5320221003 E Auction

e-Auction เทคโนโลยี่การประมูลงานในภาครัฐ

e – Auction คือกระบวนการประมูลซื้อขายสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ โดยการนำเทคโนโลยี สารสนเทศเข้ามาใช้เพื่อจัดการระบบการประมูลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ให้บริการตลาดกลาง อิเล็กทรอนิกส์ จะเป็นผู้จัดการประมูล เป็นการลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มขีดความสามรถในการจัดซื้อจัดจ้าง สินค้าและงานบริการต่างๆ ระบบ e- Auction แบ่งเป็น 2 ส่วนได้แก่
ส่วนที่ 1 Reverse Auction เป็นระบบที่อำนวยความสะดวกในด้านการประมูลซื้อให้ได้ในราคาต่ำสุด ซึ่งจะใช้วิธีนี้ในกรณีที่สินค้า /บริการที่ต้องการจัดซื้อหรือจัดจ้าง ต้องใช้วิธีการประมูล ระบบนี้จะรับข้อมูลของผู้ค้าที่ได้รับการคัดเลือกจากระบบ e-RFP / e-RFQ มาดำเนินการประมูลผ่านทาง Internet แบบ Real-time ตามวันและเวลาที่กำหนด โดยการประมูลจะมี 2 แบบ คือ
- English Reverse Auction เป็นการประมูลที่ผู้ซื้อจะทราบสถานะของการประมูลว่าผู้ที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาเท่าไร แต่ผู้เข้าประมูลจะไม่ทราบชื่อผู้เข้าประมูลรายอื่น ๆ
- Sealed Bid เป็นการประมูลที่ผู้ซื้อจะไม่ทราบสถานะของการประมูลและราคาต่ำสุดของผู้ยื่นประมูลการยื่นข้อเสนอราคาแบบ Sealed Bid แบ่งเป็น 2 แบบ คือ แบบยื่นข้อเสนอได้เพียงครั้งเดียว และยื่นข้อเสนอได้หลายครั้งภายในระยะเวลาที่กำหนด
ส่วนที่ 2 Forward Auction เป็นระบบที่อำนวยความสะดวกในด้านการประมูลขาย ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้กับการจำหน่ายพัสดุที่หมดความจำเป็นของหน่วย งานภาครัฐโดยวิธีขายทอดตลาดซึ่งเป็นการประมูลขายแบบผู้ชนะ คือ ผู้ที่เสนอราคาสูงสุด

ประวัติความเป็นมา
เมื่อต้นปี 2548 ในยุครัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการประมูลงานในภาครัฐ ได้นำระบบe-Auctionมาใช้ในการประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐตามประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่13มกราคม2548 เพื่อความโปร่งใส ประหยัดงบประมาณ ลดการการทุจริตอร์รัปชั่น ต้องการให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ประหยัดงบประมาณของแผ่นดิน สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่มีมูลค่า ตั้งแต่ ๒ ล้านบาทขึ้นไป

flickr:5634036870

e-commerceในรูปแบบต่างๆ
B2C : ภาคธุรกิจสู่ผู้บริโภค
(Business to Consumer)
B2B : ภาคธุรกิจสู่ภาคธุรกิจ
(Business to Business)
G2G : ภาครัฐสู่ภาครัฐด้วยกัน
(Government to Government)
G2C : ภาครัฐสู่ปร ะชาชน
(Government to Citizen)
G2B : ภาครัฐสู่ภาคธุรกิจ
(Government to Business)
G2E : ภาครัฐสู่ข้าราชการและพนักงานรัฐ
(Government to Employee)

