Click Part 1

VDO ประกอบการเรียน
MIS (1) [http://vimeo.com/22168464]
MIS (2) [http://vimeo.com/22183207]

+ Information Technology VS information Systems

flickr:5605802208

* Information Technology

เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง เทคโนโลยีสำหรับการประมวลผลสารสนเทศ ซึ่งครอบคลุมถึงการรับ-ส่ง การแปลง การจัดเก็บ การประมวลผล และการค้นคืนสารสนเทศ ในการประยุกต์ การบริการ และพื้นฐานทางเทคโนโลยี

สามารถแบ่งกลุ่มย่อยเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

Hardware หมายถึง ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์รอบข้างที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วยส่วนที่สำคัญ คือ หน่วยประมวลผลกลาง (CPU), หน่วยความจำหลัก (Primary Storage), หน่วยรับข้อมูล,หน่วยแสดงผล,หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง
Software หมายถึง ส่วนที่ทำหน้าที่เป็นชุดคำสั่งที่ใช้ควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือโปรแกรม (Program) ผู้ที่เขียนโปรแกรมดังกล่าวก็จะเรียกว่า นักเขียนโปรแกรม (Programmer) สำหรับการเขียนโปรแกรมนั้นจะต้องใช้ภาษาที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้ เช่น ภาษาเบสิก ภาษาโคบอล ภาษาปาสคาล เป็นต้น โปรแกรมที่เขียนขึ้นมาก็จะนำไปใช้ในงานเฉพาะอย่าง เช่น โปรแกรมสต็อกสินค้าคงคลัง โปรแกรมคำนวณภาษี โปรแกรมคิดเงินเดือนพนักงาน เป็นต้น
Network หมายถึง การนำเครื่องคอมพิวเตอร์ มาเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน โดยอาศัยช่องทางการสื่อสารข้อมูล เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ และการใช้ทรัพยากรของระบบร่วมกัน (Shared Resource) ในเครือข่ายนั้น ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ มีองค์ประกอบที่สำคัญ เพื่อการเชื่อมต่อเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ได้แก่ คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (File Server) ช่องทางการสื่อสาร (Communication Chanel) สถานีงาน (Workstation or Terminal) และ อุปกรณ์ในเครือข่าย (Network Operation System) เช่น การ์ดเชื่อมต่อเครือข่าย (Network Interface Card :NIC), โมเด็ม (Modulator Demodulator) และ ฮับ (Hub)
Data หมายถึง ข่าวสาร เอกสาร ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคล สิ่งของหรือเหตุการณ์ที่มีอยู่ในรูปของตัวเลข ภาษา ภาพ สัญลักษณ์ต่างๆ ที่มีความหมายเฉพาะตัว สำหรับใช้เป็นหลักอนุมานหาความจริงหรือ การคำนวณ ซึ่งยังไม่ผ่านการประมวลข้อมูล เพื่อการนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบสารสนเทศ นับเป็นส่วนประกอบสำคัญในภาคธุรกิจ และก่อนให้เกิดอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมากมาย
: อุตสาหกรรม Computer Hardware เช่น IT Equipments, IT Equipment maintenance and repair
: อุตสาหกรรม Computer Software เช่น System Software เช่น Window, Linux, Application Software, Software development
: อุตสาหกรรม Computer Network เช่น System Solution งานพัฒนาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์, ติดตั้งระบบ Server
: อุตสาหกรรม Telecommunication เช่น Wire communication, Wireless communication, Base station, Infrastructure

+ Information Systems

ระบบสารสนเทศ ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ของเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แก่ ระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ และระบบเครือข่าย ฐานข้อมูล โดย ”เพิ่มโครงสร้างการบริหาร” ของผู้พัฒนาระบบ ผู้ใช้ระบบ พนักงานที่เกี่ยวข้อง และ ผู้เชี่ยวชาญในสาขา ทุกองค์ประกอบนี้ทำงานร่วมกันเพื่อกำหนด รวบรวม จัดเก็บข้อมูล ประมวลผลข้อมูลเพื่อสร้างสารสนเทศ และกระจายข้อมูลภายในองค์กร เพื่อนำผลลัพธ์ไปใช้สนับสนุนการทำงาน การตัดสินใจ การวางแผน การบริหาร การควบคุม การวิเคราะห์และติดตามผลการดำเนินงานขององค์กร

+ Information Vs. Data

Data (Input) คือ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่อยู่ในรูปของตัวเลขหรือสัญลักษณ์ต่างๆ ที่ยังไม่ผ่านการประมวลข้อมูล เช่น ราคาสินค้า

flickr:5605220797

information (Output) ต่างจาก Data คือ เป็นข้อมูล ที่ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงหรือมี การประมวลหรือวิเคราะห์ผลสรุปด้วยวิธีการต่างๆ ให้อยู่ในรูปแบบที่มีความสัมพันธ์กัน มีความหมาย มีคุณค่าเพิ่มขึ้นและมีวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ซึ่ง Information นั้น สามารถ ให้ความรู้ ทำให้เกิดความคิดและความเข้าใจ ทำให้เห็นสภาพปัญหา และ สามารถประเมิณค่า นำมาวิเคราะห์ทั้งภายใน และภายนอกองค์กรได้ เช่น ยอดขายสินค้าโดยเฉลี่ย, ข่าวหุ้น, ค่าเฉลี่ยอายุกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เป็นต้น

