Hd Player 5320221056

HD Player คืออะไร ?

flickr:5634803169

HD ย่อมาจากคำว่า High Definition HD Player จึงหมายความว่าเครื่องเล่นไฟล์ความคมชัดสูงหากจะกล่าวแบบรวบรัดเพื่อให้เข้าใจถึงความแตกต่างในภาพรวมแล้ว ระบบภาพของฟอร์แมท DVD-Video มาตรฐานจะมีความละเอียดเส้นแนวนอนที่ 480 ในระบบ NTSC และ 576 ในระบบ PAL ซึ่งมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่าStandard Definition (SD) มีสัดส่วนภาพทั้งแบบ Fullscreen 4:3 และ Widescreen โดยมีอัตราบิตเรทสูงสุดของกระแสข้อมูลวิดีโอที่ 9.8 Mbps ส่วนระบบภาพที่มีความละเอียดสูงกว่านี้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม High Definition (Hi-Def หรือ HD) เช่น 720 เส้น (1280x720 พิกเซล), 1080 เส้น (1920x1080 พิกเซล) เป็นต้น โดยจะใช้สัดส่วนภาพแบบ Widescreen ทั้งหมดด้วยอัตราบิตเรทที่ส่วนใหญ่จะสูงกว่าฟอร์แมท DVD-Video แบบเดิมๆ
ดังนี้วิดีโอในฟอร์แมท HD จึงให้คุณภาพของภาพที่ดีกว่า DVD-Video ทั่วไปเป็นอย่างมาก เช่นที่ความละเอียด 1080i จะมีจำนวนจุดที่แสดงภาพมากกว่าถึง 6 เท่าเทียบกับภาพที่ได้จาก NTSC DVD ซึ่งไม่เพียงแต่ด้านรายละเอียดของภาพที่ดีกว่ามากเท่านั้นแต่ยังรวมถึงด้านสีสันและความลื่นไหลในการเคลื่อนไหวของภาพอีกด้วย
จะชมภาพระดับ Hi-Def ได้อย่างไร?
แน่นอนที่ผู้ใช้ต้องมี TV หรือจอรับภาพที่สามารถรับสัญญาณในระดับ HD ได้ ซึ่งในหลายประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะมีการถ่ายทอดสัญญาณภาพ HD เพื่อการรับชมกับ HDTV ตามที่พักอาศัยมาเป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้ว แต่สำหรับประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทยนั้น การจะได้ชมภาพวิดีโอ HD มีเพียงทางเลือกเดียวคือการชมผ่านสื่อบันทึก
ภาพยนตร์หนึ่งเรื่องในฟอร์แมท SD ที่ความยาวประมาณ 2 ชั่วโมงจะสามารถบรรจุลงบน DVD 1 แผ่นได้สบายๆ แต่ด้วยความละเอียดภาพที่สูงกว่าของฟอร์แมท HD ทำให้ขนาดข้อมูลต่อระยะเวลาของวิดีโอนั้นสูงตามไปด้วย โดยภาพยนตร์เรื่องเดียวกันนี้เฉพาะในส่วนของข้อมูลวิดีโออาจมีขนาดไฟล์ข้อมูลได้มากกว่า 20 GB (เทียบได้ประมาณ 5 แผ่น DVD5)
ด้วยเหตุนี้ สื่อบันทึกที่เป็นแผ่น DVD ปกติทั้งชนิด DVD5 และ DVD9 จึงมักไม่เพียงพอในการใช้งานสำหรับภาพยนตร์ทั่วๆ ไปเพราะขนาดข้อมูลที่สูงของฟอร์แมท HD นั่นเอง แต่ก็มีผู้ผลิตบางรายที่ยังใช้แผ่น DVD บันทึกภาพยนตร์ในฟอร์แมท HD ออกมาจำหน่าย (DVD-HD) ซึ่งโดยปกติจะต้องใช้ DVD ถึง 2 แผ่นหรือมากกว่า ซึ่งหมายความว่าผู้ชมจะต้องเปลี่ยนแผ่นให้เครื่องเล่นสำหรับการชมภาพยนตร์ในแต่ละเรื่องนั่นเอง

