E-Logistics Solutions RFID Netbay Smartag 5320221041

ข่าว : ลงนามความร่วมมือ E-Logistics Solutions โดยใช้ RFID ระหว่างบริษัท NETbay และ SMARTAG

flickr:5634197227

สรุปข่าว

นายพิชิต วิวัฒน์รุจิราพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท NETbay จำกัดและ Mr. Datuk Abdul Hamed Sepawai ผู้บริหารบริษัท Smartag Solutions BHD ผู้นำด้านเทคโนโลยี RFID จากประเทศมาเลเซียได้ทำการลงนามเซ็นสัญญาความร่วมมือระหว่าง NETbay และ Smartag เพื่อเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ E-Logistics Solutions ที่ครบวงจร

วิเคราะห์ข่าว

flickr:5634778276

บริษัท NETbay เป็นบริษัท ที่เกิดจากการร่วมทุน ระหว่างบริษัท อินเทอร์เน็ต ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายแรกของประเทศไทย และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ซึ่ง INET เองนั้นเกิดจากการร่วมทุนระหว่างการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) และองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) ต่อมา INET ได้ทำการรวมกิจการร่วมกับ บริษัท ซอฟท์แวร์ลิ้งค์ จำกัด และจัดตั้ง NETbay โดยดำเนินธุรกิจของ NETbay จะเน้นด้านการพัฒนา Software ระบบ Logistics และ Supply Chain มานานกว่า 10 ปี

flickr:5634778250

บริษัท Smartag ตั้งขึ้นในปี 2004 ชื่อเต็มคือ Smartag Solutions Berhad บริษัทแม่อยู่ที่ประเทศมาเลเซีย บริษัท Smartag เป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้าน RFID และเทคโนโลยีไร้สาย (Wireless) โดยทั้ง NETbay ได้ตกลงทำสัญญาร่วมกันกับ Smartag ในการนำระบบ RFID (RADIO FREQUENCY IDENTIFICATION) มาใช้แก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพของการทำ E-Logistics ให้กับบริษัท NETbay

RFID คืออะไร

flickr:5634197209

RFID ย่อมาจาก Radio Frequency Identification หรือ ระบบชี้เฉพาะอัตโนมัติแบบไร้สาย เป็นระบบที่ระบุลักษณะของวัตถุด้วยคลื่นความถี่วิทยุเพื่อแสดงตำแหน่ง สามารถอ่านค่าได้โดยผ่านคลื่นวิทยุจากระยะห่าง เพื่อตรวจติดตามและบันทึกข้อมูลที่ติดอยู่กับป้ายของวัตถุ 1 ชิ้นว่า คือสินค้าอะไร ผลิตที่ไหน ใครเป็นผู้ผลิต ผลิตอย่างไร ผลิตวันไหน ผลิตเมื่อไร ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนกี่ชิ้น และแต่ละชิ้นมาจากที่ไหน โดยจะนำข้อมูลที่ต้องการส่งมาทำการ Modulate กับคลื่นวิทยุแล้วส่งออกผ่านทางสายอากาศที่อยู่ในตัวรับข้อมูล

วัตถุประสงค์หลักของ RFID นั้นเพื่อนำไปใช้งานแทนระบบบาร์โค้ด(Barcode) เนื่องจากอุปกรณ์ RFID ในอดีตยังไม่สะดวกที่จะนำมาใช้ เนื่องจากมีขนาดใหญ่ ราคาแพง จึงไม่ได้รับความนิยม แต่ต่อมาได้มีการพัฒนา RFID อย่างต่อเนื่อง จนสามารถลดขนาด RFID ให้เหลือเพียงขนาด Chip เล็กๆได้ดังในปัจจุบัน จุดเด่นของ RFID คือสามารถอ่านค่าข้อมูลจากป้ายหรือแท็ก (Transponder / Tag) ได้หลายแท็กพร้อมๆ กัน แบบไม่ต้องมีการสัมผัส สามารถอ่านค่าได้แม้ในสภาพที่ทัศนวิสัยไม่ดี และไม่ต้องอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกันกับเครื่องอ่าน RFID Reader อีกทั้งยังทนต่อความเปียกชื้น แรงสั่นสะเทือน และสามารถอ่านค่าข้อมูลได้ระยะไกล อ่านค่าข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูง

ส่วนประกอบของระบบ RFID

ระบบ RFID ประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลักๆ คือ

1. ทรานสปอนเดอร์ (Transponder) หรือ ป้าย (Tag) - ที่ใช้สำหรับติดกับวัตถุต่าง ๆ โดยป้ายจะประกอบด้วย สายอากาศและไมโครชิปที่มีการบันทึกหมายเลข ID หรือ ข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุชิ้นนั้น ๆ ไว้

flickr:5634197255

ตัวอย่าง Transponder / Tag

2. เครื่องสำหรับอ่าน / เขียน ข้อมูลในป้าย (Interrogator / Reader) - การอ่านหรือการเขียนข้อมูลใน Tag นั้น จะกระทำผ่านคลื่นความถี่วิทยุ โดย Reader สามารถอ่านรหัสได้โดยไม่ต้องเห็น Tag หรือในขณะที่ Tag นั้นถูกซ่อนอยู่ภายในวัตถุ และไม่จำเป็นที่ Reader และ Tag จะต้องอยู่ในแนวเส้นตรงกับคลื่นความถี่วิทยุ ขอแค่เพียงอยู่ในบริเวณที่สามารถรับคลื่นความถี่วิทยุได้ Reader ก็สามารถอ่านและเขียนข้อมูลได้ การอ่านข้อมูลของ Reader นั้นสามารถอ่านได้ทีละหลาย ๆ Tag ในเวลาเดียวกัน โดยการทำงานนั้นเครื่องอ่านจะทำหน้าที่จ่ายกำลังงานในรูปคลื่นความถี่วิทยุให้กับตัวบัตร ส่งผลให้วงจรอิเล็กทรอนิกส์ภายในสามารถส่งข้อมูลจำเพาะที่แสดงถึง "Identity" กลับมาประมวลผลที่ตัวอ่านได้