การประมวลผล (Processing) ที่ทำให้ Data เป็น Information เช่น
: การจัดกลุ่มข้อมูล
: การเรียงข้อมูลตามเงื่อนไข
: การคำนวณข้อมูล
: การหายอดรวมของข้อมูล
: การรวบรวมข้อมูล

• Functions of Information Systems

flickr:5605802552
flickr:5605221099

ในการทำงานของระบบสารสนเทศประกอบไปด้วยกิจกรรม 3 อย่าง คือ
1) การนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ (Input) : โดยการใช้อุปกรณ์ Keyboard, Mouse, Scanner, Camera, Point of Sales (POS) System, Barcode
2) การประมวลผล (Processing) : ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บไว้ในรูปของไฟล์ในคอมพิวเตอร์จะถูกอ่านขึ้นมาจากที่จัดเก็บ (storage) เพื่อเอาไปใช้ในการประมวลผ่านหน่วยประมวลผล
(processor) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมา
3) การนำเสนอผลลัพธ์ (Output) : โดยแสดงผลออกมาทางหน้าจอ Monitor หรือ Printer เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับข้อมูลที่ต้องการได้อย่างถูกต้อง
4) ระบบสารสนเทศอาจจะมีการสะท้อนกลับ (Feedback) : เพื่อการประเมินและปรับปรุงข้อมูลนำเข้า ระบบสารสนเทศอาจจะเป็นระบบที่ประมวลด้วยมือ (Manual) หรือระบบที่
ใช้คอมพิวเตอร์ก็ได้ (Computer-based information system – CBIS)

  • Management Information Systems
flickr:5605221673

MIS คือ ระบบที่ประมวลผลข้อมูลสารสนเทศ เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ ในการประกอบการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะรวมทั้ง สารสนเทศภายในและภายนอก สารสนเทศที่เกี่ยวพันกับองค์กรทั้งในอดีตและปัจจุบัน รวมทั้งสิ่งที่คาดว่าจะเป็นในอนาคต นอกจากนี้ MISจะต้อง ให้ข้อมูลสารสนเทศ ในช่วงเวลาที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้ผู้บริหารทั้งระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง สามารถตัดสินใจในการวางแผนการควบคุม และการปฏิบัติการขององค์กรได้อย่างถูกต้อง ซึ่งรายงานจะสรุปออกมาจากฐานข้อมูลทั้งหมดของบริษัท โดยจุดประสงค์ของรายงานจะเน้นให้ผู้บริหารสามารถมองเห็นแนวโน้ม และภาพรวม ขององค์กรในปัจจุบัน รวมทั้งหามาตรการควบคุมและตรวจสอบงานของระดับปฏิบัติการด้วย

  • iT Investment

จากข้อมูลสถิติของ US Department of Commerce, Bureau of Economic การลงทุนทางด้าน Information Technology ซึ่งประกอบไปด้วย Hardware, Software และ communication equipment เติบโตขึ้นจาก 32% ในปี 1980 ไปอยู่ที่ 51% ในปี 2008 โดยสรุปได้ว่าภายในระยะเวลา 28 ปี การลงทุนด้าน IT นั้น เติบโตเพิ่มขึ้น 19% โดย แนวโน้มในการลงทุนนั้นเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี

สำหรับการลงทุนด้านไอทีของประเทศไทยนั้น ยังมีการลงทุนทางด้านไอทีค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะ sector ด้านการเกษตร ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ และ SME ใสส่วนงานภาครัฐมีการลงทุนทางด้านไอที ที่เพิ่มขึ้น แต่ยังน้อยเมื่อเทียบสัดส่วนงบประมาณโดยรวม

Telecom Sector ยังรอความชัดเจนเรื่อง 3G, Financial Sector มีการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของ Internet Banking และ Mobile Banking Manufacturing มีการใช้ไอทีที่เพิ่มขึ้น แต่ขึ้นอยู่กับแนวโน้มทางเศรษฐกิจ และสถานะการเมืองที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
แนวโน้มตลาดไอทีในประเทศไทย จะเพิ่มมากขึ้นทั้งในส่วนของการใช้ Internet, Web Base Application, การลงทุน Data Center, การแข่งขันด้าน Broadband / Infrastructure, Web as a Platform, OS Independent, Computer Notebook, Smart Phones และ Social Networking

บทบาทของ IT

* เพิ่มคุณค่าของสินค้า และบริการ

Convergent : การเติบโตของเศรษฐกิจโลก, บริษัทข้ามชาติ, knowledge and Information, Internet ทำให้มีการนำเทคโนโลยีมาผนวกใช้ เช่น ความรวดเร็วในการให้บริการของธนาคาร, เปลี่ยนรูปแบบธุรกิจของการขายเพลง วีดีโอ (iTunes, Netflix) การผสมผสานกันระหว่าง Technology ของสินค้าประเภทต่าง ๆ เช่น มีฟังก์ชั่นของ มือถือ, กล้องถ่ายรูป, computer + เครื่องคิดเลข รวมอยู่ใน Smartphone เป็นต้น

