Law

พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

1.การพัฒนาพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
• เริ่มยกร่างกฎหมาย พ.ศ. 2544
• ผ่านความเห็นชอบจาก สนช. เมื่อวันพุธที่ 9 พฤษภาคม 2550
• ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 18 มิถุนายน 2550

Picture1.jpg

2. เจตนารมณ์ของกฎหมาย
เพื่อกำหนด…..
• ฐานความผิดและบทลงโทษ
• อำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่
• หน้าที่ของผู้ให้บริการ

3. แนวทางในการยกร่างกฎหมาย
ถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆ ประเทศไทยก็ยังล้าหลังอยู่ในเรื่องของเทคโนโลยี

4. สภาพปัญหาของการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
• ผู้กระทำความผิดอยู่ที่ไหนก็ได้ในโลก ทำให้ไม่มีข้อจำกัดของระยะทางอีกต่อไป
• ใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนในการกระทำความผิด ปัจจุบันความผิดสามารถทำได้ง่ายและสามารถทำได้จากมือถือ
• ยากต่อการตรวจพบร่องรอยการกระทำผิด เช่น การเข้าไปใช้เครือข่ายสาธารณะในการกระทำผิด
• ยากต่อการจับกุมและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ เช่นกฎหมายที่เป็นความผิดของประเทศหนึ่งอาจจะไม่ใช่กฎหมายที่เป็นความผิดของอีกประเทศ
• ความเสียหายกระทบต่อคนจำนวนมากและรวดเร็ว ยิ่งปัจจุบันนี้สามารถทำได้ผ่าน social network และผู้ใช้ก็สามารถสร้างข้อมูลเองได้
• หน่วยงานผู้มีหน้าที่ ไม่อาจป้องกันได้
• ที่เกิดเหตุมีมากกว่า 2 ท้องที่ขึ้นไปเสมอ คือที่ของผู้กระทำความผิและที่ของผู้ถูกกระทำ

5.โครงสร้างของกฎหมาย มี 2 หมวดหลักๆ คือ
หมวด 1 ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งหมวดนี้มีมาตราที่สำคัญคือ มาตรา 5 – มาตรา 15
หมวด 2 พนักงานเจ้าหน้าที่ มาตรา 18-30
การกระทำความผิดซึ่งกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ

หลักๆ คือต้องการรักษาความลับ, รักษาความครบถ้วนถูกต้องแท้จริง และรักษาสภาพพร้อมใช้งาน
• Confidentiality (ความลับ)
• Integrity (ความครบถ้วน/ความถูกต้องแท้จริง)
• Availability (สภาพพร้อมใช้งาน)

• ระบบคอมพิวเตอร์ หมายความว่าอุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมการทำงานเข้าด้วย กัน โดยได้มีการกำหนดคำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด และแนวทางปฎิบัติงานให้อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลโดย อัตโนมัติ
• ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หมายความว่า ข้อมูล ข้อความ คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด บรรดาที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ในสภาพที่ระบบคอมพิวเตอร์อาจประมวลผลได้ และให้หมายความรวมถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์
• ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งแสดงถึงแหล่งกำเนิด ต้นทาง ปลายทาง เส้นทาง เวลา วันที่ ปริมาณ ระยะเวลาชนิดของบริการหรืออื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสารของระบบ คอมพิวเตอร์นั้น

การเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ
อ้างถึง : มาตรา ๕ ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้น มิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าเปิดเครื่องทิ้งไว้แล้วให้ทุกคนมาใช้ได้ ผู้มาใช้จะไม่ผิด แต่ถ้าเจ้าของเครื่องมีมาตรการป้องกัน มีการตั้ง password ไว้และผู้ใช้พยายามที่จะ hack password ถือว่าผิด หรือในกรณีที่เจ้าของเครื่องล็อคประตูห้องไว้และผู้ใช้พังห้องเข้าไปเพื่อดูข้อมูลก็ถือว่ากระทำผิดตามมาตรานี้ โดยมาตรานี้มีโทษน้อยที่สุด จำคุกเพียง 6 เดือน

Picture2.jpgPicture3.jpg

การเปิดเผยมาตรการป้องกันการเข้าถึง
อ้างถึง : มาตรา ๖ ผู้ใดล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะถ้านำมาตรการดังกล่าวไปเปิดเผยโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ต.ย.เช่น เราไปเจอช่องโหว่ของ software หนึ่งและเรานำมาตราการนี้ไปโพสไว้บนเว็บไซด์หรือบนเว็บบอร์ดหรือนำไป retweet ก็ผิด

การเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยมิชอ
อ้างถึง : มาตรา ๗ ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึง โดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ การกระทำความผิดตามมาตรา 7 อาจไม่ต้องทำความผิดตามมาตรา 5 เสมอไป เช่นในกรณีที่ขโมย thumb drive หรือ CD โดยที่ไม่ต้องเข้าระบบคอมพิวเตอร์ก่อน

การดักข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ
อ้างถึง : มาตรา ๘ ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดักรับไว้ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นมิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นการใช้ software ในการดักจับข้อมูล

