Crowdfunding By Jeab 5320221050

Crowdfunding ไอเดีย+เงินทุน = ฝันที่เป็นจริง!




ฝรั่งและไทยคุ้นเคยรูปแบบธุรกิจที่เริ่มต้นด้วย "การระดมทุน (Crowdfuding)" ซึ่งมักจะนิยมในวงการที่ไม่แสวงหาผลกำไร และองค์กรศาสนา (ในรูปแบบของการบริจาคเงิน) และพรรคการเมือง (ระดมทุนสนับสนุนพรรคการเมือง) เช่น พรรคประชาธิปัตย์เคยขายโต๊ะจีน โต๊ะละ 2 ล้านบาท!

แต่สำหรับโลกไซเบอร์กว่า 95% ของ “คนดัง” และ “เว็บไซต์ดัง” ก็มีพื้นฐานมาจากการระดมทุนทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น สตีฟ จ็อบส์ ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก ซึ่งรูปแบบนี้ได้กลายเป็น "วัฒนธรรมการลงทุน" ของชาวตะวันตกที่มีมาช้านาน แต่ไม่เคยปรากฏในไทย…

ถือเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ในโลกออนไลน์ที่กำลังฮอตอย่าง "เว็บไซต์ระดมทุนออนไลน์" ศูนย์กลางเพื่อให้คนมีไอเดีย ได้สานฝันของตัวเองได้จริงๆ


flickr:5709733550

Kickstarter.com ตัวกลางผลักดันนวัตกรรมใหม่ให้สังคม

นอกเหนือจาก "ไอแพด", "ฟลิปบอร์ด" (แอพฯ อ่านข่าวบนไอแพด), และ "สแควร์" (เครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยไอโฟน) แล้ว "คิกสตาร์ทเตอร์ (Kickstarter)" ถือเป็นอีกหนึ่งเว็บไซต์ที่ได้รับรางวัลสุดยอดนวัตกรรมแห่งปี ค.ศ. 2010 จากนิตยสาร TIME

คิกสตาร์ทเตอร์ คือ เว็บไซต์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้คนที่ฝันนำเสนอโปรเจกต์เจ๋งๆ และไม่เหมือนใครที่รุ่มร้อนอยู่ในใจของตัวเองมาแสนนาน ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมทางเทคโนโลยี อาทิ แกดเจ็ทเจ๋งๆ หรือ งานศิลป์ งานแฮนด์เมด งานเขียนสุดครีเอต ฯลฯ และนำมันมาโพสต์ลงเว็บไซต์ จากนั้นก็ระบุเงินทุนก้อนหนึ่งที่เพียงพอสำหรับโปรเจกต์นี้ หากผู้เข้าชมเว็บคนใดสนใจก็คลิกบริจาคเงินตั้งแต่ 30-3แสนบาท เพื่อแลกกับของรางวัลที่จะได้หากโครงการนี้สำเร็จจริงๆ

ดังนั้นอาจจะมององค์ประกอบของเว็บนี้ได้ว่าต้องอาศัย 3 องค์ประกอบหลักๆ คือ อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางของการประชาสัมพันธ์โครงการ และเป็นที่แลกเปลี่ยนความเห็น จากนั้นก็เพิ่มระบบ Micro payment สำหรับจ่ายเงินค่าสนับสนุนโครงการออนไลน์ (ที่เน้นเงินจำนวนน้อยๆ)




เจาะลึกระบบ Kickstarter

ตั้งแต่การเสนอโครงการจนได้เงินทุนตามเป้าหมาย มีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้

1. สมัครสมาชิก เพื่อส่งรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ ต้องเตรียมพร้อมภาพ และวิดีโอแนะนำตัวให้พร้อม

  • ผู้สมัครจะต้องระบุตัวเลขยอดเงินสนับสนุนที่ต้องการ (เปลี่ยนทีหลังไม่ได้)
  • ของรางวัลให้กับผู้บริจาคในจำนวนเงินแต่ละระดับ ซึ่งเป็นได้ตั้งแต่ เสื้อยืด สติ๊กเกอร์ ผลงาน+ลายเซ็น หรือผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบ-ผลิตมาจำกัด (Limited Editon)