Value added : เพิ่มคุณค่าของสินค้าในรูปแบบ Digital มากขึ้น เช่น Program, เพลง, รูปภาพ, หนังสือดิจิตอล (E-Book). หนังสือพิมพ์ online "หนังสือพิมพ์ E-paper"
แอลจี ดิสเพลย์ (LG Display) ได้พัฒนาหน้าจอกระดาษอิเล็กทรอนิกส์ (electronic-paper screen) ที่สามารถดัดโค้งงอ หรือม้วนได้ โดยหน้าจออีเปเปอร์ดังกล่าวจะมีขนาดเท่าๆ กับหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ (tabloid)

สำหรับหน้าจอของหนังสือพิมพ์อีเปเปอร์จะกว้าง 25 นิ้วยาว 40 นิ้ว (หากวัดขนาดหน้าจอในแนวเส้นทะแยงมุมจะกว้าง 19 นิ้ว) และมีความหนา 0.3 มม. เท่านั้น ทำให้มันสามารถโค้งงอได้คล้ายแผ่นกระดาษหนังสือพิมพ์ที่เราคุ้นเคย LG Display ตั้งใจออกแบบให้หนังสือพิมพ์อีเปเปอร์มีความยืดหยุ่นโค้งงอได้ โดยใช้ฟอยล์โลหะแทนชั้นของแก้วที่ใช้ทำจอแสดงผลทั่วไป ทางแอลจียังกลาวอีกด้วยว่า หน้าจอที่นำมาแสดงนี้เป็นอีเปเปอร์ทีมีขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยผลิตมา

flickr:5605221811

ความ จริง e-paper ได้มีการผลิต เพื่อใช้ในเครื่องอ่านอีบุ๊กอย่าง Kindle ของ Amazon และ Reader ของ Sony แล้ว โดยมันสามารถแสดงตัวหนังสือ และภาพที่ให้ความคมชัดด้วยคอนทราส (contrast) ที่สูงมาก ทำให้อ่านได้ง่ายแม้จะอ่านภายใต้แสงธรรมชาติ ดังนั้นมันจะไม่ทำให้ปวดตา แม้จะอ่านเป็นเวลานาน ที่สำคัญมันใช้พลังงานแบตเตอรี่เฉพาะเวลารีเฟรชหน้าอีบุ๊กเท่านั้น ทำให้ใช้แบตฯได้นานอีกด้วย

เป้าหมายของนักพัฒนาคือ การทำให้หน้าจออีเปเปอร์มีความยืดหยุ่นได้มากทีสุดเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อใช้ทำหนังสือพิมพ์ในอนาคต โดยหนังสือพิมพ์อีเปเปอร์สามารถอัพเดตข่าวล่าสุดได้โดยไม่ต้องพิมพ์ หรือแจกจ่ายเหมือนหนังสือพิมพ์จริง แถมยังสามารถใส่ได้ทั้งภาพ และวิดีโอเข้าไปในหนังสือพิมพ์อีเปเปอร์ได้อีกด้วย แอลจีกล่าวว่า ทางบริษัทมีแผนที่จะเริ่มผลิตหน้าจออีเปเปอร์ที่มีความยืดหยุ่น และมีขนาด 11.5 นิ้วภายในไตรมาสที่สองของปี 2011 นี้

  • สร้างรูปแบบการทำธุรกิจแบบใหม่ (New products, services, and business models)

Online business : สร้างรูปแบบใหม่ให้กับสินค้า และบริการ เช่น การให้บริการ online ผ่านทาง internet มากขึ้น เช่น

"เน็ตฟลิกซ์" (Netflix)

บริษัทที่สร้างความฮือฮาให้ธุรกิจเช่าดีวีดีออนไลน์ในสหรัฐอเมริกา ที่มาพร้อมกับแนวคิดใหม่ที่ไม่เคยมีใครคิด หรือกล้าทำมาก่อนในธุรกิจดีวีดี เน็ตฟลิกซ์ คิดใหม่ ในธุรกิจดีวีดีออนไลน์ 5 ประการ คือ

flickr:5605222071

1. ไม่มีค่าปรับคืนหนังช้า เพราะไม่มีกำหนดส่ง อยากเก็บไว้ดูตลอดชีวิตก็ไม่ว่ากัน
2. จะเช่ากี่เรื่องก็ได้ไม่จำกัด แต่ครั้งละไม่เกิน 3 เรื่อง และถ้าต้องการเช่าเรื่องใหม่ต้องคืนเรื่องเก่าก่อน
3. ให้เลือกหนังทางออนไลน์เลย โดยไม่ต้องเดินทางมาที่ร้านให้ยุ่งยาก
4. เลือกหนังเสร็จแล้ว เดี๋ยวหนังก็จะมาส่งให้ถึงบ้านฟรี
5. เวลาคืนดีวีดีก็ไม่ต้องขับรถมาถึงร้าน เพียงใส่ซอง ที่บริษัทติดแสตมป์ให้ฟรีเรียบร้อยแล้ว ส่งทางไปรษณีย์กลับมาเท่านั้น