การแก้ไขข้อมูลคอมพิวเตอร์
อ้างถึง : มาตรา ๙ ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เรื่องหลักๆคือการแพร่ไวรัส ผู้เสียหายสามารถไปปรึกษาตำรวจได้ทันที ถ้าไวรัสไปสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจผลกระทบจะสูงมาก

การรบกวนระบบคอมพิวเตอร์
อ้างถึง : มาตรา ๑๐ ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ต.ย.เช่น DOS Attack สร้าง request ไปที่ server ให้ server ทำงานไม่ได้

Picture4.jpg

สแปมเมล์ (Spam Mail)
อ้างถึง : มาตรา ๑๑ ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท สแปมในทางกฎหมาย คือ phishing กล่าวคือ ต้องเป็นการปลอมแปลงแหล่งที่มาและเป็นการรบกวนการทำงานของระบบ

Picture5.jpgPicture6.jpgPicture7.jpg

การกระทำซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคง
อ้างถึง : มาตรา ๑๒ ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๙ หรือ มาตรา ๑๐
(๑) ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดขึ้นในทันทีหรือในภายหลัง และไม่ว่าจะเกิดขึ้นพร้อมกันหรือไม่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
(๒) เป็นการกระทำโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือการบริการสาธารณะ หรือเป็นการกระทำต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท
ถ้าการกระทำความผิดตาม (๒) เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี ต.ย.การกระทำความผิดจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เช่น ทำความเสียหายแก่ระบบการเงินการธนาคารมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ หรือเข้าไปรบกวนระบบการควบคุมของสายการบินอาจทำให้มีปัญหาเครื่องบินชนกัน

การใช้อุปกรณ์/ชุดคำสั่งในทางมิชอบ
อ้างถึง : มาตรา ๑๓ ผู้ใดจำหน่ายหรือเผยแพร่ชุดคำสั่งที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดตามมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ หรือมาตรา ๑๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ต.ย.เช่น นำเอา software เหล่านั้นมาจำหน่าย

การนำเข้า/เผยแพร่เนื้อหาอันไม่เหมาะสม
อ้างถึง : มาตรา ๑๔ ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(๑) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
(๒) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดย ประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิด ความตื่นตระหนกแก่ประชาชน
(๓) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิด เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา
(๔) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะ อันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
(๕) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔)
ผู้ใช้กระทำผิดมาตรา ๑๔ นี้มากที่สุด อย่าง
ข้อ (๑) ทำง่ายมากเช่น สร้างข้อมูลปลอมแปลงให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายแล้วส่งข้อมูลไปสู่ระบบคอมพิวเตอร์, E-mail, social media และ web board ต่างๆ
ข้อ (๒) ต.ย.เช่นเข้าไปโพสข้อความเป็นเท็จอาจจะโพสว่าพรุ่งนี้หุ้นจะตก เป็นต้น
ข้อ (๓) รวมถึงเรื่องของสถาบัน
ข้อ (๔) ซึ่งในทางกฎหมาย สิ่งที่ลามกคือต้องเป็นสิ่งที่เห็นแล้วมีความรู้สึกทางด้านกามารมณ์ ซึ่งต้องเป็นความรู้สึกของวิญญูชน คนปกติทั่วไป รวมไปถึงเสียงอันมีลักษณะลามกด้วย
ข้อ (๕) เป็นข้อที่ผู้ใช้กระทำผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์เสมอ ซึ่งการส่งต่อข้อความที่ผิดกฎหมายนี้ เราจะได้รับโทษเท่ากับผู้ที่นำข้อมูลเข้าสู่ระบบเลยทีเดียว เราต้องใช้ความระมัดระวังด้วย

Picture8.jpg

ผู้ให้บริการ
อ้างถึง : มาตรา ๑๕ ผู้ให้บริการผู้ใดจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๔ ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๑๔ เหตุผล ผู้ให้บริการในที่นี้มุ่งประสงค์ถึง เจ้าของเว็บไซด์ ซึ่งมีการพิจารณาว่า ควรต้องมีหน้าที่ลบเนื้อหาอันไม่เหมาะสมด้วย คำว่าผู้ให้บริการในการเข้าสู่อินเตอร์เน็ท จะหมายรวมไปถึงผู้ให้บริการในการเข้าถึงเครือข่าย เช่น ร้านกาแฟ โรงแรม สถาบันการศึกษาเช่นนิด้า ก็ถือเป็นผู้ให้บริการตามข้อนี้
ส่วนผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูล ก็เช่นเจ้าของ web site เป็นต้น ซึ่งเจ้าของเว็บที่มี web board จะต้องสกรีนเนื้อหาให้เหมาะสม โดยเฉพาะเนื้อหาที่มีผลต่อความมั่นคง เนื้อหาที่เข้าข่ายลามก ข้อมูลที่เป็นเท็จ ซึ่งหลักๆจะไปลงโทษที่เจ้าของเว็บ ถ้าเกิดมีคนแจ้งว่ามีข้อมูลไม่เหมาะสมบนเว็บแล้วเจ้าของเว็บไม่ดำเนินการ