flickr:5634803111

แต่ก็ต้องหมายเหตุไว้ด้วยว่า ถึงแม้ DVD-HD เหล่านี้จะใช้แผ่น DVD เป็นสื่อบันทึก แต่ข้อมูลที่อยู่ในแผ่นจะไม่สามารถใช้ได้กับเครื่องเล่น DVD Player ทั่วๆ ไปในท้องตลาด ยกเว้นเครื่องเล่นบางรุ่นที่ทำขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับการเล่นแผ่นข้อมูลแบบนี้ เช่นเครื่องที่มีสัญลักษณ์WMVHD ระบุไว้ การเล่นแผ่น DVD-HD หรือไฟล์ HD-Video ซึ่งก็คือไฟล์คอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่งที่สามารถเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ได้ โดยทั่วไปสำหรับชั่วโมงนี้ (ค.ศ. 2006-2007) มักนิยมเปิดเล่นด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ (HDPC) หรือเครื่องเล่นในกลุ่ม HD-Player ที่มีช่องต่อสัญญาณภาพ HD เข้าจอทีวีหรือโปรเจคเตอร์ได้
ข้อดีของการเล่นด้วยคอมพิวเตอร์ก็คือจะมีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งโปรแกรมที่จะใช้เล่นไฟล์ HD-Video ได้มากกว่าเครื่อง HD-Player ซึ่งจำเป็นต้องรอการอับเดท เฟิร์มแวร์จากผู้ผลิตเครื่องในกรณีที่มีไฟล์ HD-Video สกุลใหม่ๆ ปล่อยออกมาแต่ยังไม่สามารถเล่นได้ (เนื่องจากตัวไฟล์ HD-Video เองยังถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากหลายกลุ่ม-Codec) นอกจากนี้ยังมีความยืดหยุ่นในการอับเกรดปรับเปลี่ยนอุปกรณ์และสามารถใช้คอมพิวเตอร์กับกิจกรรมอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย เช่น เกมส์, อินเตอร์เนต, การคัดลอกหรือเขียนแผ่น CD/DVD ฯลฯ
ส่วนข้อเด่นของการเล่นด้วยเครื่อง HD-Player ก็คือความสะดวกสบายหรือใช้งานง่ายกว่า โดยผู้ใช้จะสามารถควบคุมการทำงานได้จากรีโมทคอนโทรลเช่นเดียวกับเครื่องเล่น DVD ทั่วๆ ไป ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ถนัดใช้คอมพิวเตอร์หรือไม่ต้องการใช้งานคอมพิวเตอร์ในด้านอื่นๆ
ทางด้านอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลกขณะนี้ก็กำลังอยู่ในช่วงแข่งขัน เลือกข้าง เลือกขั้ว กันอย่างร้อนแรงสำหรับการเลือกใช้สื่อบันทึกความจุสูงชนิดใหม่ ซึ่งได้แก่แผ่น HD-DVD และ Blu-ray ที่มีความจุข้อมูลเริ่มต้นมากกว่าแผ่น DVD5 ประมาณ 3 เท่า (15 GB) และ 5 เท่า (25 GB) ตามลำดับ และก็แน่นอนที่สื่อเหล่านี้จะไม่สามารถเล่นได้กับเครื่องเล่น DVD เดิมๆ ที่ใช้กันอยู่ แต่จะต้องเล่นกับเครื่องเล่นที่ผลิตมาให้เล่นสื่อเหล่านี้ได้ (HD-DVD/Blu-ray Player) ไม่เช่นนั้นก็ต้องเล่นผ่านคอมพิวเตอร์หรือ HD-Player ที่ต่อพ่วงกับเครื่องอ่านแผ่น HD-DVD/Blu-ray Drive โดยส่วนของ Video Adaptor (การ์ด จอ) จะต้องรองรับระบบป้องกันที่เรียกว่า HDCP

สรุปข่าว
HD Player จัดว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับนักดูหนังยุคใหม่ ที่ถนัดกับการซื้อหนังแบบออนไลน์ หรือดาวน์โหลดหนังตัวอย่างมาดู โดยเลือกที่จะไม่ดูกับคอมพิวเตอร์เพราะมีหน้าจอเล็กไป การทำงานของ HD Player ก็จะเหมือนกับฮาร์ดดิสก์ที่ใช้เก็บข้อมูลตัวหนึ่ง แต่เป็นฮาร์ดดิสก์ที่สามารถนำมาต่อกับโทรทัศน์ได้ โดยเปิดเล่นไฟล์หนัง เพลง หรือรูปภาพที่เก็บไว้ในนั้นได้เลย ซึ่งไม่ต้องเสียเวลาแปลงไฟล์ในฟอร์แมตต่างๆ ให้เป็น DVD ก่อน เพื่อนำไปเปิดกับเครื่องเล่นดีวีดี นอกจากนี้ HD Player บางรุ่น ยังสามารถต่อเข้ากับระบบเน็ตเวิร์กภายในบ้านได้ เมื่อเราได้หนังเรื่องใหม่ๆ มาก็เพียงแค่โยนไฟล์ข้ามเน็ตเวิร์กจากคอมพิวเตอร์มาเก็บไว้ใน HD Player ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาถอดฮาร์ดดิสก์ไปถอดมาระหว่างคอมพิวเตอร์กับโทรทัศน์ด้วย ข้อได้เปรียบของ HD Player ก็คือ รองรับไฟล์ได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ VCD ไปจนถึงภาพยนตร์ระดับ HD ซึ่งเมื่อก่อนต้องใช้เครื่องเล่นแบบ Blu-ray เท่านั้น และยิ่งมีรุ่นใหม่ๆ ที่มีอินเทอร์เฟซแบบ HDMI ให้มาด้วย ทำให้เราสามารถนำไปใช้กับโทรทัศน์รุ่นใหม่ๆ เช่น LCD TV ได้เลย

วิเคราะห์ข่าว
ข้อดี
-สามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
-มีพอร์ตเชื่อมต่อมาให้อย่างครบครัน
-สามารถอ่านไฟล์แบบ Full-rip ให้เหมือนกับการอ่านไฟล์จากแผ่นบลูเรย์แท้ได้
-สามารถเล่นไฟล์ต่างๆได้อย่างราบรื่นไม่มีกระตุกแต่อย่างใด
-มีขนาดที่เล็กและน้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับเครื่องเล่น HD Player ของรุ่นก่อนๆหน้า

ข้อเสีย
- ราคายังถือว่าค่อนข้างสูงอยู่พอสมควร
-ไม่สามารถเล่นไฟล์พื้นฐานอย่างไฟล์นามสกุล .dat ได้
-เมื่อมีการเลือกซับไตเติ้ลฉากของภาพยนตร์จะมีการย้อนกลับเล็กน้อย
-การใส่ฮาร์ดดิสก์เป็นไปได้อย่างยากลำบากหากผู้ใช้งานต้องการปรับเปลี่ยนฮาร์ดดิกส์อยู่บ่อยครั้ง

ที่มา : http://itpawin.com/index.php?option=com_content&view=article&id=106