เงื่อนไขอย่างเดียวของเน็ตฟลิกซ์ คือต้องสมัครเป็นสมาชิกเท่านั้น โดย รีด เฮสติ้งส์ (Reed Hastings) อดีตผู้บริหารในวงการไอทีที่ชอบดูภาพยนตร์ แต่เกลียดระบบการเช่าแบบเก่า คิดค้นวิธีการใหม่ขึ้นมา ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 22 ดอลลาร์ต่อเดือน ในช่วงแรก ธุรกิจแนวใหม่ได้ผลเกินคาด เพียงไม่กี่เดือนบริษัทก็มีสมาชิกที่ชอบลองของใหม่ (และไม่ชอบของเก่า) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และปัจจุบันบริษัทก็มีสมาชิกแล้ว 3 ล้านคน จากยอดเมื่อปี ค.ศ.2001 ที่ยังมีแค่ 3 แสนสมาชิกเท่านั้น และตอนนี้ก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

"คลาวด์ ไดร์ฟ" (Amazon Cloud Drive)

flickr:5605803348

เว็บไซต์ Amazon.com เร่งเครื่องขยายธุรกิจซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ เปิดตัวกล่องเก็บเพลงออนไลน์บนระบบคลาวด์ คอมพิวติง โดยหวังจะใช้เป็นที่จัดเก็บข้อมูล และไฟล์เพลง ที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกดูไฟล์ได้จากทุกที่ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีทั้งแบบฟรี และเสียค่าบริการ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ให้ผู้ใช้งานอัปโหลดไฟล์ อาทิเพลง, วิดีโอ และรูปภาพบนอะเมซอน เซิร์ฟเวอร์ ผ่านโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์พีซี, และสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของกูเกิลผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า การที่อะเมซอนเปิดตัวบริการคลาวด์ ไดร์ฟ เนื่องจากต้องการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่บริการซื้อขายเพลง MP3 บนเว็บไซต์อะเมซอน อีกทั้งยังได้มีการเปิดตัวบริการ อะเมซอน คลาวด์ เพลย์เยอร์ (Amazon Cloud Player) ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสตรีมและเล่นเพลง, หยุดการเล่นเพลง หรือเปลี่ยนเพลง รวมถึงการสร้างเพลยลิสส์เป็นของตัวเองได้บนระบบคลาวด์ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่อะเมซอนนำมาฟาดฟันกับคู่แข่งอย่าง “ไอจูนส์” ร้านค้าเพลงออนไลน์ของแอปเปิล

สำหรับค่าใช้จ่ายในการให้บริการคลาวด์ไดร์ฟนั้น สมาชิกเว็บไซต์ Amazon.com สามารถใช้พื้นที่เก็บข้อมูลได้ฟรี 5 กิกะไบต์ หากสมาชิกรายใดต้องการความจุเพิ่มจะต้องเสียค่าบริการเป็นรายปีเพิ่ม ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผู้ใช้งานมีไฟล์ที่ต้องการอัปโหลด 20 กิกะไบต์ จะต้องทำการเเสียค่าใช้จ่ายให้แก่อะเมซอน 20 เหรียญฯ เท่ากับว่าผู้ใช้งานจะได้พื้นที่ทั้งหมด 25 กิกะไบต์ (รวมกับพื้นที่ที่ให้ฟรี 5 กิกะไบต์) นอกจากนี้อะเมซอนยังมีข้อเสนอให้แก่ผู้ใช้งานที่ซื้อเพลงในร้านค้าเพลงออนไลน์บนเว็บไซต์ Amazon.com ให้สามารถใช้งานบริการคลาวด์ไดร์ฟฟรี 20 กิกะไบต์

  • ปรับเปลี่ยนรูปแบบของการติดต่อสื่อสาร
flickr:5605222319

การสื่อสารได้มีการพัฒนามาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความทันสมัยของ IT เข้ามามีบทบาทต่อการติดต่อสื่อสารทั้งในชีวิตประจำวัน รวมถึงภาคธุรกิจ ซึ่งมีวิวัฒนาการ การติดต่อสื่อสารแบบใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทดแทนการสื่อสารแบบเก่าเช่น การพูด, ปากกา, แท่นพิมพ์, โทรสาร, Pager, Email, เว็บข่าว, GPRS, EDGE, 3G, รวมถึง Social network เช่น MSN, BB, Twitter, Facebook เป็นต้น

