E Learning Case

Implementing E-Learning at NIDA

โครงการ E-Learning ของ NIDA (National Institute of Development Administration) ได้ถูกริเริ่มเมื่อปลายปี 2007 โดยมี รศ.ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ รองอธิการบดีในขณะนั้นเป็นผู้รับผิดชอบการดาเนินการโครงการนี้ ทั้งนี้เพื่อยกระดับ คุณภาพการเรียนการสอนและเพิ่มจานวนนักศึกษาที่ต้องการเรียนผ่านระบบ Online

ปัจจุบันปี 2009 ครบรอบ 1 ปีนับแต่วันเริ่มต้นโครงการ รศ.ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ ให้หยุดโครงการชั่วคราว แล้วพิจารณาว่ามีอะไรบ้างที่สาเร็จ มีอะไรบ้างที่ยังเป็นปัญหาและจะต้องดาเนินการต่อไปอย่างไรเพื่อแก้ปัญหานั้น ซึ่ง รศ.ดร.ประดิษฐ์ พอใจกับความก้าวหน้าของโครงการที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี รศ.ดร.ประดิษฐ์ยังตระหนักถึงปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขต่างๆได้แก่ ปัญหาเรื่องความไม่สมดุลของเทคโนโลยีกับงบประมาณ, ปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นของบุคคลากรในระบบ, ปัญหาเรื่องความสามารถของบุคลากร รวมถึงเวลาที่ค่อนข้างจากัด การกลัวการเปลี่ยนแปลงของบุคคลากร รศ.ดร.ประดิษฐ์ ต้องกาหนดขั้นตอนต่อไปที่จะกระตุ้นให้อาจารย์และนักศึกษาปรับตัวและหันมาสนใจในระบบ E-Learning และตัดสินใจว่าต้องทาอย่างไรให้ E-Learning ของ NIDA แตกต่างจากสถาบันอื่น การเผชิญหน้ากับการต่อต้านในขณะนั้นทาให้ รศ.ดร.ประดิษฐ์ ต้องตัดสินใจเกี่ยวกับกลยุทธ์และประเมินว่าควรจะทาอย่างไรต่อไป

E-Learning: It’s Nature, Its Diffusion, and Its Promise

Electronic Learning (E-Learning) คือ การเรียนรี่เกิดขึ้นจากอิเล็คทรอนิค รวมถึง การเรียนผ่านคอมพิวเตอร์ (computer base training-CTB), การเรียนผ่าน CD-ROM การเรียนผ่านเว็บ การเรียนผ่านอินเทอร์เนต เป็นต้น หลักสูตรได้ให้โอกาสคนที่ต้องการเรียนและทางานไปด้วย ให้สามารถจัดสรรเวลาในการเรียนตามที่ต้องการได้

ประเภทของ E-Learning มีทั้งหมด 3 ประเภท คือ

1. The Video-Conference Classroom: เป็นการเรียนผ่าน Video โดยจะเป็นการประชุมแบบนี้เป็นการกาจัด ข้อจากัดในเรื่องของสถานที่ และการที่ต้องมาพบกันของสมาชิกกลุ่มเพราะสมาชิกแต่หละคนสามารถเห็นหน้าตากันได้

2. Group Discussion Spaces: เป็นการสร้างกลุ่มของหัวข้อต่างๆ เช่งานของกลุ่มนักศึกษา เพื่อนให้สมาชิกแต่หละคนสามารถสื่อสารหรือกระจายงานกันได้

3. Online Communities: สังคมออนไลน์ ซึ่งเปิดให้สมาชิกสามารถแสดงความคิดเห็นพูดคุยกันได้ ในเรื่องที่สนใจเหมือนกัน ไม่ได้จากัดการเรียนการสอนอย่างเดียว

The Promise of E-Learning

ข้อได้เปรียบของการศึกษาแบบ E-Learning คือการที่ทาให้นักศึกษาและผู้สอนสามารถทาการเรียนการสอนได้ แม้จะอยู่ไกลกันก็ตาม ซึ่งผู้เรียนสามารถขจัดข้อจากัดเรื่องเวลาการทางานและเวลาที่ต้องให้กับครอบครัว

