ชำแหละโทรคมไทยล้าหลัง/5320221040 สุรศักดิ์ ขวัญเมือง

ชำแหละโทรคมไทยล้าหลัง

โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 9 เมษายน 2554

Source: http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9540000044623

อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต ได้กลายเป็นดัชนีวัดความเจริญก้าวหน้าของประเทศและคุณภาพชีวิตของประชากรภายในประเทศ โดยเฉพาะการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารไปแล้ว
จากการรายงานสถานการณ์อุตสาหกรรมโทรคมนาคมเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่

flickr:5631629331

มาร์ค ไอน์สไตน์ (Marc Einstein) หัวหน้าทีมวิเคราะห์ตลาดโทรคมนาคมในเอเชียแปซิฟิกของฟรอสต์แอนด์ซัลลิแวน
ระบุว่า ดัชนีที่บ่งบอกว่า ประเทศใดก้าวเข้าสู่โลกดิจิตอลมากเพียงใดนั้น ดูได้จากจำนวนครัวเรือนที่เข้าถึงบรอดแบนด์ กับจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ ซึ่งในประเทศที่เจริญแล้วอย่างสิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย จะมีสัดส่วนการใช้งานทั้งสองอยู่ในอัตราส่วนที่สูง ซึ่งประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มีสัดส่วนผู้ใช้โทรศัพท์มือถืออยู่ในเกณฑ์ที่สูงถึง 90-120% แต่กลับมีจำนวนผู้ใช้บรอดแบนด์ไม่ถึง 3% ทำให้ประเทศไทยจึงยังจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา'เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่า ถ้าดูเฉพาะจำนวนผู้ใช้ซิมมือถือที่เป็น 2G ของไทย ปัจจุบัน มีเกินกว่า 100% หรือเกินจำนวนประชากรทั้งประเทศที่มีประมาณ 67 ล้านคน ขณะที่สัดส่วนของผู้ที่มีมือถือมีถึง 86-87% ซึ่งถือว่าประเทศไทยมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าทุกประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก'
ถ้าหากดูผลการวิจัยที่ระบุว่า กลุ่มประเทศที่อยู่ในตลาดที่เจริญแล้ว มักจะเป็นประเทศที่มีอัตราของซิมต่อครัวเรือนในประเทศมากกว่า 50% ขึ้นไป มักจะมีอัตราการใช้งานบรอดแบนด์ในอัตราที่สูงด้วย แต่สำหรับประเทศไทยกลับตรงกันข้าม
ประเทศไทยมีจำนวนครัวเรือนในประเทศที่สามารถเข้าถึงบรอดแบนด์เพียง 8% เท่านั้น ซึ่งถือว่าล้าหลังมาก มีเพียง 3 ประเทศเท่านั้นที่ประเทศไทยยังนำหน้าอยู่คือปากีสถาน อินโดนีเซีย อินเดีย

