปิดตัวในเดือนตุลาคม 2009 และใช้เวลาไม่ถึง 2 ปี สามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดมาจาก XP รุ่นยอดนิยมตลอดกาลได้สำเร็จ ยิ่งไปกว่านั้นสหรัฐอเมริกาก็ไม่ใช่ประเทศแรกที่ Windows 7 แซง Windows XP ได้ โดยประเทศที่ทำได้แล้วคืออังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลีย เดนมาร์ก เยอรมนี เบลเยียม ฟินแลนด์ เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน แต่เมื่อพิจารณาจากส่วนแบ่งตลาดทั้งหมด Windows 7 (29%) ยังคงเป็นรอง Windows XP (48%)

flickr:5634191814

อย่างไรก็ตามข้อมูลจาก StatCounter Global Stats พบว่าส่วนแบ่งตลาดโลกของ Windows 7 สูงขึ้นเรื่อยๆ และมีการคาดการณ์ว่ามีแนวโน้มจะแซง Windows XP ได้ในอนาคตอันใกล้นี้ เมื่อพิจารณาส่วนแบ่งตลาดในประเทศไทยพบว่าอันดับหนึ่งยังคงเป็น Windows XP แต่อย่างไรก็ตามจำนวนผู้ใช้ Windows 7 ก็มีมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสภาวการณ์ในตลาดโลกเช่นเดียวกัน (ข้อมูลจาก StatCounter)

flickr:5634241072

เหตุผลหนึ่งที่สามารถทำให้ระบบปฏิบัติการ Windows ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเนื่องจาก Windows ถือเป็นระบบปฏิบัติการที่รองรับภาษาไทยได้ดีมากๆ ตระกูลหนึ่ง ปัจจัยสำคัญคงมาจากการที่ไมโครซอฟท์ให้ความสำคัญกับภาษาไทยสูง ภาษาไทยเป็นภาษาที่อยู่ในระดับ supported languages มานาน

เปรียบเทียบกับระบบปฏิบัติการคู่แข่ง

จากข้อมูลในอินเตอร์เน็ต ได้มีการเปรียบเทียบ Windows 7 กับ Linux (ในที่นี้ใช้ Ubuntu) พบว่า Windows 7 ดีกว่าอย่างชัดเจนในด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่รองรับ รวมทั้งเมื่อมองถึงความสวยงาม Windows 7 ค่อนข้างจะทำได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ก่อนที่จะทำการเปรียบเทียบกับ Mac OS X นั้น ก่อนอื่นต้องย้อนกลับไปสมัย Windows XP ก่อนว่า Mac OS X ดีกว่า Windows XP ทั้งด้านเสถียรภาพ/ความปลอดภัย และหน้าตาลูกเล่น (เทคโนโลยีฐานของ Mac OS X พบว่าใหม่กว่า XP มาก) ส่วน Vista แม้ว่าจะยกเครื่องเทคโนโลยีฐานให้ใกล้เคียงกับ Mac OS X แล้วก็ตาม กลับมีปัญหาด้านประสิทธิภาพและปัญหาในหลายๆด้าน จึงทำให้ Windows 7 ถูกยกเครื่องใหม่ด้วย Taskbar/Start Menu รุ่นใหม่ ปัญหาด้านประสิทธิภาพถูกแก้ไขไปเกือบหมด จากการเปรียบเทียบการใช้งาน พบว่า Windows 7 นั้นกลับมาเสมอหรือดีกว่า Mac OS X เรียบร้อยแล้ว โดยพิจารณาจากประเด็นเรื่องฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่มีมากกว่า ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนที่ถูกแอปเปิลนำมาเป็นประเด็นโจมตีด้านการใช้งาน

flickr:5633659235

บทสรุปของ Microsoft Windows 7

ปัจจุบัน Windows 7 ได้ถูกพัฒนาโดยมีพื้นฐานจากระบบปฏิบัติการรุ่นก่อนๆ มีการพัฒนาทั้งในด้านรูปลักษณ์ที่สวยงามน่าใช้มากขึ้น รวมถึงฟีเจอร์ต่างๆ ที่ถูกเพิ่มเข้ามาอย่างลงตัว และที่สำคัญคือมีระบบการจัดสรรการบริโภคทรัพยากรเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุดตั้งแต่มีวินโดว์มา โดยมีการคาดการณ์ว่าจะสามารถทดแทน Windows XP ได้อย่างสมบูรณ์แบบในอนาคตอันใกล้นี้