อย่างไรก็ดี นักวิจัยกล่าวว่า การเชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยีกับการเรียนการสอนว่า นี้ไม่ใช่ว่าทุกหลักสูตร E-Learning ที่จะประสบผลความสาเร็จ เช่นการออกการเรียนการสอนของระบบ online ที่ไม่มีประสิทธิภาพ คือ ไม่สามารถกระตุ้นความสนใจของนักศึกษาได้ ทาการวนซ้าไปซ้ามา ความน่าเบื่อและความน่าผิดหวังอื่นๆ เป็นสิ่งที่ทาให้ระบบการเรียนการสอนแบบ E-Learning นั้นไม่ประสบผลสำเร็จ

นอกจากนี้ต้นทุนในการพัฒนาระบบ E-Learning ยังสูงกว่าระบบการศึกษา แบบเดิมถึง 5 เท่า แต่หลังจากที่โครงสร้างพื้นฐาน เช่น Computer, Application และ Network สามารถใช้งานได้แล้ว ต้นทุนในการสอนโดยรวมของระบบ E-Learning จะต่ากว่าระบบ Face-To-Face แบบเดิมมาก เช่นบริษัท IBM ที่มีการเรียนการสอนผ่าน E-Learning มากกว่า 100หลักสูตร หรือบริษัท Cisco เมื่อทาระบบ E-Learning ไปใช้งานแล้วพบว่าทางบริษัทสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายไปถึง 50ล้านเหรียญสหรัฐ

สาหรับ NIDA นั้นในช่วงเริ่มต้น E-Learning ไม่เพียงแต่เพิ่มคุณภาพการเรียนการสอน แต่ยังปฎิรูปการศึกษา และทาการยกระดับกระบวนการศึกษาให้เหนือกว่าการศึกษาในห้องเรียน โดยการศึกษาแบบ E-Learning นั้นสามารถที่จะเรียนเวลาไหนก็ได้ และยังมีสื่อการสอนในรูปแบบต่างๆผ่านสื่อ Multimedia เช่น Video, Audio และ Animation

The E-Learning Initiative at NIDA

สำหรับ NIDA จุดประสงค์หลักในการพัฒนาระบบ E-Learning คือการประหยัดต้นทุนทางการศึกษา โดยท่านประธานสมบัติตัดสินใจที่จะเปลี่ยน NIDA ให้เป็น E-University ด้วยระบบ E-Learning, E-Testing และ E-Office โดยแนะนาว่า NIDA ควรเริ่มต้นด้วยการนาระบบสารสนเทศมาใช้ในการส่งเสริมการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดย ดร. ประดิษฐ์ ชี้ว่า E-Learningเป็นระบบที่จะมาเสริมการเรียนการสอนในห้องเรียนไม่ใช่ระบบที่จะมาทดแทน ซึ่งรศ.ดร.ประดิษฐ์ ได้กล่าวไว้ว่า

"วัตถุประสงค์ของโครงการคือ เพื่อใช้ E-Learning ส่งเสริม สนับสนุนการเรียนในห้องเรียน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน E-Learning จะนามาใช้ในการสรุปบทเรียนในห้องเรียนเพื่อให้นักศึกษาทบทวนก่อนสอบซึ่งจะช่วยนักเรียนที่ขาดเรียนในวันนั้นด้วย ซึ่งการสรุปบทเรียนจะเป็นในรูปแบบของ Flash File ที่ผสมผสาน slide และเสียงของอาจารย์ ยิ่งไปกว่านั้นอาจารย์ยังสามารถใช้ E-Learning เป็นช่องทางในการสื่อสารกับนักศึกษาได้ง่ายขึ้นด้วย เช่น ในการให้การบ้าน รวมไปถึงความรู้พิเศษเพิ่มเติมนอกเวลาเรียน"

และสาหรับ NIDA เองนั้นไม่ได้มุ่งที่จะพัฒนาและใช้ E-Learning เป็นหลักสูตร Online Degree แต่จะเป็นเพียงส่วนส่งเสริมสนับสนุนการเรียนการสอนในห้องเรียน โดย NIDA อาจจะจัดให้มี Online Degree แต่จะยังไม่เกิดขึ้นในอนาคตนี้

นอกจากนี้ ผศ. สุทธิชัย ผู้อานวยการ the Information Systems Education Center (ISEC) และ ดร. ปราโมทย์ ผู้รับผิดชอบด้านเทคโนโลยี E-Learning ได้ กล่าวว่า