e-Auction จะอยู่ในรูปแบบของ G2B

flickr:5634036872

กระบวนการ e-Auction
1. ส่วนราชการจัดเตรียมรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดประมูลด้วยระบบ e-Auction ซึ่งสามารถดำเนินการได้ 2 แนวทางคือ
1.1 ใช้ระบบประมูลภายใน ดำเนินการโดยจัดส่งรายละเอียดเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ โปรแกรมสำเร็จรูป และคุณสมบัติของเจ้าหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการคัดเลือกผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์แก่กรมบัญชีกลางในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฯ พิจารณาดำเนินการ
1.2 เลือกผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Marketplace Service Provider) จากทะเบียนรายชื่อผู้ให้บริการฯ ซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมการคัดเลือกฯ ทำหน้าที่จัดประมูล
2. หัวหน้าส่วนราชการพิจารณาเลือกผู้ให้บริการตลาดกลางฯ จากทะเบียนรายชื่อผู้ให้บริการตลาดกลาง แล้วแต่งตั้งเป็นผู้จัดการประมูล ให้ส่วนราชการหากจำเป็น ส่วนราชการสามารถแต่งตั้งผู้ให้บริการตลาดกลางฯ ได้มากกว่า 1 แห่ง
3. ส่วนงานที่รับผิดชอบการพัสดุนำเสนอหัวหน้าส่วนราชการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบด้วยประธานกรรมการซึ่งเป็นข้าราชการระดับ 6 หรือเทียบเท่าขึ้นไป 1 คน กรรมการซึ่งเป็นข้าราชการระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป 3 คน โดยถือปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 35 – 36 โดยอนุโลม รวมทั้งดำเนินการตามกระบวนการประมูลดังนี้
3.1 กำหนดรูปแบบการประมูลร่วมกับผู้ให้บริการตลาดกลางฯ
3.2 จัดเตรียมเอกสารสัญญาจัดประมูล 3 ฝ่าย ระหว่างส่วนราชการซึ่งเป็นผู้ซื้อ ผู้ให้บริการตลาดกลางฯ และผู้ค้าซึ่งเป็นผู้ขาย
3.3 การคัดเลือกทางเทคนิค หากมีผู้ค้าที่ได้มาตรฐานเหมาะสม 2 ราย คณะกรรมการฯ สามารถใช้วิธีประมูลโดยไม่ต้องมีระบบ ประมูล แต่ให้ใช้วิธีการยื่นเสนอของราคาตามข้อ 41 – 42 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยอนุโลม กรณีคัดเลือกทางเทคนิคแล้ว มีผู้ค้าที่ได้มาตรฐานเพียง 1 ราย ให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการฯ ว่าควรจะยกเลิกไปใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างอื่น ๆ หรือเรียกผู้ค้ามาเจรจาต่อรองราคาโดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ แล้วให้ทำรายงานเสนอหัวหน้าส่วนราชการโดยละเอียด
3.4 หลังคัดเลือกได้ผู้ค้าทางเทคนิคแล้ว ให้จัดเตรียมสถานที่จัดประมูล ซึ่งต้องมีมาตรฐานขั้นต่ำ ได้แก่ สายโทรศัพท์พร้อมหมายเลขโทรศัพท์อย่างน้อย 3 หมายเลข คอมพิวเตอร์ที่มีระบบปฏิบัติการ Microsoft Window XP Professional พร้อมโปรแกรม Microsoft Internet Explorer V. 6 และ Modem ความเร็วไม่ต่ำกว่า 56 Kbps เครื่องพิมพ์ ( Printer ) โทรสาร เครื่องสำรองไฟฟ้า( Uninterruptible Power Supply : UPS ) สำหรับคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ และเครื่องฉายภาพ Digital
3.5 ในวันประมูล คณะกรรมการฯ จะต้องมีผู้แทนอย่างน้อย 1 คน เข้าร่วมสังเกตการณ์ ณ สถานที่จัดประมูล
3.6 เมื่อเสร็จสิ้นการประมูล ให้ประสานงานกับผู้ให้บริการตลาดกลางฯ เพื่อขอรับสรุปผลประมูล
3.7 ทำรายงานสรุปผลประมูลเสนอหัวหน้าส่วนราชการ และดำเนินการตามขั้นตอนการทำสัญญาซื้อหรือจ้าง และตรวจรับงานตาม ระเบียบของทางราชการต่อไป