เมื่อพิจารณาถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนระบบปฏิบัติการ พบว่าในกรณีที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows XP อยู่ในปัจจุบัน แต่ต้องการเปลี่ยนมาใช้ Windows 7 อาจจะจำเป็นที่ต้องเพิ่มความสามารถของฮาร์ดแวร์และไดรเวอร์ของอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อรองรับการใช้งาน (Vista ไม่มีเพราะใช้ไดรเวอร์รุ่นเดียวกัน) แต่ในกรณีซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ Windows 7 ถือว่าเหมาะสมเมื่อพิจารณาจากสเปคส่วนใหญ่ในปัจจุบัน โดยการเปลี่ยนไปใช้ Windows 7 มีข้อดีในแง่เทคนิคหลายอย่าง เช่น เสถียรภาพ ความปลอดภัย ฟีเจอร์ใหม่

ในประเทศไทย ปัจจุบัน Windows XP ยังคงเป็นระบบปฏิบัติการที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอยู่ที่ประมาณ 70% แม้ว่า Windows Vista หรือ Windows 7 ก็ตาม จะสามารถสร้างความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบถึงรูปลักษณ์การใช้งานที่สวยงามและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพียงใด ก็คงจะยังไม่สามารถแซงหน้า Windows XP ได้ในอนาคตอันใกล้นี้ ดังเช่นประเทศอเมริกาได้ เนื่องจากปัญหาคือ คนส่วนใหญ่มักจะไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง การยึดติดกับระบบปฏิบัติการแบบเก่า รวมทั้งค่าใช้จ่ายสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพด้านฮาร์ดแวร์ ซึ่งในปัจจุบัน ผู้ผลิตได้ออกเวอร์ชั่นทดลอง (RC) หากผู้ใช้ต้องการทดลองก็สามารถที่จะดาวน์โหลดมาทดสอบประกอบการตัดสินใจก่อนได้

ระบบปฏิบัติการ Windows จะยังคงถูกพัฒนาต่อไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันบริษัท Microsoft ก็กำลังพัฒนา Windows 8 ซึ่งคงจะนำเอาข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นบนระบบปฏิบัติการตัวก่อนๆ ปรับปรุงแก้ไขให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเชื่อว่า Windows 8 คงจะไม่เกิดสถานการณ์แบบ Vista อีก ตราบเท่าที่ยังพัฒนาบนเทคโนโลยีของแพลตฟอร์ม Vista ซึ่งคงต้องจับตามองต่อไปว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น และจะยังคงได้รับการตอบรับดีเหมือนกับ Windows 7 หรือไม่

flickr:5634251558

SWOT analysis of Microsoft Windows

ไมโครซอฟท์ Windows ถือว่าเป็นระบบปฏิบัติการที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจากผู้ใช้ทั่วโลกในปัจจุบันจะำทำการวิเคราะห์ระบบ Windows ด้วย SWOT analysis

Strengths
1) ข้อได้เปรียบที่เห็นได้ชัดคือการที่ไมโครซอฟท์มีรากฐานที่มั่นคงในปัจจุบัน และยังได้รับการยอมรับไปทั่วโลกระบบปฏิบัติการ Windows ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยังคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

2) แบรนด์ ถือเป็นสิ่งที่เป็นจุดแข็ง เนื่องจากผู้ใช้ใ้ห้การยอมรับซึ่งถือเป็นปัจจัยที่ำสำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนา

3) Windows มีการเสนอสินค้าใหม่ หรือ ตัวอัพเกรดอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้สอดคล้องและเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ได้ดี ซึ่งไมโครซอฟท์ถือเป็นบริษัทที่สร้างนวตกรรมใหม่ๆ

4) เป็นองค์กรที่หลากหลายและไม่มีรูปแบบที่ตายตัวในการทำงานเกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรซึ่งจะส่งผลดีต่อการคิดค้นคว้า

Weakness
1) ระบบปฏิบัติการ Windows ยังดูห่างไกลต่อการขยายและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับระบบอินเตอร์เน็ตที่จะ่ส่งผลต่อองค์กรได้ในอนาคต ซึ่งก็คือระบบ Cloud ซึ่งในปัจจุบันมีหลายบริษัทที่ำทำการค้นคว้าวิจัย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Googles ซึ่งในปัจจุบันมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเกี่ยว Chrome ซึ่งสามารถใช้งานได้หลากหลายโดยผ่านระบบอินเตอร์เน็ต