'มาร์ค' อธิบายปรากฏการณ์นี้ว่า เป็นผลมาจากการชะลอตัวการลงทุนทางด้านเครือข่ายของบริษัท ทีโอที บริษัท กสท โทรคมนาคม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น รวมไปถึง บริษัท ทีทีแอนด์ที แทนที่จะมีการขยายพื้นที่การให้บริการออกไปตามต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น กลับลงทุนในเรื่องของการเพิ่มความเร็วในโหนดที่ให้บริการมากกว่า หากเทียบกับการเติบโตของจำนวนผู้ใช้มือถือ 2G กลายเป็นคนละเรื่องกันเลย ประเทศไทยนำหน้าประเทศใหญ่อย่างจีน อินเดีย อินโดนีเซีย พิลิปปินส์ แต่ไม่ได้ทำให้ประเทศไทยยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นประเทศที่เจริญแล้วได้เลย
จากการที่ประเทศไทยมีความล้าหลังในธุรกิจโทรคมนาคม ทั้งๆ ที่เมื่อ 14 ปีที่แล้ว ความก้าวหน้าทางด้านโทรคมนาคมถือว่าไม่ได้ด้อยไปกว่าใครในภูมิภาค แถมยังดูเหมือนจะล้ำหน้ากว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ด้วยซ้ำไป เมื่อมีการระบุไว้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับเรื่อง 'คลื่นความถี่' ว่าเป็นสมบัติของชาติ ใส่ไว้ในกฎหมายสูงสุดของประเทศ ซึ่งจะมีกฎหมายลูกที่ออกมาเพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะตามมาด้วยองค์กรอิสระที่จะมาดูแล
แต่นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ 'มาร์ค' ระบุว่า เป็นสาเหตุที่ทำประเทศไทยมีความล้าหลังในธุรกิจโทรคมนาคมกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค ณ วันนี้
นักวิเคราะห์ของฟรอสต์แอนด์ซัลลิแวนยังระบุอีกว่า การที่ตลาดโทรคมนาคมของประเทศไทยยังไปไม่ถึงไหน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี 3G หรือบริการบรอดแบนด์ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ประเทศไทยถึงแม้จะมีองค์กรอิสระที่กำกับดูแลบริการกิจการโทรคมนาคมแล้วก็ตาม แต่กลับไม่มีอำนาจในการควบคุมที่ชัดเจนพอที่จะบังคับให้เป็นไปตามกรอบนโยบายหรือกฎเกณฑ์ที่กำหนดเอาไว้ ซึ่งแตกต่างจากในประเทศอื่นที่มีอิสระทั้งทางด้านนโยบายและอำนาจในการบังคับใช้กฎเกณฑ์ต่างๆ
'ปัญหานี้แตกต่างจากประเทศอื่นตรงที่ประเทศไทยที่มาที่ไปไม่เหมือนกัน ซึ่งเป็นผลจากที่ทั้งสองรัฐวิสาหกิจ ทีโอทีและกสท ทั้งสองหน่วยงานเดิมเป็นผู้กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม เป็นเจ้าของสัมปทาน แต่หลังจากมีคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กทช. เข้าทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลแทน ทำให้บทบาทของทั้งสองหน่วยงานเปลี่ยนแปลง ขณะที่ปัญหาเรื่องสัมปทานซึ่งเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทำให้เกิดปัญหาตามมา'
อีกสาเหตุที่ทำให้ประเทศไทยไม่คืบหน้า ก็คือ การเปิดโอกาสเข้าถึงบรอดแบนด์ของคนในต่างจังหวัด ทั้งๆ ที่ประเทศไทยควรที่จะมีการใช้งานบรอดแบนด์ตามบ้านมากกว่านี้ เพราะในประเทศที่เจริญูแล้วจะมีจำนวนผู้ใช้บรอดแบนด์ในครัวเรือนเกิน 30% ขึ้นไป แต่แนวโน้มน่าจะดี เมื่อภาครัฐมีแผนที่จะผลักดันบรอดแบนด์แห่งชาติออกมาในเร็วๆ นี้
เมื่อดูจากสภาพโดยรวมถึงแม้สถานการณ์ทางด้านกิจการโทรคมนาคมของประเทศไทยดูไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาประเทศเท่าไรนัก แต่ มาร์ค ไอน์สไตน์ ยังให้ความหวังโดยเชื่อว่าประเทศไทยในอีก 4 ปีข้างหน้า น่าจะสามารถมีจำนวนผู้ใช้บรอดแบนด์เกิน 50% ได้ โดยมีเครือข่าย 3G เป็นเครือข่ายที่เข้ามาเสริมการขยายพื้นที่ให้บริการบรอดแบนด์ผ่านเคเบิลใยแก้วในลักษณะของการเชื่อมต่อดีไวซ์ที่อยู่ในมือของผู้ใช้ตามบ้านได้มีโอกาสใช้โมบายบรอดแบนด์แทน โดยคาดว่าจะมีสัดส่วนถึง 80%ของเครือข่ายบรอดแบนด์ที่มีอยู่ ซึ่งเปรียบเสมือนทางลัดที่ทำให้ประเทศไทยสามารถก้าวสู่ประเทศที่เจริญแล้วได้
มาร์คยังวิเคราะห์ต่อไปอีกขั้นหนึ่งว่า หากปัญหาเรื่องเครือข่ายบรอดแบนด์จบลง ก็จะเห็นความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งเทคโนโลยีแรกที่คิดว่า จะเกิดขึ้นในประเทศไทยก็คือ E-Learning ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยสามารถกระจายการศึกษาไปยังต่างจังหวัดได้อย่างรวดเร็วการแพทย์ทางไกล จะเป็นอีกเทคโนโลยีที่จะเกิดตามมา จะเห็นการรักษาโรคจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในเมืองผ่านคลินิกในต่างจังหวัดที่มีเพียงจอภาพแบบ HD
เมื่อเครือข่ายโทรคมนาคมของประเทศไทยก้าวเข้าสู่โลกของไอพีสมบูรณ์แบบ ก็อาจจะเห็นการรับข้อมูลข่าวสารผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายโทรคมนาคมที่มีอยู่มากขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่ว่าจะต้องเป็นมือถืออีกต่อไป จะเห็นสมาร์ทดีไวซ์ในรูปแบบต่างๆ ออกมาจำนวนมาก ซึ่งทางอเมซอนได้พัฒนาอุปกรณ์อีบุ๊กของตนเองให้ดาวน์โหลดเพื่ออัปเดทข้อมูลใหม่ๆ โดยอัตโนมัติผ่านเครือข่าย 3G ในรูปแบบของเอ็มวีเอ็นโอโดยทางอเมซอนซื้อเหมาแอร์ไทม์มาให้บริการกับผู้ใช้โดยตรง ไม่ต้องซื้อผ่านโอเปอเรเตอร์อีกต่อไป