การเผยแพร่ซึ่งตัดต่อในลักษณะหมิ่นประมา
อ้างถึง : มาตรา ๑๖ ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด ทั้งนี้ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือ ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่ง เป็นการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยสุจริต ผู้กระทำไม่มีความผิด ความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายในความผิดตามวรรคหนึ่งตายเสียก่อนร้องทุกข์ ให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือ บุตรของผู้เสียหายร้องทุกข์ได้ และให้ถือว่าเป็นผู้เสียหาย สำหรับมาตรานี้ผู้ที่ต้องระวังคือ ผู้ที่ใช้ photo shop และผู้ที่ตัดต่อรูปภาพและวิดีโอ ซึ่งความผิดมาตรานี้เป็นมาตราเดียวที่ยอมความได้

Picture9.jpg

หมวดที่ ๒ พนักงานเจ้าหน้าที่

Picture10.jpg

อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่
อ้างถึง : มาตรา ๑๘ อำนาจทั่วไปของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้ง แบ่งเป็น
๑.อำนาจที่ดำเนินการได้โดยไม่ต้องใช้อำนาจศาล
๒.อำนาจหน้าที่ที่ต้องขออนุญาตศาล

ข้อกำหนด/การตรวจสอบการใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่
อ้างถึง : มาตรา ๑๙ การจำกัดการใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีเงื่อนไข ซึ่งมีเงื่อนไขการใช้อำนาจทั่วไปตามมาตรา ๑๘ เมื่อผู้ใช้โดนกระทำตามมาตราต่างๆ ขั้นตอนแรกคือต้องแจ้งตำรวจ(แจ้งความ) และตำรวจก็จะแจ้งพนักงาน ICT ให้ส่งเจ้าหน้าที่มาสำรวจ ปัจจุบันพนักงานเจ้าหน้าที่มี 2 อำนาจหน้าที่คือ อำนาจที่ใช้ได้ทันที เช่น ให้ผู้บริการส่ง log file มาให้ดู และอำนาจที่ต้องรอขออนุญาตจากศาล เช่น การทำสำเนา (copy) ข้อมูลจากระบบคอมพิวเตอร์, การ ถอดรหัส, อายัดระบบคอมฯ

การ Block Website
อ้างถึง : มาตรา ๒๐ ในกรณีที่การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่อาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามที่กำหนดไว้ในภาคสองลักษณะ ๑ หรือลักษณะ ๑/๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา หรือที่มีลักษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน พนักงานเจ้าหน้าที่โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีอาจยื่นคำร้อง พร้อมแสดงพยานหลักฐานต่อศาลที่มีเขตอำนาจขอให้มีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นได้ ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ระงับการทำให้แพร่หลาย ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการระงับการทำให้แพร่หลายนั้นเอง หรือสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นก็ได้
ในปัจจุบันมาตรานี้ ต้องรออำนาจศาลสั่งเท่านั้น

หน้าที่ของผู้ให้บริการ
อ้างถึง : มาตรา ๒๖ ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่ในกรณีจำเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งให้ผู้ให้บริการผู้ใดเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้เกินเก้าสิบวัน แต่ไม่เกินหนึ่งปีเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายและเฉพาะคราวก็ได้ ผู้ให้บริการจะต้องเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้บริการเท่าที่จำเป็นเพื่อให้สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการ นับตั้งแต่เริ่มใช้บริการและต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับตั้งแต่การใช้บริการสิ้นสุดลง ผู้ให้บริการผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรานี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท มาตรานี้มีโทษขั้นสูง เป็นการกำหนดให้ผู้ให้บริการทำการเก็บ log file ต้องระบุตัวผู้ใช้และการใช้งานของผู้ใช้ ต้องมีการให้ลงทะเบียนหรือใช้บัตรประชาชน ซึ่งมาตรานี้จะครอบคลุมทั้งหมดทั้ง internet café, ร้านกาแฟ, โรงแรม รวมถึงธุรกิจทั้งใหญ่และเล็กต่างๆ log file จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้หน่วยบังคับใช้กฎหมาย สามารถหาตัวผู้กระทำความผิดได้ สำหรับผู้ให้บริการที่ยังไม่มีอาจเป็นเพราะว่า มีค่าใช้จ่ายในการเก็บ log file ค่อนข้างสูง และถ้าพบผู้ให้บริการกระทำความผิดตามมาตรานี้ นอกจากจะถูกปรับ 500,000 บาทแล้ว ยังจะถูกปรับวันละ 5,000 บาท จนกว่าจะมีการเก็บ log file อีกด้วย

ข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์
”ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งแสดงถึงแหล่งกำเนิด ต้นทาง ปลายทาง เส้นทาง เวลา วันที่ ปริมาณ ระยะเวลา ชนิดของบริการ หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์นั้น

Picture11.jpgPicture12.jpg

การแต่งตั้ง พนักงานเจ้าหน้าที่
อ้างถึง : มาตรา ๒๘ การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้และความชำนาญเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ และมีคุณสมบัติตามที่รัฐมนตรีกำหนด