  • ปรับเปลี่ยนรูปแบบของการตลาด

E-Commmerce หรือ การตลาดออนไลน์ เป็นทางเลือกใหม่ ที่ฉีกแนวออกจากการตลาดแบบดั้งเดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยการตลาดแบบดั้งเดิมนั้นจะมีกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย จะไม่เน้นทำกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และมักจะใช้วิธี การแบ่งส่วนตลาด โดย ใช้เกณฑ์สภาพประชากรศาสตร์ หรือสภาพภูมิศาสตร์ และสามารถครอบคลุมได้บางพื้นที่ ในขณะที่ถ้าเป็น E-Marketing หรือเรียกว่า “ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์” จะสามารถครอบคลุมได้ทั่วโลกเลยทีเดียว ทั้งการทำการค้าการซื้อการขาย การติดต่อประสานงาน งานธุรการต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในสำนักงาน และการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นกระบวนการในการดำเนินการทางธุรกิจที่อาศัยระบบสารสนเทศทาง คอมพิวเตอร์มาใช้ในการดำเนินงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ โดยมีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม  ตลอดกิจกรรมทางธุรกิจ  และลดขั้นตอนของการที่ต้องอาศัยแรงงานคน มาใช้แรงงานจากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์  แทน รวมถึงช่วยให้การดำเนินงานภายใน ภายนอก มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังเป็นการสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้ามากขึ้นอีกด้วย ตัวอย่างเช่นการควบคุมสต๊อคและการชำระเงินให้เป็นระบบอัตโนมัติ ดำเนินการได้รวดเร็ว และทำได้ง่าย

การตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (e-Marketing) หมายถึง การดำเนินกิจกรรมทางการตลาดโดยใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลาง มาผสมผสานกับวิธีการทาง การตลาด การดำเนินกิจกรรมทางการตลาด อย่างลงตัวกับลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายขององค์กรอย่างแท้จริง ซึ่งในราย ละเอียดของการทำการตลาด E-Marketing จะมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. เป็นการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายในลักษณะเฉพาะเจาะจง
2. เป็นลักษณะเป็นการสื่อสารแบบ 2 ทาง
3. เป็นรูปแบบการตลาดแบบตัวต่อตัว  ที่ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายสามารถกำหนดรูปแบบสินค้าและบริการได้ตามความต้อง การของตนเอง
4. มีการกระจายไปยังกลุ่มผู้บริโภค
5. เป็นกิจกรรมที่นักการตลาดสามารถสื่อสารไปยังทั่วทุกมุมโลกตลอด 24 ชั่วโมง
6. สามารถติดต่อสื่อสาร โต้ตอบ ปฏิสัมพันธ์ได้อย่างรวดเร็ว
7. มีต้นทุนต่ำแต่ได้ประสิทธิผล สามารถวัดผลได้ทันที
8. มีความสัมพันธ์กับกิจกรรมการตลาดแบบดั้งเดิม
9. มีการตัดสินใจในการซื้อจากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ

E-Marketing มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจและลูกค้า เนื่องจากระบบทางอิเล็กทรอนิกส์สามารถสนับสนุนการร้องขอข้อมูลของลูกค้า การจัดเก็บประวัติ และพฤติกรรมของลูกค้าเอาไว้ รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ ส่งผลต่อ การเพิ่มและรักษาฐานลูกค้า และอำนวยประโยชน์ในการประกอบธุรกิจอย่างครบถ้วน

  • บริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า และ Suppliers (Customer and supplier intimacy)

"Customer Relationship Management" (CRM) การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยการใช้เทคโนโลยี และการใช้บุคลากรอย่างมีหลักการ CRM ได้ถูกนำมาใช้มากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องมาจากจำนวนคู่แข่งของธุรกิจแต่ละประเภทเพิ่มขึ้นสูงมาก การแข่งขันรุนแรงขึ้นในขณะที่จำนวนลูกค้ายังคงเท่าเดิม ธุรกิจจึงต้องพยายามสรรหาวิธีที่จะสร้างความพอใจให้แก่ลูกค้าอันจะนำไปสู่ความจงรักภักดีในที่สุด

เป้าหมายของ CRM นั้นไม่ได้เน้นเพียงแค่การบริการลูกค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเก็บข้อมูลพฤติกรรมในการใช้จ่ายและความต้องการของลูกค้า จากนั้นจะนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์และใช้ให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือการบริการรวมไปถึงนโยบายในด้านการจัดการ ซึ่งเป้าหมายสุดท้ายของการพัฒนา CRM ก็คือ การเปลี่ยนจากผู้บริโภคไปสู่การเป็นลูกค้าตลอดไป

ส่วนประกอบของ CRM มีดังนี้

1. ระบบการขายอัตโนมัติ ประกอบด้วย
- ระบบขายโดยผ่านโทรศัพท์ตอบรับ เพื่อให้บริการแบบ Proactive ในลักษณะ Telesale
- ระบบพาณิชย์อิเลกทรอนิกส์ (E-Commerce) เพื่อทำการขายแบบUp-Saleing หรือ Cross-Saleing
- ระบบงานสนามด้านการขาย ได้แก่ Wireless Application สำหรับการขายปลีกและตัวแทนจำหน่ายสามารถเรียกดูข้อมูลลูกค้าได้ทันที

2. ระบบบริการลูกค้า (Call Center) ประกอบด้วย ระบบการให้บริการในด้านโทรศัพท์ตอบรับ (Interactive Voice Response: IVR) ด้านเว็บไซต์