สรุปข่าว
มาร์ค ไอน์สไตน์ (Marc Einstein) หัวหน้าทีมวิเคราะห์ตลาดโทรคมนาคมในเอเชียแปซิฟิกของฟรอสต์แอนด์ซัลลิแวน ได้วิเคราะห์ว่า ดัชนีที่บ่งบอกว่า ประเทศใดก้าวเข้าสู่โลกดิจิตอลมากเพียงใดนั้น ดูได้จากจำนวนครัวเรือนที่เข้าถึงบรอดแบนด์ กับจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ ซึ่งประเทศไทยนั้นมีสัดส่วนผู้ใช้โทรศัพท์มือถืออยู่ในเกณฑ์ที่สูงถึง 90-120% แต่กลับมีจำนวนผู้ใช้บรอดแบนด์ไม่ถึง 3% ซึ่งถือว่าล้าหลังมาก มีเพียง 3 ประเทศเท่านั้นที่ประเทศไทยยังนำหน้าอยู่คือปากีสถาน อินโดนีเซีย อินเดีย เป็นผลมาจากการชะลอตัวการลงทุนทางด้านเครือข่าย จากที่รัฐวิสาหกิจอย่าง ทีโอทีและกสท เป็นผู้กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม เป็นเจ้าของสัมปทาน

flickr:5628270474

แต่หลังจากมีคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กทช. เข้าทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลแทน ทำให้บทบาทของทั้งสองหน่วยงานเปลี่ยนแปลง ขณะที่ปัญหาเรื่องสัมปทานซึ่งเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทำให้เกิดปัญหาตามมา ส่งผลต่อการเปิดโอกาสเข้าถึงบรอดแบนด์ของคนในต่างจังหวัด ทั้งๆ ที่ประเทศไทยควรที่จะมีการใช้งานบรอดแบนด์ตามบ้านมากกว่านี้