2. ทางทีมงานเว็บ Kickstarter จะเป็นผู้พิจารณาโครงการก่อน ว่าต้องตรงตามเงื่อนไข เช่น เป็นนวัตกรรม ไม่ได้เป็นการหาผู้ร่วมทำธุรกิจ ไม่ใช่โครงการสมัครงาน เป็นต้น


3. โครงการที่ผ่านเข้ารอบจะมีโอกาสโชว์หน้าเว็บออนไลน์ได้สูงสุด 90 วัน

  • บนหน้าเว็บไซต์จะมีองค์ประกอบที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอโครงการ ได้แก่ หน้าเพจแสดงความคืบหน้าของโครงการในแต่ละสเต็ป (Updates) หน้าแสดงรายชื่อและใบหน้าผู้สนับสนุน (Backers) และหน้าแสดงความเห็นที่มีต่อโครงการ (Comments) ซึ่งจุดนี้จะทำให้นวัตกรรู้จุดแข็งและจุดอ่อน ทั้งยังได้ไอเดียใหม่ๆ ประกอบโครงการฟรีๆ อีกด้วย
  • เพื่อการประชาสัมพันธ์โครงการ ในหน้าเว็บของแต่ละโครงการจะมีฟีเจอร์เพื่อให้คุณโปรโมตโครงการผ่านสื่อสังคม (Social Media) แบบฟรีๆ อาทิ RSS Feed, Widget



4. ผู้ที่สนใจอยากเป็นส่วนหนึ่งในการให้ผู้สมัครมีทุนรอนในการเดินตามฝันได้สำเร็จ ก็สามารถเลือกแพ็กเกจที่อยากจะบริจาคเงินสนับสนุนได้ พร้อมอ่านของรางวัลที่ผู้สมัครจะให้กับเงินบริจาคแต่ละระดับ


5. หากโครงการใดมีผู้ร่วมสนับสนุนจนเงินครบตามเป้าที่ต้องการ ระบบของเว็บก็จะโอนเงินทุนให้ผู้สมัครทันที (โดยหัก 5% เข้าเว็บ Kickstarter และอีก 3-5% เป็นค่าธรรมเนียมโอนเงิน ซึ่งที่นี่ใช้ระบบของ Amazon Checkout) แต่ถ้าหากโครงการไม่ได้เงินตามเป้า ผู้ที่ร่วมสนับสนุนก็จะไม่โดนหักเงินใดๆ

Lunatik/TikTok กรณีศึกษาคลาสสิกพิชิตเงินทุนที่มากกว่าเป้าหมายถึง 62 เท่า!

Lunatik/TikTok หรือ โครงการผลิตสายนาฬิกาไอพอด นาโนดีไซน์หรู ที่เข้ามาระดมทุนผ่านเว็บ Kickstarter และได้รับเงินสนับสนุนสูงที่สุดจนเป็นตำนาน คือ 28 ล้านบาท! จากผู้ร่วมสนับสนุนทั่วโลกกว่า 13,000 คน (จากเป้าหมายเงินทุนที่วางไว้เพียง 450,000 บาท) เคล็ดลับก็มีไม่มาก นั่นก็คือ การทำของที่คนอยากได้ (โชว์วิดีโอและภาพกราฟฟิกสินค้าต้นแบบสวยๆ) ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับเงินสนับสนุนทุกระดับ และอัพเดตผลงานของตนอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อได้รับเงินทุนแล้ว ทีมงานยังมีคลิปวิดีโอการเยี่ยมชมโรงงานผลิตสินค้าต้นแบบที่จีนให้ผู้สนับสนุนทราบเป็นความคืบหน้าอีกด้วย (ดูเว็บของโครงการนี้ได้ที่นี่ http://j.mp/99Fni5)

นอกจากนี้แล้ว กูรูยังมีเคล็ดลับที่น่าสนใจ ในการทำโครงการระดมทุนออนไลน์ให้สำเร็จ อาทิ ทำให้ผู้สนับสนุนเชื่อในตัวคุณ (Get Inspired), ทำโครงการเพื่อผลิตของจำนวนจำกัด, ให้ผลตอบแทนของเงินทุนแต่ละระดับมีมูลค่ามากกว่าเม็ดเงินที่ได้รับจริง (เพื่อให้ผู้สนับสนุนรู้สึกถึงความคุ้มค่า) และสุดท้าย คือ ทำสินค้า/บริการนั้นให้มีเรื่องราวจนเป็นตำนาน เช่น เห็นตั้งแต่ต้นแบบ > ส่งสู่สายการผลิต > ส่งสินค้าล็อตแรกถึงประตูบ้าน > รีวิวแบบแกะกล่องสินค้า (Unboxed) เป็นต้น


flickr:5709169357
flickr:5711672904



flickr:5709182185

Kickstarter ได้รายได้จากอะไร?