3. ระบบการตลาดอัตโนมัติ ประกอบด้วย ระบบการจัดการด้านรณรงค์ต่าง ๆ ด้านการแข่งขัน ด้านเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล และวิเคราะห์ธุรกิจ

4. Data Warehouse และเครื่องมือจัดการข้อมูล เป็นระบบสำคัญในการจัดการข้อมูลที่ละเอียดของ CRM ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลจากภายในและ
ภายนอกองค์กร ข้อมูลภายในมีที่มาจาก 2 แหล่ง คือ
1) มาจากระบบงานคอมพิวเตอร์เป็นงาน Routine ที่มาจากระบบ Billing ลูกหนี้, ทะเบียนลูกค้า Call Center และข้อมูลเก่าดั้งเดิม
2) ข้อมูลภายนอกได้แก่ Web Telephone Directory เป็นต้น

“Vendor Managed Inventory” (VMI) แนวคิดของ VMI เป็นแนวคิดหนึ่งในการบริหารสินค้าคงคลัง คือให้ผู้จัดจำหน่ายเป็นผู้บริหารสินค้าคงคลังแทนลูกค้า โดยที่ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์จะเป็นผู้เข้ามาบริหารสต็อกในคลังสินค้า มีหน้าที่รับผิดชอบในการเติมสินค้าให้กับลูกค้า การให้ผู้ผลิตเป็นผู้ดำเนินการในการจัดเก็บและวางแผนในการส่งสินค้าทำให้ทราบยอดผลิตภัณฑ์คงเหลือของลูกค้า และเป็นผู้ตัดสินใจในการเติมผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้า จะช่วยลดปัญหาการเก็บสะสมของสต็อกสินค้าทั้งในส่วนของผู้ผลิตและศูนย์กระจายสินค้าของผู้ค้าปลีกด้วย

ประโยชน์หลักของระบบ VMI คือลูกค้าจะมีผลิตภัณฑ์ป้อนเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการเก็บสะสมของสต็อกในคลังสินค้าทั้งในส่วนของผู้ผลิต รวมไปถึงศูนย์กระจายสินค้าของลูกค้าด้วย และสามารถลดจำนวนพนักงานลงได้ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง นอกจากนี้ นำระบบ VMI ไปใช้ ยังช่วยละความผิดพลาดเกี่ยวกับข้อมูลเนื่องจากว่าระบบ VMI ใช้การสื่อสารแบบคอมพิวเตอร์ไปยังคอมพิวเตอร์รวมทั้งความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงขึ้น

ซึ่งประโยชน์ที่ศูนย์กระจายสินค้าจะได้รับคือ อัตราการเติมสินค้าจากผู้ผลิตไปยังศูนย์กระจายสินค้าสูงขึ้นซึ่งจะช่วยลดในส่วนของการขาดแคลนสินค้าคงคลัง ต้นทุนในการสั่งซื้อสินค้าลดลงเนื่องจากความรับผิดชอบในการจัดการในการเติมสินค้าเป็นหน้าที่ของผู้ผลิต และระดับการให้บริการที่สูงขึ้นเกิดจากการที่ลูกค้าได้รับสินค้าในปริมาณที่ต้องการและในเวลาที่ต้องการ สำหรับประโยชน์ที่ผู้ผลิตจะได้รับคือ ข้อมูลที่ได้รับจากลูกค้าทำให้ง่ายต่อการพยากรณ์ความต้องการ รวมทั้งสามารถทราบถึงความต้องการล่วงหน้าของลูกค้า ทำให้การวางแผนการผลิตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพความคลาดเคลื่อนของปริมาณสินค้าที่ส่งให้ลูกค้านั้นลดลง

จากการศึกษาพบว่าในปัจจุบัน ระบบ VMIได้นำมาประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ที่สามารถตรวจนับด้วยบาร์โค้ดได้ คือเมื่อลูกค้าออกผลิตภัณฑ์ไป จะทำการสแกนบาร์โค้ดที่ติดอยู่กับผลิตภัณฑ์ ทำให้บริษัททราบถึงปริมาณผลิตภัณฑ์ ที่ส่งออกไปและปริมาณผลิตภัณฑ์ที่เหลืออยู่ในคลังสินค้า ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งไปยังผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ เมื่อผู้ผลิตทราบปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้ามี ก็สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปวางแผนเพื่อทำการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าต่อไป

ในปัจจุบันพบว่ามีบริษัทต่างๆ มากมายที่นำระบบ VMI ไปใช้ เช่น ACE ฮาร์ดแวร์ เป็นบริษัทที่ร่วมมือด้านฮาร์ดแวร์ขนาดใหญ่ เมื่อนำระบบ VMI ไปใช้พบว่าอัตราการเติมสินค้าเพิ่มจาก 4% เป็น 96% บริษัทอื่นๆ เช่น Fred Meyer สามารถลดระดับสินค้าคงคงคลังได้ 30%- 40% และระดับการให้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 98% Grand Union สามารถเพิ่มระดับการให้บริการลูกค้าเป็น 99% และค่าใช้จ่ายลดลงอย่างมากซึ่งเกิดจากการปรับปรุงยอดขายโดยการกำจัดสินค้าที่เกินสต็อก สำหรับประเทศไทยบริษัทที่นำระบบ VMI ไปใช้คือไทยการ์เมนต์ เป็นบริษัทผู้ผลิตและส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูป พบว่าสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับบริษัทได้ 10% – 15%