"ระบบ E-Learning จะสามารถทาให้นักศึกษาได้ทบทวนบทเรียนเพื่อเตรียมตัวสอบ และจะช่วยนักศึกษาที่ขาดเรียนวันนั้นสามารถเข้าไปที่ Website เพื่อทบทวนบทสรุปการเรียนในวันนั้นได้อีกด้วยนอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมการสื่อสารและความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาและอาจารย์ให้สามารถติดต่อสื่อสารกันไม่ว่าเวลาไหนและที่ใดได้สะดวกยิ่งขึ้นและอาจารย์สามารถใช้ E-Learning ให้การบ้านกับนักศึกษา นอกเหนือจากในห้องเรียน ซึ่งอาจารย์ไม่จาเป็นต้องนัดเรียนเพิ่ม เนื่องจากเป็นการยากที่ทุกคนจะว่างพร้อมกัน โดยอาจารย์สามารถให้การบ้านผ่าน Web Board"

แม้ว่า E-Learning จะมีประโยชน์มากมาย แต่มันจะต้องได้รับการยอมรับจากบุคคลากรแต่ละคณะใน NIDA ซึ่งการต่อต้านได้ทาให้การมีส่วนร่วมในโครงการนี้โดยรวมอยู่ในระดับต่า อันเนื่องมาจาก
1. อาจารย์บางท่านแสดงความเห็นว่า E-Learning ทาให้ตนต้องทางานงานเพิ่มขึ้นจากเดิม
2. อาจารย์บางท่านแสดงความเห็นกังวลว่าจะถูกขโมยทรัพย์สินทางปัญญาจากการสอนระบบ Online
3. อาจารย์บางท่านกลัวว่าถ้าใส่สื่อการสอน Online จะทาให้อาจารย์ไม่มีประโยชน์กับมหาวิทยาลัยอีกต่อไป
4. อาจารย์หลายท่านไม่มั่นใจว่าสื่อการสอนในระบบ E-Learning จะเป็นของอาจารย์หรือของมหาวิทยาลัย
5. อาจารย์บางท่านแสดงความกังวลว่า E-Learning จะเป็นแรงจูงใจให้นักศึกษาไม่เข้าเรียน เพราะสามารถเข้าถึงสื่อการสอนได้เหมือนกับนักศึกษาที่เข้าเรียนตามปกติ
6. อาจารย์บางท่านไม่เข้าร่วม E-Learning เนื่องจากไม่ต้องการถูกบันทึกการสอนเพราะอาจพูดบางเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมือง หรือการยกกรณีศึกษาที่หมิ่นเหม่ต่อกฎหมาย

อุปสรรค์อีกอย่างคือ งบประมาณของโครงการ ต้นทุนในการพัฒนาประมาณ 3 แสนบาทต่อวิชา โดยต้องการพัฒนา 30 วิชา ต้นทุนประมาณ 10 ล้านบาท ในขณะที่ตั้งงบประมาณไว้เพียง 2 ล้านบาทเท่านั้น

Some Considerations as Implementation Proceeded

เริ่มต้น NIDA ต้องการที่จะเป็นสถาบันที่ใช้ระบบ E-Learning สาหรับเป็นศูนย์กลางการที่ใช้ในเรียนการสอนสาหรับนักศึกษา แต่อย่างไรก็ตาม NIDA ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในองค์กรในการทาระบบ E-Learning อย่างไรก็ดีหลายปีที่ผ่านมามีหัวข้อวิจัยหลายหัวข้อที่ถูกตีพิมพ์เกี่ยวกับวิธีการ Implementation at NIDA ไปสู่ E-Learning โดยในช่วงแรกเป็นการอภิปรายร่วมกันระหว่างดร. ประดิษฐ์ กับคณะกรรมการ E-Learning และสมาชิก ISEC จากการศึกษางานวิจัยในเรื่องการเรียนการสอนออนไลน์ในสถาบันการศึกษาต่างประเทศ พบว่ามีความแตกต่างหลายประการเกี่ยวกับการใช้ E-Learning ในสถาบันการศึกษา ได้แก่

- ปัจจัยเรื่องการยอมรับระบบ E-Learning ของบุคลากรในสถาบัน การนาเอาระบบ E-Learning มาใช้นั้นต้องมีการฝึกอบรมพนักงานเพื่อให้บุคคลากรมีความสามารถในการใช้งานระบบ E-Learning ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

