จับตาการสื่อสารยุคใหม่บน iPhone/ ธนารักษ์ สวัสดี 5320221044

WhatsApp Messenger

เป็นโปรแกรมสื่อสารแบบ IM หรือ Instant Messaging ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่ WhatsApp สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องเปิด Application ไว้เบื้องหลัง (เฉพาะรุ่นสำหรับ iPhone) ผู้ใช้สามารถส่งข้อความเข้ามาหาผ่านระบบ Push Notification ของ iPhone ทันที ซึ่งแตกต่างจาก Windows Live Messenger ที่จะต้องเปิดโปรแกรมขึ้นมาออนไลน์ ให้ระบบ Push ทำงาน แถมยังต้องคอยเปิดโปรแกรมเพื่อออนไลน์เป็นระยะ ๆ ระบบ Push จึงจะทำงานต่อเนื่องอีกด้วย การใช้ Push Notification ยังส่งผลให้โทรศัพท์กินไฟน้อยลง เพราะไม่ต้องเปิดแอพพลิเคชั่นขึ้นทำงานตลอดเวลา

flickr:5632186584

การทำงานของ WhatsApp นั้น ใช้วิธีให้ Server ออนไลน์ตลอดเวลาแล้วผูกชื่อ Login ของเราเข้ากับเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวที่ลงทะเบียนเมื่อตอนเปิดใช้แอพพลิเคชั่นครั้งแรก เมื่อมีข้อความใหม่เข้ามา Server ก็จะรับหน้าไว้แล้วส่งข้อความเตือนผ่านระบบ Push ไปยัง iPhone ให้ผู้ใช้รู้ และเปิดแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวข้องเพื่ออ่านข้อมูลต่อไป

flickr:5632186486
flickr:5631601717

ข้อดีของ WhatsApp

1. ไม่ต้องสมัครเพื่อใช้ username หรือ password เหมือนแอพพลิเคชั่นอื่นๆ อีกหลายตัว เพราะ WhatsApp Messager นี้ใช้เบอร์โทรศัพท์ของเครื่องเป็นหลัก
2. ผู้ใช้ไม่ต้องทำการหาเพื่อนในสมุดโทรศัพท์ที่ใช้แอพพลิเคชั่นนี้เลย เนื่องจาก WhatsApp จะเช็คในสมุดโทรศัพท์ผู้ใช้ว่ามีใครใน list ที่ใช้ WhatsApp เหมือนกัน

ข้อเสียของ WhatsApp

คือ ถ้าไม่มีสัญญาณอินเตอร์เนตก็จะใช้ WhatsApp ไม่ได้เลย ถึงแม้ว่าจะมี server สำหรับเก็บข้อมูลที่ถูกส่งมาในขณะที่ผู้รับ Offline อยู่ก็ตาม


Viber

เป็นแอพพลิเคชั่น VoIP (Voice Over IP) อีกตัวหนึ่งที่ใช้งานง่ายและมีประโยชน์เป็นอย่างมาก และกำลังมาแรงในกลุ่มผู้ใช้ iPhone แม้ว่าจะยังไม่สามารถทดแทนระบบโทรศัพท์แบบเดิมได้สมบูรณ์แบบ แต่ก็เป็นทางเลือกใหม่เพื่อการประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้จาก App Store ในหมวดหมู่ของผู้ให้บริการ VoIP (Voice Over IP)

flickr:5631674723

คุณสมบัติของ Viber คือสามารถโทรหาเบอร์ของ Viber ด้วยกันได้แบบฟรี ๆ โดย iPhone ที่จะโทรหาได้นั้น ต้องติดตั้ง Viber ลงที่เครื่องนั้นด้วย

flickr:5631674415
flickr:5632258596

การทำงานของ Viber ก็เหมือนกับ WhatsApp คือไม่ต้องมีชื่อผู้ใช้ แต่ใช้หมายเลขโทรศัพท์ลงทะเบียนกับระบบเลย ซึ่งเวลาใช้งานก็คล้าย ๆ โทรศัพท์ปกติ เพียงแต่เปิด Application Viber ขึ้นมา หลังจากนั้นเลือกหมายเลขที่จะโทรหาเท่านั้นเอง แล้วเจ้า Viber ก็จะส่ง Push Notification ให้ผู้รับสายเปิด Viber ขึ้นมารับสายเอง

ชมวีดีโอแนะนำสั้นๆ แต่เข้าใจการทำงานทันที

ข้อดีของ Viber

1. นำเอา Contact ที่อยู่ใน iPhone มาใช้เป็น Contact ของ Viber ด้วย ทำให้ง่ายมากไม่ต้องมา Add Contact ใหม่
2. ใช้โทรศัพท์ได้ Free ไม่จำกัดผ่าน VoIP บนระบบ Wi-Fi และ 3G
3. รันเป็น Backgroud ได้โดยไม่กิน Battery แต่อย่างใด
4. ยังไม่มีการแปะ Ads ใดๆ บน Application
5. Viber Application FREE !!!

ข้อเสียของ Viber

ผู้ที่เราจะติดต่อสื่อสารด้วยต้องใช้ iPhone และต้องติดตั้ง Viber


วิเคราะห์บทความ

ด้วยความสามารถของ WhatsApp และ Viber แอพพลิเคชั่นสำหรับการสื่อสารที่มาแรงในกลุ่มผู้ใช้ iPhone สามารถที่จะสื่อสารถึงกันได้ฟรี อีกทั้งฟังก์ชั่นในการใช้งานที่ง่าย สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้โทรศัพท์ในการติดต่อสื่อสารกับกลุ่มเพื่อน และ ญาติ พี่น้อง จะส่งผลให้ Application ทั้งสอง ได้รับความนิยมสูงต่อไป

เมื่อนำความสามารถของ WhatsApp และ Viber มาปรับใช้กับองค์กร การสื่อสารกับพนักงานที่มี Movement ไม่ค่อยประจำอยู่โต๊ะทำงาน จะสื่อสารถึงกันได้ง่าย และรวดเร็วขึ้น และยังช่วยให้องค์กรประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย


Reference :

Eka-X, จับตาการสื่อสารยุคใหม่ บน iPhone, นิตยสาร E-Commerce ฉบับที่ 147 เดือนมีนาคม 2554 หน้า 71-73
http://www.iphonemod.net/call-for-free-using-viber-on-iphone-ipod-touch.html
http://kizii.truelife.com/blogs/entry/24081
http://www.pedgrammer.com/news/2010/12/iphone-viber-iphone