วิเคราะห์ข่าว
ซึ่งจากข่าว เป็นมุมมองที่ชาวต่างชาติมองธุรกิจโทรคมของไทย โดยมองจากซิมโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้บริการเทียบกับจำนวนประชากรในแต่ละประเทศ หรือสัดส่วนการใช้โทรศัพท์มือถือ แต่เมื่อดูอย่างละเอียด จะเข้าใจในการตลาดของค่ายมือถือในไทยว่า ผู้ใช้บริการในไทย บางคนจำเป็นต้องมีการใช้โทรศัพท์หลายเครื่อง เพื่อการติดต่อในราคาถูกขึ้น เพราะโปรโมชั่นที่แต่ละค่ายมือถือเน้นการใช้ภายในเครือข่าย ยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้ใช้บริการจำเป็นต้องมีหลายซิมในแต่ละเครือข่ายเพื่อประโยชน์ของการใช้บริการที่ราคาถูกยิ่งขึ้น ทำให้ตัวเลขซิมมือถือต่อสัดส่วนครัวเรือนในไทย เกิน100% ถือเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจในไทย แต่อย่างใด
ซึ่งปัญหาที่สำคัญที่สุดของไทย ในขณะนี้ของการพัฒนาระบบโทรคมนาคมของไทย คือ การขาดหน่วยงานที่ดูแลอย่างจริง ถึงแม้บางคนบอกว่า มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)แล้วก็ตาม แต่ถ้ามองให้ดีแล้ว กสทช. ก็ยังคงมีสถานะเป็นเสือกระดาษ ไม่สามารถปฎิบัติงานได้อย่างเต็มที่ เพราะทุกวัน กสทช.อยู่ระหว่างการปรับตัวเองซึ่งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ต้องมีการปฏิบัติหน้าที่แทนกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ในการประชุม ซึ่ง กทช. ก็ยังมีข้อถกเถียงในหลายประเด็น เช่น เช่น จำนวนองค์ประชุม และความชัดเจนเรื่องกฎหมาย เห็นได้จากการประมูลระบบ 3G ที่ยังไม่ได้ข้อยุติว่าไทยจะมีการใช้อย่างจริงจังในเมื่อใด ส่งผลต่อการเข้าถึงบรอดแบรนด์ของไทย

เมื่อวิเคราะห์ SWOT ของธุรกิจโทรคมนาคมของไทย

flickr:5627687493

จุดแข็ง (Strengths)
1. การเปิดเสรีทางสังคมของไทย ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้มากกว่าประเทศอื่นๆที่มีระบบการปกครองที่เข้มงวดมากกว่า เช่น อินโดนีเซีย ปากีสถาน
2. กำลังซื้อของประเทศไทยที่ค่อนข้างมาก ดูได้จากสินค้าทาง IT ที่เข้ามาสร้างยอดขายได้อย่างมากในประเทศ เช่น I-phone, I-pad
3. การส่งเสริมจากภาครัฐ ในเรื่องการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร เช่น การผลักดันบรอดแบนด์แห่งชาติ หรือการจัดตั้งสถาบัน หรือหน่วยงานเพื่อพัฒนาส่งเสริมโทรคมนาคมในไทยอย่างเป็นรูปแบบ

จุดอ่อน (Weaknesses)
1. สิทธิของผู้บริโภคที่ถูกเอาเปรียบจากผู้ผลิต เห็นได้จากค่าใช้บริการที่ค่อนข้างแพง หรือการเอาข้อกำหนดต่างๆเช่น การเติมเงิน การมีอายุวันใข้งานของค่าโทรศัพท์ มาบังคับผู้ใช้บริการที่ไม่เป็นธรรม

โอกาส (Opportunities)
1. การเติบโตของโทรคมนาคมไทยยังไปได้ไกล เพราปัจจุบันการใช้เทคโนโลยียังกระจุกตัวอยู่ในเขตเมืองเท่านั้น ขณะที่ต่างจังหวัดยังมีการเข้าถึงค่อนข้างน้อย
2. การเปิดเสรีทางการค้า ที่ไทยต้องปฏิบัติตามข้อตกลงทางการค้าจากอาเซียน หรือ WTO ทำให้โอกาสแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีจากต่างประเทศมีมากขึ้น
3. ภาคเอกชน ตื่นตัวในการใช้ประโยชน์ผ่านเทคโนโลยีมากขึ้น เช่น การขายผ่านอินเตอร์เน็ต หรือการทำการตลาดให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้นผ่านทาง Social Media นอกจากนั้นยังปรับตัวให้ทันสมัยมากขึ้น เช่น ปรับรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น ไม่จำเป็นต้องทำงานบนโต๊ทำงานในบริษัทเท่านั้น เช่น DTAC

อุปสรรค (Threats)
1. การขาดหน่วยงานที่ควบคุมดูแลอย่างเป็นทางการ ทำให้เกิดสุญญากาศในการดูแลระบบโทรคมนาคมของไทย
2. การเข้ามาหาผลประโยชน์ของนักการเมืองหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่มองเห็นประโยชน์ส่วนตน มากกว่าส่วนรวม หรือการทุจริตเพื่อผลประโยชน์จากสัมปทานเครือข่าย เช่น ระบบ 3G ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป

reference : http://www.nbtc.go.th/