- ปัจจัยที่จะทาให้ระบบ E-Learning ประสบความสาเร็จคือระบบ Web Application (Web-Base) ได้แก่การขาดการสนับสนุนการเรียนการสอบ, การขาดการฝึกอบรม, การที่บุคลากรขาดความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีต่างๆ และที่สาคัญคือการขาดแรงจูงใจ รวมถึงไม่เห็นประโยชน์ในการใช้ระบบ E-Learning

- ปัจจัยเรื่องอายุของบุคลากร ความมั่นใจในการใช้คอมพิวเตอร์ในการสอนมีสัมพันธ์กับอายุของบุคลากร คือผู้สอนที่มีอายุน้อยกว่าจะมีความมั่นใจมากกว่าในการใช้เทคโนโลยีมากกว่าผู้สอนที่มีอายุมาก ในเรื่องนี้คณะกรรมการได้ข้อสรุปว่าการฝึกอบรมและการสร้างความมั่นใจจะเป็นสิ่งที่สาคัญที่ทาให้บุคลากรมีความตั้งใจที่จะการสอนด้วยระบบ E-Learning ประสบความสำเร็จ

การจัดการการเรียนการสอนแบบ E-Learning ให้ประสบความสาเร็จนั้นมีปัจจัยที่ต้องคานึงถึงทั้งหมด 10 ข้อด้วยกันคือ
1. วิสัยทัศน์ศูนย์กลางการเรียนการสอนแบบให้ทุกคนมีส่วนร่วม
2. กระบวนการออกแบบหลักสูตรแบบบูรณาการ
3. แนวทางการให้คะแนนที่เหมาะกับ e-Learning
4. กลยุทธ์การทางานเป็นกลุ่ม
5. สิ่งอานวยความสะดวกที่มีประสิทธิภาพ
6. การฝึกอบรมและสนับสนุนบุคลากรในคณะ
7. กรอบความคาดหวัง
8. Feedback ของคณะสาหรับนักศึกษา
9. การปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง
10. การติดตามและประเมินผล การปรับปรุงอย่างต่อเนื่องโดยการมีส่วนร่วมของ ผู้เกี่ยวข้องซึ่งรวมถึงผู้สอนและผู้เรียน

- จุดเด่นและจุดด้อยของการศึกษาด้วย E-Learning จากการศึกษาระบบ E-Learning ของระดับปริญญาโทขึ้นไปพบว่าการศึกษาแบบ E-Learning คือช่วยประหยัดเวลาและประหยัดต้นทุนในการเดินทาง, นักศึกษามีอิสระสามารถที่จะตอบโต้หรือแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ และมหาวิทยาลัยสามารถลดต้นทุกการเรียนการสอนได้ในระยะยาว และอาจารย์ผู้สอนจะมีเวลาในการทาวิจัยได้มากขึ้น ส่วนจุดด้อยของระบบ E-Learning คือนักศึกษาจะขาดระเบียบวินัยในการเรียนรู้บทเรียน

- แผนการศึกษาด้วยระบบ E-Learning ในประเทศไทยในปัจจุบันนั้นยังขาดปัจจัยพื้นฐานที่เอื้ออานวยต่อการเรียนด้วยระบบ E-Learning ได้แก่เครื่องคอมพิวเตอร์, อุปกรณ์ Network, Software และ Hardware ที่เกี่ยวข้อง

Implementing e-Learning: Issues, Challenges, and Obstacles

อุปสรรค์สาคัญต่อการเรียนการสอบแบบ E-Learning ในประเทศไทยคือ พื้นฐานของระบบเครือข่ายยังไม่ดี และยังไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ได้แก่ WI-FI, 3G Network, Wi-Max นอกจากนี้ยังขาดความรู้ความเชี่ยวชาญของบุคคลากรในระดับวิทยาลัยและผู้ที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ดี รศ.ดร.ประดิษฐ์ และคณะกรรมการของ NIDA รู้ดีว่า E-Learning เต็มรูปแบบจะไม่สามารถเสร็จสมบูรณ์และนาไปใช้ได้จนกว่จะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆได้ดังนี้