ที่กล่าวรายละเอียดมาทั้งหมด คุณอาจจะทราบชัดเจนแล้วว่าทั้งผู้สมัคร และผู้สนับสนุนได้อะไร? แต่กลับกัน หากจะมาทำเว็บแบบ Kickstarter ล่ะจะได้อะไรบ้างนอกจากส่วนแบ่ง 5% ของเงินทุนในโครงการที่ระดมทุนสำเร็จ? คำตอบก็คือ ทำสิ่งที่คุณถนัดที่สุด นั่นก็คือ พัฒนาเว็บไซต์ โดยทาง Kickstarter ได้เปิดบริการให้ขององค์กรต่างๆ เข้ามาสร้างหน้าเว็บสำหรับระบบระดมทุนของตัวเอง (Curated Pages) ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องการแสดงมีค่าใช้จ่ายออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งก็ถือเป็นรายได้ทางตรงที่ทำรายได้แบบกินยาวได้ดีทีเดียว (ดูตัวอย่างหน้าเพจระดมทุนของนิตยสาร Good ได้ที่นี่ www.kickstarter.com/pages/good)








บทวิเคราะห์

เพราะทุกวันนี้เวลาเราอยากจะทำอะไรก็ดูเหมือนจะต้องพึ่งเงินพึ่งทอง แถมบรรยายกาศด้านเศรษฐกิจก็ยังฝืดเคือง ใครจะกล้าลงทุนหรือให้ยืมเงิน อย่างในสมัยที่ internet รุ่งเรื่องในช่วงกลาง 1990’s มีระบบเงินทุนที่หลั่งไหล angle, venture capitals หรือ นักลงทุนต่างๆ ก็ทำให้เกิดความล่มจมมามาก และในปัจจุบันจึงต้องมีความรอบคอบอย่างมากๆ แต่ถึงกระนั้น นักออกแบบเล็กๆ(หรือใหญ่ๆ) อย่างพวกเรา จะไปหาเงินทองหรือติดต่อได้จากไหนกัน ไม่มีคนรู้จัก โกงใครก็ไม่เป็น

ยุคสมัยมันเปลืี่ยนไป ความสนใจเฉพาะสามารถเกิดในกลุ่มก้อน (community oriented) ก็มีมากขึ้น การติดต่อสื่อสารก็มากและเร็วมากขึ้น ดังนั้นด้วยแนวความคิดเหล่านี้ KICKSTARTER จึงเกิดขี้น โดยคุณ Perry Chen และพรรคพวก ได้สร้าง online community/plat form ถือเป็นเวทีที่ช่วยโปรโมทคนที่มีความคิดดีๆ อยากทำโปรเจคที่น่าสนใจแต่ไม่มีตังค์ มาประกาศหาคนสนใจร่วมลงทุน โดยจะมีช่วยแค่เล็กๆน้อยๆ แต่จากมวลมากในชุมชนอินเตอร์เนต โดยนักคิดอาจจะ offer อะไรให้เป็นสิ่งตอบแทน อย่างบางตัวอย่างคน อยากไปท่องเที่ยวดู บางสิ่งที่น่าสนใจ ก็นำมาอ้อนขอ หรืออยากทำหนังสือดีสักเล่ม ก็มาป่าวประกาศ โดยต้องมีการวางแผนการสื่อสารที่น่าสนใจด้วย เพราะคนที่ตัดสินใจให้ ก็คือคนอย่างเราๆ ที่จะช่วยกันสนับสนุนคนละนิดคนละน้อย กลายเป็นสนับสนุนจาก Community (bottom up) ตัดสินใจให้เป็นหลักไม่ต้องเป็น Capitalists (top down) อีกต่อไป


จีนหรือไทยใครจะโคลนนิ่ง Kickstarter ได้สำเร็จก่อนกัน?