ข้อดีของการประมูลด้วยวิธี e-Auction
1.มีความโปร่งใส ตรวจสอบความเคลื่อนไหว ของราคาได้ตลอดการประมูล
2.เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการต่อรองราคา ทำให้เกิดความสะดวก, รวดเร็วในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
3. การเสนอราคาทำได้หลายครั้งทำให้ได้ราคาถูกและไม่เสียเวลาเจรจาต่อรอง
4.รัฐบาลสามารถประหยัดงบประมาณที่ใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างในแต่ละครั้งได้ ทำให้สามารถจัดซื้อได้ในราคาที่ถูกลงต่ำกว่าราคากลาง
5.กระบวนการสรุปผลราคา ที่ชนะการประมูล ดำเนินการได้ ด้วยความรวดเร็ว
6.เป็นการนำเอาเทคโนโลยี่ICTมาใช้ทำให้เกิดการพัฒนาธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) ให้มีความแพร่หลายในประเทศมากยิ่งขึ้นซึ่งจะส่งผลให้มีการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในภาพรวม

ข้อเสียของการประมูลด้วยวิธี e-Auction
1. .กระบวนการซับซ้อน ไม่เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันโดยเสรี
2. ช่องโหว่ในการประมูลระบบe-Auctionก็คือ การที่บริษัทใดจะมีสิทธิได้เข้าเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐต้องผ่านการ ตรวจสอบเอกสารจากหน่วยงานที่เปิดการประมูล หมายความว่า ผู้ที่สนใจและต้องการมีสิทธิที่เข้าร่วมเสนอราคา อาจต้องเสียค่าใช้จ่าย(ใต้โต๊ะ) ให้กับกรรมการพิจารณา(เรียกว่าตีตั๋ว) หลังจากเสียค่าตั๋วแล้ว ชื่อผู้มีสิทธิเสนอราคาจะถูกประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ดังนั้น หลังจากนั้นก่อนวันเสนอราคาแบบอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ที่มีสิทธิทั้งหมดจะเจรจากัน (ฮั้ว) เพื่อตกลงเรื่องเงินที่พึงได้จากการฮั้ว ซึ่งการประมูลแบบเดิมก็ใช้วิธีการเดียวกัน อาจมีการนัดแนะเจรจากันในสถานที่ที่ไม่ปิดเผยก็ได้
3.ระบบ E-Auction เป็นเพียงตัวกลางระหว่างผู้เข้าประมูลเท่านั้น ส่วนการสมยอมราคา หรือฮั้วประมูล สามารถทำได้ตั้งแต่ขั้นตอนออกสเปคสินค้า ที่เข้าประมูล ซึ่งจะเอื้อให้สินค้ารายใดรายหนึ่งก็ได้ แต่วิธีดังกล่าวทำให้มีผู้ค้าเข้าร่วมประมูลน้อยราย และมักเป็นผู้ค้ารายเดิมๆ ซึ่งสามารถฮั้วราคากันได้ง่าย และอาจเกิดความไม่เท่าเทียมกันระหว่างสินค้าและบริการ ทำให้ไม่เกิดการแข่งขันด้านราคาเท่าที่ควร

References ;
1.สำนักบริการเทคโนโลยี่สารสนเทศภาครัฐ / http://www.gits.net.th/knowledge/newsletter/ittalk/index.asp
2.ราชกิจจานุเบกษา / ประกาศกระทรวงการคลัง / http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2548
3.Thailand Knowledge Center / www.tkc.gp.th
4.ศูนเทคโนโลยี่อิเล็คทรอนิคและคอมพิวเตอร์แห่งชาติ / http://wiki.nectec.or.th/dpu/CC613Students/E-Auction
5.หนังสือพิมพ์คอหุ้น / http://corehoononline.com/index.php/component/multisitescontent/article