1. High Cost ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในการให้บริการคือต้นทุนแรกเริ่ม รศ.ดร.ประดิษฐ์ กล่าวว่า ถึงปัจจุบัน E-Learning จะถูกใช้เป็นเพียงส่วนเสริมและสนับสนุนการเรียนการสอนในห้องเรียน แต่ก็มีค่าใช้จ่ายที่สูงถึง 3 แสนบาทต่อวิชาทีเดียว ต้นทุนของ E-Learning ไม่ใช่เพียงแค่ Hardware, Software และ Network เท่านั้นแต่มันยังรวมถึงต้นทุนในการ Maintenance, Upgrade รวมถึงต้นทุนในการฝึกอบรมบุคลากรอีกด้วย

2. User Resistance สิ่งที่ดร.ประดิษฐ์และคณะกรรมการกังวลมากที่สุดก็คือ การต่อต้านจากผู้ใช้ E-Learning เปลี่ยนทั้งวิธีการเรียนและวิธีการสอนซึ่งจากการศึกษาพบว่าในหลายๆองค์กรที่มีการนาระบบ IT มาใช้งานนั้น ความล้มเหลวโดยส่วนใหญ่เกิดจากการต่อต้านหรือการปฏิเสธในการใช้เทคโนโลยี ซึ่งการเปลี่ยนแปลงใน NIDA นั้นจะเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไปจากการใช้เป็นส่วนเสริมการเรียนแบบเดิมและค่อยพัฒนาเป็น Online Degree จะทาให้ E-Learning ประสบความสาเร็จ

นอกจากนั้นพบว่าอาจารย์ผู้สอนไม่ห็นความสาคัญของระบบ E-Learning คือ อาจารย์ผู้สอนให้ความเห็นว่า E-Learning นั้นมีความซับซ้อนมากเกินไป อีกทั้งยังมองว่าระบบ E-Learning เป็นการเพิ่มภาระให้กับตนองมากกว่าที่จะอานวยความสะดวก หรือต้องทางานเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมเพราะต้องคอยใส่เนื้อหาให้ระบบ E-Learning อีกด้วยและแม้ว่ากระบวนการพัฒนาสื่อการสอน E-Learning จะใช้เทคนิคง่ายมาก แต่อาจารย์ส่วนใหญ่ไม่ต้องการจะทาด้วยตนเอง โดยต้องการให้มีทีมสนับสนุนพัฒนาให้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจารย์ที่สูงอายุที่ไม่ชอบเทคโนโลยี

Insight Gleaned from the Pre-Implementation Pilot

เพื่อทดสอบปฏิกิริยาของบุคลากรในคณะ เมื่อระบบ E-Learning ของ NIDA ได้ทาการพัฒนาจนเต็มระบบ รศ.ดร.ประดิษฐ์และคณะกรรมการ E-Learning ได้จัดให้มีการทดสอบระบบขี้นในเดือนมิถุนายน 2008 และเชิญบุคลากร 22 คนเข้าร่วม ซึ่งองค์ประกอบของ E-Learning ทั้งในส่วนขอเนื้อหาและ Multimedia ได้ถูกรวมอยู่ในการทดสอบระบบนี้ด้วย

โดยตัวแทนของ Pilot Project เป็นอาจารย์ 2 ท่านจากคณะสถิติประยุกต์ ดร.รวีวรรณอาจารย์สอนวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และสถิติ และ ดร.สุรพงษ์ อาจารย์สอนวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ต่อไปนี้เป็นข้อสังเกตจากประสบการณ์การใช้เครื่องมือใหม่อันเป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบระบบ E-Learning ที่ NIDA

Insight into Faculty Perceptions of the Obstacles of e-Learning

หนึ่งในอุปสรรคหลักต่อความสาเร็จของ E-Learning at NIDA ในความคิดของดร.รวีวรรณ คือ ข้อจากัดด้านเวลา กระบวนการในการจัดทา e-Content ไม่เป็นข้อจากัด แต่งานที่มีอยู่แล้วจานวนมากเช่น งานวิจัย การสอน ฯลฯ เป็นข้อจากัดหลักทาให้ไม่มีเวลาดังนั้นควรจัดให้มีทีมสนับสนุนที่จะรับผิดชอบในการจัดทา เนื้อหาวิชาสา หรับ E-Learning Website ซึ่งทีมนี้ควรสร้างรูปแบบสื่อการสอนที่สม่าเสมอเป็นรูปแบบเดียวกันทุกวิชา เพื่อให้อาจารย์ที่ไม่ได้เรียนมาด้านคอมพิวเตอร์สามารถที่จะทา e-Content ได้