  • สนับสนุนการตัดสินใจ (Improved decision making)

ในปัจจุบันบทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่ใช่เพียงที่จะมาช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานและดำเนินงานเท่านั้น แต่จะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้กลยุทธ์ของบริษัทประสบความสำเร็จ โดยจะช่วยสนับสนุนให้ผู้บริหารตัดสินใจถูกต้องและแม่นยำบนพื้นฐานของข้อมูล ที่ทันสมัยตลอดเวลา รวมทั้งการนำเอาข้อมูลมาวิเคราะห์ในการวางแผนและการกำหนดกลยุทธ์ต่างๆของ บริษัท เพื่อความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม อย่างยั่งยืน เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลจากฐานข้อมูล เพื่อนำมาวัด Key Performance Indicator (KPI) ที่ใช้วัดผลการดำเนินงานหรือประเมินผลการดำเนินงานในด้านต่างๆขององค์กร ซึ่งสามารถแสดงผลของการวัดหรือการประเมินในรูปข้อมูลเชิงประมาณเพื่อสะท้อนประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการปฏิบัติงานขององค์กรหรือหน่วยงานภายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • สร้างความสามารถในการแข่งขัน (Competitive Advantage)

เทคโนโลยีสารสนเทศนำมาใช้สร้างความสามารถในการแข่งขันได้หลากหลายด้านด้วยกัน เช่น Apple ใช้ Innovation เป็น Competitive Advantage จึงเป็นผู้นำด้านสินค้า IT, Wallmart ใช้ IT System มาพัฒนาระบบ เช่า DVD Online แข่งกับ Netflix และ Block Buster, Google ใช้ความสามารถของ IT database เป็น Competitive Advantage ในแวดวงผู้นำทางด้าน Search Engine

  • เพื่อความอยู่รอดขององค์กร (Survival)

การเป็นผู้นำในการพัฒนาสินค้าและบริการนั้น ต้องพัฒนาสินค้า บริการ รวมถึงองค์กรอยู่เสมอ เพื่อความอยู่รอดในวงการธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แนวคิดสินค้า และบริการที่ออกสู่ตลาดเป็นเจ้าแรก ๆ นั้น สามารถถูกลอกเลียนแบบได้ ส่งผลให้ผู้ผลิตเจ้าแรก อาจไม่สามารถรักษาตำแน่งผู้นำด้านการตลาดอันดับ 1 ได้เสมอไป เช่น google เข้ามาในตลาดภายหลัง yahoo แต่กลับประสบความสำเร็จมากกว่า หรือ การที่ hi5 ถูกแทนที่ด้วย facebook อย่างรวดเร็ว

ดังนั้นการนำ IT เข้ามาช่วยในการปรับปรุง พัฒนาสินค้าและบริการจึงมีความจำเป็นอย่างมาก ผสมผสานกับแนวคิด Innovation เพื่อให้ธุรกิจสามารถแข่งขันและอยู่รอดในตลาดได้อย่างยั่งยืน

The Interdependence Between Organizations and Information Technology

flickr:5605803694

ในการนำ Technology มาใช้ให้เกิดประสิทธิผลมากที่สุด จะต้องพิจารณาทั้งองค์กร และเทคโนโลยี เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้เข้ากับเทคโนโลยี หลังจากปรับเปลี่ยนแล้ว จะเกิด Productivity ที่สูง แต่ไม่ 100% เพราะเทคโนโลยีจะไปได้ต้องมีคนมาคอยควบคุม รวมถึง Vision, Culture และ องค์ประกอบอื่น ๆ
สภาพแวดล้อมของแต่ละองค์กรไม่เหมือนกัน ดังนั้นเทคโนโลยีในบริษัทที่ประสบความสำเร็จ แต่ถ้า copy มาใช้อาจจะไม่สำเร็จเสมอไป (ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม) จนมีประโยคที่ว่า ไม่มี Business ด้าน E-Commerce ใดประสบความสำเร็จเท่า Amazon (ทั้งที่เป็น E commerce เหมือนกัน) พูดได้ว่า นวัตกรรมใน Business Process ไม่ได้ copy กันง่าย ๆ

  • Variation in ROI of IT

องค์กรที่ลงทุนทรัพยากรด้าน IT ต้องพิจารณาว่าสามารถนำศักยภาพของระบบ IT ที่มีอยู่ มาใช้พัฒนาองค์กรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ องค์กรที่ใช้งบประมาณลงทุนด้าน IT เป็นจำนวนมาก ไม่ได้หมายความว่า จะต้องได้รับผลตอบแทนในการทำธุรกิจสูงตามเสมอไป ในบางกรณี บริษัทที่ลงทุนทางด้าน IT น้อยกว่า อาจจะได้รับผลกำไรมากกว่าก็ย่อมเป็นได้
สาเหตุส่วนใหญ่ที่บริษัทไม่สามารถใช้ประโยชน์จากการลงทุนด้าน IT มาบริหารจัดการให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นนั้น เกิดจากความไม่มีประสิทธิภาพของการบริหารงานของผู้บริหารเอง รวมถึงรูปแบบที่ไม่มีศักยภาพทั้งในส่วนของ Business model, Organization culture, Organization Structure
Digital Firms