ตัวอย่าง Reader

flickr:5634197197

ภาพระบบการทำงานของ RFID

ข้อดีของระบบ RFID เมื่อเทียบกับระบบบาร์โค้ดแบบเดิม

ข้อแตกต่างระหว่างระบบ RFID และระบบบาร์โค้ด อยู่ที่ระบบ RFID จะใช้คลื่นความถี่วิทยุในการอ่าน ส่วนระบบบาร์โค้ดจะใช้แสงเลเซอร์ในการอ่าน นอกจากนั้นแล้วระบบ RFID ยังมีข้อได้เปรียบเหนือระบบบาร์โค้ด ดังนี้

- ระบบ RFID มีความละเอียด และสามารถบรรจุข้อมูลได้มากกว่าระบบบาร์โค้ด
- ระบบ RFID สามารถอ่านข้อมูลจากแถบ RFID ได้เร็วและไกลกว่าการอ่านข้อมูลจากแถบบาร์โค้ดหลายสิบเท่า และสามารถอ่านข้อมูลได้พร้อมกันหลาย ๆ แถบ ซึ่งระบบบาร์โค้ดสามารถอ่านได้เพียงครั้งละ 1 แท็ก ในระยะใกล้ๆ เท่านั้น
- ระบบ RFID สามารถอ่านแท็กได้โดยไม่จำเป็นต้องเห็นแท็ก ซึ่งแท็กนั้นอาจถูกซ่อนอยู่ในวัตถุอื่นๆ ระบบ RFID ก็สามารถที่จะอ่านได้ โดยแท็กไม่จำเป็นต้องอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกันกับคลื่นความถี่ ในทางกลับกันระบบบาร์โค้ดใช้แสงในการอ่าน และในการอ่านแท็กนั้นจะต้องไม่มีอะไรปกปิดตัวบาร์โค้ด อีกทั้งต้องอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกับลำแสงที่ยิงออกมาจากเครื่องสแกน ไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถอ่านข้อมูลได้
- ระบบ RFID มีค่าเฉลี่ยของความถูกต้องของระบบสูงกว่าระบบบาร์โค้ด โดยค่าเฉลี่ยของความถูกต้องอยู่ที่ประมาณ 99.5% ในขณะที่ความถูกต้องของการอ่านข้อมูลด้วยระบบบาร์โค้ดอยู่ที่ 80 %
- ระบบ RFID สามารถเขียนทับข้อมูลได้ จึงช่วยลดต้นทุนของการผลิตป้ายสินค้าลง 5% เมื่อเทียบกับระบบบาร์โค้ด

E-Logistics คืออะไร

E-Logistics หมายถึง ระบบที่ทำหน้าที่จัดสรรให้ปัจจัยต่างๆ เข้าสู่กระบวนการผลิต โดยจะนำสินค้าไปถึงยังลูกค้า ด้วยระบบการออกเอกสาร หรือ ระบบการเคลื่อนย้ายข้อมูลด้านเอกสารทางการค้า (Trade Documentation) และ Shipping Document เพื่อทำให้การจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้ามีความรวดเร็ว และเกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด

บทสรุป

ปัจจุบันผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งในประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา โดยต้องรู้จักนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยเพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการทำงานให้สามารถแข่งขันกับโลกธุรกิจได้ ซึ่งธุรกิจจำเป็นต้องดีไซน์กลยุทธ์การสร้างเน็ทเวิร์ค และให้เกิดนวัตกรรม Supply Chain แต่ในขณะนี้ผู้ประกอบการด้านการส่งออกยังไม่สามารถสู้กับคู่แข่งต่างประเทศได้ เนื่องจากผู้ประกอบการไทยมีต้นทุนค่าขนส่งสูง เมื่อเทียบกับผู้ประกอบการคู่แข่งจากต่างประเทศ

ดังนั้น หัวใจหลักของการจัดการ Logistics คือการบริการ 3 ประเด็นสำคัญ คือ การบริหารการขนส่ง, การบริหารคลังสินค้า และการบริหารวัตถุดิบ การนำระบบ IT-Logistics ซึ่งเป็นระบบขนส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการลดต้นทุนด้าน Logistics Cost และช่วยประหยัดเวลามากขึ้น ยิ่งถ้านำระบบ RFID ซึ่งดีกว่าการใช้ระบบบาร์โค้ด เข้ามาปรับใช้ในองค์กรก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการจัดการ ทำให้การเคลื่อนย้ายข้อมูลทางการค้า และการเคลื่อนย้ายสินค้าเป็นไปอย่างสะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

Reference

http://www.ryt9.com/s/prg/1117745
http://www.netbay.co.th/revise1/TH/home.htm
http://www.smartag.my/svrfidservice.aspx
http://www.rfidthailand.com/
http://www.logisticafe.com