Insight into Faculty Perceptions of the Obstacles of Copyright Issue

ดร.สุรพงษ์และ ดร.รวีวรรณตระหนักถึงประเด็นที่อาจารย์หรือสถาบันควรจะเป็นเจ้าของลิขสิทธ์สื่อการสอนที่อยู่บน E-Learning Web ซึ่งทั้งสองเห็นว่าสื่อการสอนดังกล่าวควรถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ในลักษณะ online ในช่วงแรกลิขสิทธิ์ของ E-Content ควรถูกปกป้องโดย Intranet จากัดเฉพาะนักศึกษานิด้าที่สามารถเข้าถึงได้

ทั้งนี้ในภาพรวมแล้ว จากการทดสอบระบบ E-Learning ที่ NIDA ถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรคมากก็ตาม แต่ระบบ E-Learning ยังอยู่ในการตอบรับที่ดีจากกลุ่มที่ทาการทดสอบ ซึ่งจากการทดสอบได้ผลสรุปว่า NIDA สามารถดาเนินการในการพัฒนาระบบได้นามาใช้จริงในการเรียนการสอนได้

Seriousness of the Problems

รศ.ดร.ประดิษฐ์และคณะกรรมการทราบว่าการลงทุนใน E-Learning จะไม่ประสบความสาเร็จถ้าปราศจากการมีส่วนร่วมของอาจารย์และนักศึกษา ด้วยการที่ E-Learning ประสบความสาเร็จในหลายสถาบันคู่แข่ง บางแห่งมี Full E-Learning Degree ที่ให้นักศึกษาสามารถเรียนที่ไหนเมื่อไรก็ได้ ถ้า NIDA ไม่สามารถประสบความสาเร็จในการ implement E-Learning นักศึกษาจะหันไปสมัครที่สถาบันคู่แข่ง ทาให้ NIDA มีจานวนนักศึกษาสมัครเรียนลดลง

ดร.ประดิษฐ์ ตระหนักดีว่าการเรียนการสอนแบบ E-Learning จะมีกับ NIDA เป็นอย่างมากอย่างมาก ซึ่งจะมีผลกระทบต่าออาจารย์และนักศึกษา เพราะ E-Learning ได้ทาการเปลี่ยนแปลงระบบการเรียนการสอน ดังนั้นดร.ประดิษฐ์จึงตัดสินในที่จะ ทาการทาสอบ E-Learning ก่อนโดยทาเป็น Phase โดยขั้นแรกเริ่มต้นจาก Pilot Project ก่อน ซึ่งสมาชิกประกอบด้วยคนรุ่นใหม่ และสมาชิกของคณะที่ชอบเทคโนโลยี ซึ่งถ้า Pilot Project สาเร็จ ก็จะเริ่ม Phase ต่อไปคือ Implement E-Learning หรือการนาไปใช้งานทีละวิชา จนกระทั่งครบทุกวิชา

Three Factor To Success At NIDA

จากการอภิปรายมาทั้งหมด ดร.ประดิษฐ์และคณะกรรมการ E-Learning ได้เข้าใจแล้วว่ามี 3 ปัจจัยที่จะทาให้ E-Learning ประสบความสาเร็จ นั่นคือ อาจารย์ นักศึกษา และทรัพยากรของ NIDA และยังคงมีประเด็นและความท้าทายที่ยังต้องตระหนักถึงอีก 3 ประเด็นด้วยกัน คือ

The Three Critical Factors:Current Status

รศ.ดร.ประดิษฐ์ตระหนักว่าสมาชิกคณะบางคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจารย์ที่สูงอายุที่อาจจะไม่สนใจ E-Learning และกลายเป็นการต่อต้านระบบ อย่างไรก็ดี รศ.ดร.ประดิษฐ์ ก็ยังมีความหวังว่าเมื่อท่านเหล่านี้ได้มีประสบการณ์ได้รับประโยชน์จากการใช้ E-Learning ในห้องเรียนและการทางานของเขา ท่านเหล่านั้นอาจเข้ามาเป็นส่วนร่วมหนึ่งในการขับเคลื่อน E-Learning ได้