  • What is Digital Firms?
flickr:5605804076

คือองค์กรที่เกือบทุกส่วนขององค์กร โดยเฉพาะในส่วนที่มีการติดต่อกับลูกค้า บริษัทผู้สนับสนุนวัตถุดิบ และพนักงาน เป็นการบริหารจัดการในระบบดิจิตอล กระบวนการหลักทางธุรกิจ สามารถทำให้ประสบผลสำเร็จได้โดยการใช้เครือข่ายดิจิตอล ที่ครอบคลุมกว้างขวางทั่วทั้งองค์กร หรือเชื่อมโยงเข้ากับองค์กรอื่นจำนวนมาก

  • What is Digital Economy?

ระบบเศรษฐกิจของโลกปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่เรียกว่า “เศรษฐกิจใหม่” หรือ New Economy เนื่องจากผลของการค้าเสรีและการปฏิวัติทางด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยี สารสนเทศและระบบอินเตอร์เนต ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทุกส่วนของสังคม ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การศึกษา การเมือง และสังคม

Digital Economy คือภาคเศรษฐกิจที่ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ Software และบริการที่ส่งมอบด้วยระบบดิจิตอลในทุกขั้นตอนของธุรกิจ
IT Jobs / Salary

Careers & Salaries แบ่งตำแน่งงานบุคคลากรด้าน IT ออกเป็น 4 ระดับ คือ

IS Activities Typical Carriers Salary Ranges in Percentiles (25% - 75%)
Develop System analyst $50,000 - $85,000
System programmer $50,000 - $80,000
System consultant $80,000 - $120,000
Maintain Information systems auditor $45,000 - $75,000
Database administrator $75,000 - $100,000
Webmaster $55,000 - $80,000
Manage cell-content $60,000 - $90,000
IS Manager $85,000 - $120,000
IS Director $150,000 - $250,000
Study University professor $70,000 - $180,000
Government scientist $60,000 - $200,000

Changing roles of IT personals

• IS Personal

บุคลากรแผนก IT ในปัจจุบันต้องปรับตัวในองค์กรยุค IT คือ ต้องมีความรู้ด้านบริหารจัดการมากขึ้น เพื่อนำมาพัฒนา วางแผน และ ใช้ทรัพยากร IT ที่มีอยู่ในองค์กร มาพัฒนาศักยภาพของธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวคือต้องมีความรู้ทั้งเชิง IT และ เชิงบริหารผสมผสานกันในการทำงาน

Hot Trends in IT

• Hot skill for 2010 and Beyond

Cisco System คือผลิตภัณฑ์และแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ที่ช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถใช้เครือข่าย เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการประสานงานทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพและสอดรับกับความต้องการของแต่ละบุคคล โดยบุคลากรที่ทำระบบ Cisco ควรมีใบรับรอง CCIE, CCNP

Oracle Database คือระบบฐานข้อมูลที่มีผู้ใช้มากที่สุด ทั้งในภาครัฐและเอกชน การเรียนรู้ Oracle Database Technology คือการสร้างโอกาสและความแตกต่างในการทำงานมั่นใจอย่างเต็มที่

SAP คือ โปรแกรมที่ช่วยจัดการสายงานทุกสายงานของธุรกิจให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ อย่างรวดเร็ว และได้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ สามารถนำไปใช้ประกอบการดำเนินกิจกรรมของธุรกิจได้และผู้บริหารสามารถเรียกดูข้อมูลและตรวจสอบข้อมูลสถานะของบริษัทได้

ใน SAP เองมี Modules หลายๆ Modules ที่มีหน้าที่ทำงานแตกต่างกัน แต่สอดประสานกัน ในแต่ละ Modules จะส่งข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกัน ถึงกัน โดยไม่ต้องป้อนข้อมูลซ้ำซ้อนในแต่ละ Modules และ มีการพัฒนาขึ้นมาในลักษณะของ Based on Best Practice in Industry
กล่าวโดยสรุป SAP (System Application products) เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปทางธุรกิจประเภท ERP (Enterprise Resource Planning) ของประเทศเยอรมันที่ใช้ควบคุมดูแลทุกสายงานของบริษัท

Reference

http://www.example.com http://www.navy34.com/board342550/index.php?topic=2036.0
http://www.sirikitdam.egat.com/web_mis/index.html
http://www.slideshare.net/thananum/2553-3226119
http://mynoz.wordpress.com/2005/08/10/netflix/
http://forum.dekitclub.com/index.php?topic=8111.0
http://www.drsuntzu.tk/2/post/2010/10/-e-commerce6.html
http://catadmin.cattelecom.com/training/crm.html
http://www.joezine.com/node/282
http://www.mof.go.th/fpobul/ffuothoct00.htm