2) ค่าลิขสิทธิ์ที่สูงเกินไปสำหรับบริษัทเล็กๆ หรือองค์กรที่ไม่มีผลกำไร

Opportunities
1) ผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังคงเคยชินและไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงการใช้งานในปัจจุบัน ซึ่งจะส่งผลให้ Windows จะยังคงสามารถขายได้จากเหตุผลนี้

2) การเติบโตในโลกเทคโนโลยี ทั้งระบบอินเตอร์เน็ต โทรศัพท์ Windows จะมีช่องทางเพิ่มขึ้นในการนำเสนอผลงานใหม่ๆและนวตกรรมต่อผู้ใช้ได้มากขึ้น

Threats
1) Linux และ Apple ถือเป็นคู่แข่งที่สำคัญ แม้ว่าในปัจจุบันส่วนแบ่งตลาดของทั้งสองเมื่อเีทียบกับ Windows แ้ล้วจะน้อยมากแต่การพัฒนา และภาพลักษณ์ของแอปเปิล ก็ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่จะทำให้ผู้ใช้เปลี่ยนไปใช้ระบบปฏิบัติการอื่นๆ เช่น Mac OS X

2) อิทธิพลจากผู้ซื้อ เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากปัจจุบันระบบปฏิบัติการ OS มีความหลากหลายมากขึ้น

3) คู่แข่งที่สำัคัญในอนาคตของระบบปฏิบัติการ Windows คือ Cloud system หากได้รับความนิยมมากขึ้นแล้วนั้น เชื่อว่าส่วนแบ่งตลาดของ Windows ก็อาจจะกระทบกระเทือนได้เช่นกันในระดับองค์กร หรือ บริษัท

4) อุปสรรคอีกอย่างหนึ่งคือ Currency Exchange ซึ่งอาจจะส่งผลให้ผู้ใช้เปลี่ยนไปใช้ระบบปฏิบัติอื่นๆ เนื่องจากราคาที่เพิ่มสูงขึ้น

Other

คู่แข่งที่สำคัญและต้องจับตามองเป็นอย่างมาก คือระบบปฏิบัติการที่เรียกว่า Cloud Computing ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแนวโน้มการนำ Cloud Computing ไปประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ในปัจจุบัน เริ่มเห็นเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน หรือจากองค์กรต่าง ๆ มากมายทั้งในและต่างประเทศ โดยองค์กรสามารถใช้บริการทางด้านไอทีได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนมากมายกับโครงสร้างพื้นฐานไอทีของตน อีกทั้งผู้ใช้งานก็สามารถเลือกใช้บริการเฉพาะอย่างและเลือกเสียค่าใช้จ่าย ให้ตรงกับความต้องการเฉพาะด้านหรือสอดคล้องกับงบประมาณของตนได้ ยิ่งไปกว่านั้น คลาวด์ คอมพิวติ้งก็ยังมีประโยชน์ในด้านอื่น ๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นการช่วยองค์กรประหยัดพลังงาน หรือเพิ่มความอุ่นใจในด้านความปลอดภัยของระบบไอที เป็นต้น

ด้วยเหตุดังกล่าว ผู้ให้บริการทางด้านไอทีหลายรายในปัจจุบันจึงหันมาใช้เทคโนโลยีคลาวด์ คอมพิวติ้ง เพื่อนำเสนอบริการทางด้านซอฟต์แวร์แบบ ‘จ่ายเท่าที่ใช้’ (Software as a Service) เพื่อเป็นทางเลือกแก่ลูกค้าโดยเฉพาะองค์กรขนาดกลางหรือขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ มักมีเจ้าหน้าที่ทางด้านไอที่ทำงานอยู่อย่างจำกัด แทนรูปแบบการซื้อซอฟต์แวร์มาใช้โดยตรงแบบในอดีต การใช้งานในลักษณะดังกล่าว นอกจากจะทำให้การนำไอทีไปใช้งานทำได้ง่ายยิ่งขึ้นแล้ว องค์กรนั้น ๆ ก็จะได้รับประโยชน์จากการใช้ซอฟต์แวร์ที่ทันสมัยอยู่เสมอ โดยไม่ต้องเผชิญกับความยุ่งยากและค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการและการอัพเกรด เวอร์ชั่นของซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เช่นในอดีต ซึ่งคงจะส่งผลต่อ Microsoft Windows อย่างแน่นอน

flickr:5634454574

Reference
http://royal.pingdom.com/2011/04/08/windows-7-just-overtook-xp-in-the-united-states/
http://www.blognone.com/node/13585
http://beta.i3.in.th/content/view/145
http://www.sapaan.net/forum/internet-community/aociiaocoe(cloud-computing)-xiidaa-aocoaeonana/