รศ.ดร.ประดิษฐ์มีความกังวลเกี่ยวกับการยอมรับของนักศึกษาน้อยที่สุด เขาอธิบายว่า ความพร้อมของนักศึกษาไม่ได้เป็นปัญหาในการ implement E-Learning เพราะนักศึกษาเป็นศูนย์กลางการเรียนและต้องการหาความรู้อยู่เสมอ ซึ่ง E-Learning จะเป็นช่องทางในการเข้าถึงความรู้ในความเห็นของดร.ประดิษฐ์ ปัจจัยที่เป็นข้อจากัดมากที่สุด คือ ความเพียงพอของทรัพยากรทั้งทางการเงินและทางด้านอื่นๆ เช่น ทรัพยากรบุคคล การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี ที่ NIDA ยังคงขาดแคลนอยู่

Looking toward the Future: Life after e-Learning

E-Learning ควรถูกนาไปปรับใช้เนื้อหาวิชาพื้นฐานคอมพิวเตอร์สาหรับนักศึกษาใหม่ซึ่งจะมีการทดสอบความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ด้วยอย่างไรก็ดี E-Learning ไม่ควรจะครอบคลุมไปถึงการสอบ Exam Online เพราะ E-Testing ต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้นจานวนคอมพิวเตอร์ในห้องแลปก็เป็นอีกข้อจากัดอีกอย่างหนึ่งของ E-Learning

นอกจากนี้ยังควรนา E-Learning ไปปรับใช้กับการปฐมนิเทศนักศึกษาและเจ้าหน้าที่ใหม่ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกฎข้อบังคับของสถาบัน ผลประโยชน์ และหน้าที่ความรับผิดชอบ

E-Learning NIDA SWOT Analyst

Strengths
1. ลดค่าใช้จ่ายในการศึกษาของแต่หละหลักสูตรในระยะยาวหลักการวางระบบพื้นฐาน E-Learning สาเร็จแล้ว
2. นักศึกษาประหยัดเวลาในการมาเรียน
3. นักศึกษาสามารถเรียนเวลาใดก็ได้และยังสามารถอภิปรายประเด็นต่างๆได้อย่างอิศระเสรี
4. คณะจารย์มีเวลาในการทาวิจัยและทางานอื่นๆนอกจากเวลาการเรียนการสอนได้มากขึ้น
5. เพิ่งคุณภาพการเรียนการสอนได้สื่อต่างๆได้มากขึ้นเช่น PowerPoint หรือ VDO

Weaknesses
1. ขาดงบประมาณในการจัดตั้งระบบพื้นฐานของ E-Learning ได้แก่ Hardware, Software
2. รูปแบบของ E-Learning ไม่น่าสนใจ ทาให้ไม่สามารถสร้างแรงจูงใจในการเรียนการสอนได้
3. นักศึกษาขาดวินัยในการบริหารเวลาเพื่อมาเรียนหรือศึกษาผ่านระบบ E-Learning หรือทาให้นักศึกษาไม่เข้า Class เพราะมี E-Learning ทาให้มาศึกษาภายหลังได้
4. อาจารย์คิดว่าเป็นการเพิ่มภาระมากกว่าปกติเพราะต้องดูแลวิชาต่างๆด้วยตนเอง
5. อาจารย์กลัวว่าบทความที่ตนเองเขียนขึ้นจะถูกคัดลอกหรือถูกละเมิดลิขสิทธ์ทางปัญญา
6. การไม่ได้รับความร่วมมือของบุคลากรของ NIDA โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากและกลัวการเปลี่ยนแปลง

Opportunities
1. ตอบสนองคนวัยทางานที่มีครอบครัวหรือไปต่างประเทศบ่อยๆ ทาให้ไม่มีโอกาสในการเรียนแบบ Face to Face
2. เป็นการนาเสนอภาพลักษณ์อันทันสมัยของมหาวิทยาลัยผ่านการเรียนแบบ E-Learning


Threats
1. ระบบเครือข่ายของประเทศไทยยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอต่อการเรียนการสอบ E-Learning
2. ค่านิยมการเรียนการสอบแบบ E-Learning ยังไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม เช่นการที่เรียน E-Learning นั้นจบง่ายกว่าการเรียนการสอบแบบปกติ Face To Face