สำหรับไทยเราเองได้มีการเริ่มโครงการประเภทนี้แล้ว นั่นคือ ฟีเจอร์ "เปิดหมวก" ในเว็บไซต์บล็อกแกงค์ (Bloggang) ของพันทิพ.คอม แต่จะอยู่ในรูปแบบการให้ทิปเพื่อแสดงกำลังใจแก่ผู้เขียนบล็อก หลังจากเปิดบริการเกือบ 1 ปีผู้ที่ได้ถอดเงินจำนวน 1,900 บาท (โดยไม่หักค่าธรรมเนียมเพราะเป็นรายแรก) ก็คือคุณ ratta ผู้เขียนบล็อกเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยว และสำหรับเหตุผลของผู้บริจาค (ทราบจากการสัมภาษณ์คุณ ratta) คือ ผู้อ่านต้องการส่งกำลังใจให้ และเงินเหลือ!

ในไทย มี 2 อุปสรรคที่สำคัญที่สุดสำหรับการเติบโตของเว็บไซต์ประเภทนี้ก็คือ 1.ระบบการจ่ายเงินแบบ Micropayment ที่ยังไม่ได้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง ทั้งยังมีค่าธรรมเนียมที่สูง 2.การกังวลเรื่องการก็อปปี้ไอเดีย ซึ่งแนวคิดแบบนี้ไม่ได้เปลี่ยนได้ในวันเดียว

แต่สำหรับที่จีนการระดมทุนออนไลน์ดูเหมือนจะมีโอกาสอยู่มาก เพราะเป็นดินแดนแห่งพลวัตร และการเฟื่องฟูของเศรษฐกิจ ทั้งระบบการจ่ายเงินออนไลน์ของ Alipay (บริการจ่ายเงินออนไลน์ด้วยการหักเงินผ่านบัญชีธนาคาร) ก็มีใช้กับอย่างแพร่หลายในยุคที่เถาเป่า.คอมบูมสุดขีด แต่กลับยังไม่มีการโคลนนิ่งเว็บไซต์ Kickstarter เลย! อย่างไรก็ดี ยังมีที่ใกล้เคียงที่สุด ก็คือ www.qifang.cn เป็นเว็บสำหรับกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาของเด็กด้อยโอกาสในจีน ซึ่งก็ยังทำให้เห็นว่าการระดมทุนออนไลน์ในจีนยังติดอยู่ในโลกของ NGO

สุดท้าย สำหรับไทยเรา ผู้ที่เหมาะจะทำเว็บไซต์ประเภท Crowdfuding นี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากรัฐบาล เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยเก่งๆ ได้แสดงออกถึงความสามารถที่ทำอะไรก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก เพื่อการกู้ศรัทธาให้คำขวัญที่ว่า "ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ" ให้เกิดเป็นจริงจนทุกคนต้องคลิก Like กันเลยทีเดียว


รวมลิสต์เว็บไซต์ระดมทุนออนไลน์อื่นๆ ที่น่าสนใจ

Threadless.com เว็บประกวดลายเสื้อยืด และลายที่คนโหวตมากที่สุดจะได้รับการผลิตออกขายจริง นักออกแบบจะได้เงินทุนและใบประกาศนียบัตร 7 ปีให้หลังเปิดร้านขายเสื้อยืดของตัวเองในชิคาโก รวมเฉพาะลายเจ๋งๆ ให้เลือกจนตาลาย ทั้งเตรียมขยายสาขาต่อเนื่อง

indiegogo.com เว็บที่เปิดให้คนประเทศใดก็ได้มาเสนอโครงการของตัวเอง ปัจจุบันมีมากกว่า 15,000 โครงการ จากสมาชิกจาก 163 ประเทศทั่วโลก จุดเด่นคือ หักค่าบริการใช้เว็บที่ 4% และโอนเงินเข้ากับธนาคารไหนก็ได้ในโลก

นอกจากนี้แล้วยังมีอีกหลายเว็บ อาทิ www.rockethub.com, www.quirky.com, www.invested.in


Reference




Back to main page
IT Report_1
IT Report_2